สี่แยกเคียมห้วย บททดลองลดจุดอันตรายอันเห็นผล

สี่แยกเคียมห้วย บททดลองลดจุดอันตรายอันเห็นผล

จุดเสี่ยงหรือจุดอันตรายอันเนื่องมาจากการออกแบบที่ไม่เหมาะสมหรือไม่รัดกุมพอ เป็นองค์ประกอบหนึ่งของการเกิดอุบัติเหตุบนถนน ความพยายามลดอุบัติเหตุบนถนนที่ต้องครอบคลุมองค์ประกอบทุกด้าน การพิจารณาเรื่องจุดเสี่ยงจึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ และเมื่อปี 2548 โครงการ “ปรับปรุงจุดอันตรายบนทางหลวงชนบท บริเวณสี่แยกเคียมห้วย” โดย จำรัส ชัยมณี และคณะ จากสำนักงานทางหลวงชนบทจังหวัดขอนแก่นก็ถูกนำมาใช้เป็นกรณีศึกษาเพื่อวัดผล

โครงการนี้เป็นการดำเนินการโดยจังหวัดขอนแก่น และกรมทางหลวงชนบท เพื่อลดจุดเสี่ยงอันตราย (No More Black Spot) ในถนนที่รับผิดชอบ ด้วยเห็นว่าปัญหาที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุมีองค์ประกอบในลักษณะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นองค์ประกอบด้านคน ด้านยานพาหนะ ถนน หรือองค์ประกอบด้านสภาพแวดล้อมทางถนน ทั้งนี้เพื่อลดจำนวนการเกิดอุบัติเหตุทางถนน บริเวณสี่แยกเคียมห้วย ตำบลศิลา อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น สาย ขก 1027 แยกทางหลวงหมายเลข 2 ถึงบ้านโคกท่า (ที่กม.6+835)

การศึกษาในโครงการนี้ ถือว่าเป็นการศึกษาวิจัยกึ่งทดลอง มีระยะเวลาดำเนินการ มกราคม – ธันวาคม 2548 เพื่อศึกษาเปรียบเทียบกับสถิติจำนวนการเกิดอุบัติเหตุ ในปี 2547 โดยเริ่มจากนำสถิติข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุจราจรบริเวณสี่แยกเคียมห้วยของ สภอ.เมืองขอนแก่น ร.พ.ขอนแก่น ในปี 2547 ที่นำเสนอคณะกรรมการอุบัติเหตุจราจรจังหวัดขอนแก่นพิจารณา และมอบให้ สทช.จ.ขอนแก่น ดำเนินการตรวจสอบและแก้ไข จากนั้นจึงทำการวิเคราะห์ข้อมูลสภาพอุบัติเหตุ ตรวจสอบสถานที่ ความเชื่อมโยงระหว่างสภาพถนนจริงกับรูปแบบการเกิดอุบัติเหตุ และดำเนินการตรวจสอบเสนอแนวทางแก้ไขโดยเจ้าหน้าที่ผู้ผ่านการฝึกอบรมการตรวจสอบความปลอดภัยทางถนน (Road Safety Audit) ของสำนักงานทางหลวงชนบทจังหวัดขอนแก่นเพื่อเสนอจังหวัดขอนแก่น และกรมทางหลวงชนบทพิจารณาจัดสรรงบประมาณปรับปรุงจุดอันตรายสี่แยกเคียมห้วย และนำไปสู่การดำเนินการปรับปรุงแก้ไขตั้งแต่มกราคม 2548 โดยใช้งบประมาณปกติของสำนักงาน และงบประมาณของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

ทั้งนี้การวิเคราะห์สภาพจุดอันตรายพบว่า รูปแบบของทางแยกก็ไม่มีความชัดเจน ก่อให้เกิดความสับสนต่อผู้ใช้รถใช้ถนนว่าเป็นสายหลักหรือสายรอง อีกทั้งไม่มีช่องจราจรสำหรับรถที่รอเลี้ยวที่มีความยาวเพียงพอเพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนช่องจราจรเข้าไปรวมกับช่องจราจรที่อยู่ถัดไปได้อย่างปลอดภัย และยังทำให้กีดขวางรถในทางตรงอีกด้วย

นอกจากนี้ บริเวณดังกล่าวก็ไม่มีเกาะกลางถนนแบ่งช่องจราจรเพื่อกั้นรถวิ่งสวนทาง ขณะที่ทางสายรองเป็นทางโค้งใกล้บริเวณทางแยกซึ่งทำให้มองเห็นทางแยกในระยะกระชั้นชิด ไม่มีเครื่องหมายนำทางหรือป้ายแนะนำจุดหมายให้ผ่านทางแยกอย่างพอเพียงและเหมาะสม ทั้งไฟฟ้าแสงสว่างก็ไม่เพียงพอ ทำให้มองเห็นทางแยกไม่ชัดเจนในเวลากลางคืน

จากสภาพปัญหาดังกล่าว ผู้เกี่ยวข้องกับโครงการจึงได้กำหนดแนวทางปรับปรุงแก้ไข ตั้งแต่ปรับปรุงผิวจราจรใหม่ ปรับปรุงเครื่องหมายบนพื้นทาง เส้นแบ่งช่องการจราจรให้ชัดเจน ติดตั้งเส้นชะลอความเร็ว (rumble strips) ติดตั้งปุ่มสะท้อนแสง ไฟกระพริบ ไฟฟ้าแสงสว่างเพิ่ม ติดตั้งป้ายแนะนำเส้นทาง ปรับปรุงป้ายเตือน ปรับปรุงระยะการมองเห็นด้วยการตัดต้นไม้ และย้ายป้ายที่ไม่จำเป็นและสิ่งก่อสร้างในเขตทางออก
ไม่เพียงเท่านั้นยังได้กำหนดแนวทางปรับปรุงแก้ไขระยะยาวว่า จะต้องจัดช่องจราจรสำหรับพักรอเลี้ยวทางแยกทั้งในสายหลัก และสายรอง และจัดทำเกาะกลางถนนสีเพื่อแบ่งช่องจราจรกั้นรถวิ่งสวนทาง อย่างไรก็ตาม แนวทางระยะยาวนี้ยังไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ และการวัดผลนี้จะจำกัดเฉพาะแนวทางแก้ไขที่ได้ดำเนินการไปแล้วข้างต้น

ผลจากการดำเนินการแก้ไขปรับปรุงทางด้านวิศวกรรมจราจรปรากฏว่า การเกิดอุบัติเหตุบนถนนสายรองจุดอันตรายบริเวณสี่แยกเคียมห้วยลดลงอย่างชัดเจนหรือแทบจะไม่มีเลย ทั้งจากช่วงก่อนดำเนินการและในช่วงเทศกาลต่างๆ กล่าวคือ จากสถิติในปี 2547 การเกิดอุบัติเหตุมีทั้งสิ้น 5 ครั้ง บาดเจ็บสาหัส 1 คน บาดเจ็บเล็กน้อย 9 คน เสียชีวิต 1 คน แต่ในปี 2548 หลังการดำเนินการพบอุบัติเหตุเพียง 1 ครั้ง บาดเจ็บสาหัส 1 คน บาดเจ็บเล็กน้อย 4 คนและไม่มีผู้เสียชีวิตเลย

ผลสำเร็จจากโครงการทดลองนี้ คณะผู้รับผิดชอบโครงการได้สรุปว่า เกิดขึ้นจากการเก็บข้อมูลรายงานอุบัติเหตุ การสืบค้น การวิเคราะห์ข้อมูล นอกจากนี้ยังมาจากการให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทางสัญจร องค์กรปกครองท้องถิ่น องค์กรทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น ทั้งในการเข้าร่วมประชุมและตอบแบบสอบถามความพึงพอใจโดยทางเว็บไซต์และสายด่วน 1146 เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลในการปรับปรุงจุดอันตรายจุดเสี่ยงต่างๆ

โครงการทดลองนี้จึงยืนยันได้ว่า จุดเสี่ยงจุดอันตรายนั้นแก้ไขได้ไม่ยาก และปรากฏเป็นผลสัมฤทธิ์ที่จับต้องได้ เพื่อร่วมกันลดเงื่อนไขการเกิดอุบัติเหตุอีกด้าน

ที่มา : ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *