สิริลักษณ์ ตันศิริ…นักพูดเพื่อ ‘ปลุกยักษ์’ ในตัวคุณ

สิริลักษณ์ ตันศิริ…นักพูดเพื่อ ‘ปลุกยักษ์’ ในตัวคุณ
June 10, 2009 @ 9:54 pm • Filed under Uncategorized
ท้อแท้อยู่ใช่ไหม?” มีคนจำนวนไม่น้อยที่ตกอยู่ในภาวะหมดกำลังใจ เหนื่อยหน่าย หรือไร้ซึ่งความฝัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงานหรือการดำเนินชีวิต เช่นเดียวกับอดีตของผู้หญิงคนนี้ ที่เคยถูกเรียกว่าเป็นอาซิ้ม คนโลกแคบ พูดน้อย ทำงานอยู่กับตัวเลขไปวันๆ แต่ตอนนี้เธอกลับกลายเป็น ‘นักพูดหญิงเพื่อสร้างกำลังใจคนแรกของไทย’ โดยได้รับเชิญไปพูดให้กับหลายสถาบัน หลายองค์กรชื่อดังของไทย เพื่อปลุกพลังใจ ปลุกไฟในการทำงาน ปรับเปลี่ยนทัศนคติวิธีคิด และสร้างแรงบันดาลใจ ให้คนอยากพัฒนาตัวเอง เพื่อยกระดับความสำเร็จในการทำงานและเพิ่มความสุขในการใช้ชีวิต และนี่คือเรื่องราวที่พลิกผันชีวิตของหญิงเก่งคนนี้
• ก่อนที่จะเป็นนักพูดสร้างกำลังใจ คุณทำงานด้านไหนมาก่อนคะ
เดิมดิฉันทำงานเป็นผู้จัดการฝ่ายบัญชี ก็ประสบความสำเร็จในการงานระดับหนึ่ง แต่เราอยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพราะเราเป็นคนที่อยู่ในโลกแคบมาก พูดน้อย ขี้กลัว ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง แต่หลังจากที่ได้ไปเรียนกับ แอนโทนี่ รอบบินส์ โค้ชอันดับหนึ่งของโลกด้านความสำเร็จที่ประเทศสิงคโปร์ ก็พบกับการเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างมหาศาล หลังจากนั้นเราก็หมั่นฝึกตัวเอง ฝึกในสิ่งที่เขาสอน ในสิ่งที่เขาให้เราโปรแกรมตัวเองใหม่ โปรแกรมความเชื่อ จิตใต้สำนึก และสมองเข้าไปใหม่ เราก็ได้พบกับศักยภาพพิเศษในตัวเองที่มันแฝงอยู่ ที่เราไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเราจะมีความสามารถ หรือระดับความเชื่อมั่นในตัวเองที่มันสูงขึ้นมากขนาดนี้
• คุณได้เรียนรู้อะไรจากการเป็นนักพูดสร้างกำลังใจบ้างคะ
จริงๆ แล้วคนเรามีศักยภาพมหาศาลเลย แต่เราใช้แค่ 7% จาก 100% ชีวิตคนเรามันสามารถที่จะไต่เต้า เหมือนขึ้นเขาที่ไม่มียอด ขึ้นสูงได้เรื่อยๆ อีก ชีวิตคุณไปไกลได้มากกว่านี้ แต่คุณไม่รู้ เวลาที่เรามีอะไรที่อยากทำ อยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่เราทำไม่ได้ ให้สำรวจตัวเองว่า จริงๆ แล้วเราติดขัดอะไรในตัวเอง อย่าเพิ่งไปดูปัจจัยภายนอก ดิฉันลองดูตัวเองแบบนี้ เชื่อไหม ร้องไห้เป็นชั่วโมง เพราะพบว่าตัวเองเป็นคนที่อ่อนแอ จับจด ไม่มุ่งมั่น ไม่เคยทำอะไรจริงจังในชีวิต มีแต่ความกลัว ไม่กล้าทำสิ่งใหม่ ๆ วิธีฝึกเขาบอกว่าถ้าพบแบบนี้ ให้พลิกตัวเองเลย เอามันมาเป็นแรงขับเคลื่อน จะให้ไม่เป็นแบบนั้นอีกต่อไป นี่เป็นวันสุดท้ายที่ฉันจะเป็นแบบนี้ และก็ตัดสินใจด้วยพลังที่เด็ดเดี่ยวเลยว่าฉันจะต้องเป็นคนใหม่ให้ได้
• เทคนิคทลายกำแพงความกลัวที่คุณได้ฝึกมา เป็นวิธีแบบไหนคะ
ตอนไปอบรมที่สิงคโปร์ มีกิจกรรมหลายอย่างที่ฝึกให้เราทลายความกลัวที่ขีดกั้นในใจเราเอามันออกไป เราลองทำในสิ่งที่เขาสอน แค่ลงมือทำเราก็ทำได้ แต่คนเราจะมีความกลัวเป็นตัวหยุดยั้งเสียก่อน เช่นกันมีหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตมากเลยที่คนเราอยากเปลี่ยนแปลงให้กับตัวเอง อยากจะลงมือทำสิ่งใหม่ๆ แต่จะมีความกลัวมาบล็อกการลงมือทำของเราตั้งแต่ก้าวแรกแล้ว เราต้องก้าวข้ามอุปสรรคความกลัวตรงนี้ไปให้ได้ มีขั้นตอนหนึ่งที่ทำให้เราสัมผัสกับชัยชนะได้บ่อยๆ ก็คือ เวลาที่เราทำอะไรแล้วประสบความสำเร็จ แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ตาม ให้เราฉลองชัยชนะให้กับตัวเองบ่อยๆ อย่างดิฉันจะใช้คำว่าYes (ตะโกนดังๆ) เธอเยี่ยมมาก เธอทำได้ ทำแบบนี้เพื่อเชียร์ยักษ์ในตัวเอง แล้วยักษ์มันจะตื่นขึ้นมา แล้วเราก็จะอยากทำมันให้ดีขึ้นไปอีก เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้ตัวเอง เป็นเทคนิคที่สุดยอดมาก
• สำหรับคนที่มีความฝัน แต่ยังไม่ได้ลงมือทำสักที ควรเริ่มต้นอย่างไรคะ
เริ่มแรกก่อนให้ลองคิดดูก่อนว่าชีวิตคุณอยากทำอะไร อยากเป็นอะไร ความอยากของแต่ละคนมันไม่เท่ากัน บางคน Just แค่อยากเท่านั้น แต่มันไม่มีความมุ่งมั่นใส่เข้าไป มันต้องมีความหลงใหลใฝ่ฝันในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ สิ่งนี้มันหายไป ไม่มีอารมณ์มาขับเคลื่อน ก็เลยไม่มีพลังในการจะทำสิ่งต่างๆ ก่อนอื่นเลยเราต้องจุดประกายความอยากในตัวเองให้มากๆ ก่อน สิ่งที่กูรูด้านความสำเร็จบนโลกนี้สอนก็คือ ให้เรานึกถึงผลลัพธ์ที่เราได้ก่อน คิดถึงมันอย่างเข้มข้น จินตนาการเข้าไปสัมผัสก่อนเลยว่าเราทำได้ เช่น ถ้าอยากเปิดร้านกาแฟ ก็ให้คิดว่าเราเป็นเจ้าของ เห็นกิจการตัวเองใหญ่โต แค่จินตนาการกับอารมณ์ความรู้สึกเหล่านี้ให้ได้ก่อน และเอาอารมณ์ของเราเข้าไปสัมผัสกับชัยชนะและความฝันตรงนั้นบ่อยๆ เชื่อไหม มันจะกระตุ้นเราเอง ยักษ์มันจะตื่นขึ้นมาเอง หรือว่าลึกซึ้งถึงพลังงาน เขาว่าถ้าเรามีความฝันถึงอะไรสักอย่าง คิดถึงมันอย่างมุ่งมั่น เรากำลังส่งกระแสคลื่นไปจักรวาลแล้ว แล้วเราก็จะดึงดูดสิ่งที่เรากำลังคิดถึงนั้นเข้ามาในชีวิตไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องที่ดีหรือไม่ก็ตาม
• อย่างเวลาคุณไปอบรม แล้วเจอคนที่ไม่เปิดใจรับฟัง คุณมีวิธีจะจัดการตรงนั้นอย่างไรคะ
เราก็จะบอกว่าสิ่งที่ได้เรียนรู้มาจากกูรูระดับเวิลด์คลาสมากมายเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงตัวเอง สิ่งเหล่านี้มันเป็นประโยชน์สำหรับชีวิตคุณเองมากกว่า ไม่ได้เป็นประโยชน์แก่องค์กรเท่าไหร่ เพราะบางคนเห็นว่าองค์กรเชิญเราไป เขาก็จะปิดใจไม่อยากฟัง เราก็เปิดใจเขาก่อนว่าเรื่องที่จะฟังต่อไปนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับองค์กร เขาจะได้แก่ตัวเอง สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ก็อยู่ที่ว่าเขาจะเปิดใจรับฟัง และนำไปใช้ได้แค่ไหน
• กับคนที่จมจ่อมอยู่กับความเศร้ามากๆ คุณจะปลุกยักษ์ในตัวเขาได้อย่างไร
อย่างแรกเลยต้องทำให้เขามีสติก่อนว่าสิ่งที่เกิดขึ้น สาเหตุมันคืออะไร ยอมรับส่วนหนึ่งว่าเราเป็นสาเหตุ เพราะคนส่วนใหญ่เวลามีอะไรจะโทษคนอื่นตลอดเวลา ก่อนอื่นทุกอย่างต้องยืดอกเลยว่าฉันนี่แหละเป็นส่วนหนึ่งของเหตุที่เกิดขึ้น เมื่อไหร่ที่เรายืดอกขึ้นมารับผิดชอบ เราจะมีพลัง ทุกสิ่งต้องเปลี่ยนที่ตัวเองก่อน และคนส่วนใหญ่ที่ไม่ประสบความสำเร็จ หรือว่าใช้ชีวิตแบบยากลำบาก เพราะคิดจะไปเปลี่ยนชาวบ้านก่อน มันไม่สำเร็จนะ ต้องเปลี่ยนตัวเองก่อน สำรวจตัวเองเยอะๆ เมื่อไหร่ที่เราเริ่มเปลี่ยนตัวเอง เปลี่ยนวิธีพูดกับคนอื่น เปลี่ยนวิธีคิด เชื่อไหมว่าชีวิตเราจะเปลี่ยนมหาศาล และเมื่อไหร่ก็ตามที่เราคิดว่าสิ่งที่เราเก็บเกี่ยวไป จะเป็นความรู้ไปสอนคนอื่นอีก เราจะสามารถเก็บเกี่ยวความรู้ได้ดีกว่าที่จะสอนตัวเองเสียอีก นี่เป็นเคล็ดลับเลย
• พูดให้กำลังใจคนอื่นแบบนี้ ตัวคุณเองเคยท้อใจอะไรบ้างไหม แล้วคุณผ่านมันมาได้อย่างไร
เหนื่อยหรือ ท้อใจหรือ มันก็เป็นธรรมดาของมนุษย์ แต่เราก็ยังมีความสุขในชีวิตได้ทุกวัน ให้คิดไว้เลยเวลาเราเจอปัญหา หนึ่งให้มองคนที่แย่กว่าเรา สองให้คิดเสมอว่าปัญหาที่เกิดขึ้น กำลังจะให้บทเรียน ให้ประสบการณ์อะไรแก่เรา แล้วเราจะมีพลังมากๆ เลย ที่จะเข้าไปจัดการกับมัน ลองดูสิปัญหานี้เราจะแก้อย่างไร และพอแก้ได้แล้ว คราวหน้าเกิดปัญหาแบบนี้อีก เราจะแก้มันได้ และจะได้เอาไปสอนคนอื่นอีก ทำแบบนี้ชีวิตเราจะมีแต่พลังค่ะ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *