สิทธิโดยพินัยกรรมในการตกทอดมรดก (6)

สิทธิโดยพินัยกรรมในการตกทอดมรดก (6)

การเพิกถอนพินัยกรรม

การเพิกถอนพินัยกรรมโดยผู้ทำพินัยกรรม
ภายหลังที่ได้ทำพินัยกรรมขึ้น ผู้ทำพินัยกรรมอาจจะเพิกถอนพินัยกรรมขณะหนึ่งขณะใดก่อนถึงแก่ความตายได้ แต่ผู้ทำพินัยกรรมจะต้องเพิกถอนตามวิธีการที่กฎหมายกำหนดไว้ จึงจะมีผลเป็นการเพิกถอนพินัยกรรม ผู้ทำสามารถเพิกถอนพินัยกรรมได้ 2 วิธีใหญ่ ๆ
(1) เพิกถอนโดยชัด โดยวิธีหนึ่งวิธีใดดังต่อไปนี้
1.1 เพิกถอนโดยการทำพินัยกรรมฉบับใหม่มาเพิกถอนพินัยกรรมฉบับเดิม (ฉบับก่อน) ม.1694 การเพิกถอนวิธีนี้ พินัยกรรมฉบับใหม่ต้องมีข้อความชัดเจนว่า เพิกถอนพินัยกรรมฉบับใด จึงจะจัดได้ว่าเป็นการเพิกถอนวิธีนี้ เช่น ข้าพเจ้าขอเพิกถอนพินัยกรรมของข้าพเจ้าฉบับลงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2549 นอกจากนี้การเพิกถอนพินัยกรรมวิธีนี้ ถ้าพินัยกรรมฉบับที่เพิกถอนตกเป็นโมฆะ หรือถูกเพิกถอนไปในภายหลัง ไม่ถือว่าพินัยกรรมฉบับเดิมถูกเพิกถอน
1.2 เพิกถอนโดยการทำลายหรือขีดฆ่าพินัยกรรมหรือข้อกำหนดพินัยกรรมทั้งหมดหรือแต่บางส่วนด้วยความตั้งใจ ม.1695 ผู้ทำพินัยกรรมอาจจะเพิกถอนพินัยกรรมทั้งหมดหรือแต่บางส่วนได้โดยการทำลายพินัยกรรมนั้น หรือขีดฆ่าข้อกำหนดพินัยกรรมข้อหนึ่งข้อใดก็ได้ ในกรณีพินัยกรรมทำเป็นต้นฉบับหลายฉบับ การทำลายหรือขีดฆ่าจะต้องกระทำต่อต้นฉบับทุกฉบับ มิเช่นนั้นจะไม่มีผลทำให้พินัยกรรมถูกเพิกถอน แต่ทั้งนี้การทำลาย หรือขีดฆ่าไม่จำเป็นต้องใช้วิธีเดียวกันทั้งหมด ฉบับหนึ่งอาจจะฉีกทิ้ง ส่วนอีกฉบับอาจจะใช้วิธีเผาไฟก็ได้
แต่การเพิกถอนพินัยกรรมวิธีนี้ ผู้ทำพินัยกรรมจะต้องกระทำด้วยตนเอง และการทำลายหรือขีดฆ่าจะต้องเกิดจากความตั้งใจของผู้ทำพินัยกรรม มิเช่นนั้นพินัยกรรมนั้นยังคงมีผลใช้บังคับได้ไม่ถูกเพิกถอน แต่ทั้งนี้การจะพิสูจน์ว่าผู้ทำพินัยกรรมได้ตั้งใจเพิกถอนหรือไม่ และพิสูจน์ว่ามีพินัยกรรมดังกล่าวจริงหรือไม่ขึ้นอยู่กับว่ามีพยานหลักฐานหรือไม่
อนึ่งมีข้อสังเกตว่า สำหรับการเพิกถอนโดยวิธีการขีดฆ่านั้นกฎหมายมิได้กำหนดว่าจะต้องมีการลงลายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรมกำกับการขีดฆ่า และมีลายมือชื่อพยานอย่างเช่น การขูดลบ ตก เติม แก้ไขเปลี่ยนแปลงพินัยกรรมแต่อย่างใด จึงมีปัญหาว่า การเพิกถอนวิธีนี้ ผู้ทำพินัยกรรมจะต้องกระทำเช่นนั้นหรือไม่ ในปัญหาข้อนี้นักกฎหมายมีความเห็น 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าเมื่อกฎหมายมิได้กำหนดวิธีการหรือแบบไว้ ดังนั้นหากผู้ทำพินัยกรรมได้ขีดฆ่าด้วยตนเองจริง ย่อมมีผลเป็นการเพิกถอนพินัยกรรม ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งเห็นว่า การขีดฆ่า มีความหมายเป็นการขูดลบ ตก เติม แก้ไขเปลี่ยนแปลงพินัยกรรมดังนั้นจึงจะต้องกระทำตามวิธีการของการแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามแบบของพินัยกรรมแต่ละประเภทจึงจะมีผลเป็นการเพิกถอน
คำพิพากษาฎีกาที่ 1263/2481 ผู้ตายทำพินัยกรรม 2 ฉบับ ต่อมาผู้ตายได้ฉีกพินัยกรรมฉบับหนึ่งแล้วสั่งให้เอาพินัยกรรมอีกฉบับหนึ่งที่มอบให้กำนันเก็บรักษาไว้ฉีกเสียด้วย หลังจากผู้ตายตายแล้ว มารดาโจทก์จำเลยจึงไปเอาพินัยกรรมซึ่งอยู่ที่กำนันมาฉีก ดังนี้ การทำลายพินัยกรรมได้กระทำภายหลังที่ผู้ตายถึงแก่ความตายแล้ว การทำลายไม่เป็นผลเพิกถอนความสมบูรณ์ของพินัยกรรมนั้น
คำพิพากษาฎีกาที่ 1157/2511 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1693 ที่บัญญัติไว้ว่า ผู้ทำพินัยกรรมจะเพิกถอนพินัยกรรมของตนเสียทั้งหมดหรือแต่บางส่วนในเวลาใดก็ได้ มีความหมายว่า ถ้าผู้ทำพินัยกรรมไม่พอใจในพินัยกรรมที่ตนทำไว้ ย่อมแสดงเจตนาเพิกถอนเสียทั้งหมดหรือแต่บางส่วนในเวลาใดๆ ก็ได้ก่อนผู้ทำพินัยกรรมตาย แต่วิธีการเพิกถอนต้องปฏิบัติตามที่กฎหมายบังคับ ซึ่งมีบัญญัติไว้ตั้งแต่มาตรา 1694 ถึง 1697 กฎหมายไม่ได้แยกมาตรา 1693 เป็นเอกเทศมีวิธีการเพิกถอนอยู่ในตัวการที่ผู้ทำพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองยื่นคำร้องต่อนายอำเภอขอถอนพินัยกรรม โดยมิได้ร้องขอทำลายหรือขีดฆ่าพินัยกรรม และ นายอำเภอก็สั่งแต่เพียงให้รวมคำร้องเก็บไว้ในเรื่อง ไม่ถือว่าได้มีการทำลายหรือขีดฆ่าพินัยกรรมแต่ประการใด พินัยกรรมจึงยังคงมีผลใช้บังคับอยู่
คำพิพากษาฎีกาที่ 6135/2534 ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1695 ผู้ทำพินัยกรรมอาจเพิกถอนพินัยกรรมทั้งหมดหรือแต่บางส่วนได้ โดยทำลายหรือขีดฆ่าเสียด้วยความตั้งใจหมายความว่า ต้องเพิกถอนด้วยการฉีก ทำลาย หรือทำให้หมดสิ้นจนใช้การไม่ได้ หรือขีดฆ่าลงบนพินัยกรรมนั้นเพื่อให้เห็นว่า ผู้ทำพินัยกรรมไม่มีเจตนาจะให้มีผลเป็นพินัยกรรมต่อไป ดังนั้น เพียงแต่บันทึกไว้ในช่องหมายเหตุในทะเบียนพินัยกรรมของ ที่ว่าการอำเภอว่า ขอถอนพินัยกรรม และบันทึกในใบรับพินัยกรรมว่า ขอถอน 14 มี.ค.20 จึงยังไม่ถือว่าผู้ทำพินัยกรรมมีเจตนาทำลาย พินัยกรรม พินัยกรรมจึงยังมีผลสมบูรณ์

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *