สิทธิโดยพินัยกรรมในการตกทอดมรดก (2)

สิทธิโดยพินัยกรรมในการตกทอดมรดก (2)

2. พินัยกรรมแบบเขียนเอง
– วัน เดือน ปี
– ลงลายมือชื่อผู้ทำ

ที่จะเรียกว่าพินัยกรรมแบบเขียนเอง ผู้ทำพินัยกรรมจะต้องเขียนด้วยลายมือของตัวเองทั้งฉบับ หากเป็นการเขียนลงในแบบฟอร์มหรือแบบพิมพ์พินัยกรรมที่พิมพ์เอาไว้ล่วงหน้า ไม่ถือว่าเป็นพินัยกรรมแบบเขียนเอง
พินัยกรรมแบบเขียนเองกฎหมายมิได้บังคับว่าจะต้องมีพยานในพินัยกรรมดังนั้นจะมีพยานหรือไม่ก็ได้ ในกรณีที่มีพยานอาจทำให้พินัยกรรมดังกล่าว เป็นพินัยกรรมแบบเขียนเอง และพินัยกรรมแบบธรรมดาก็ได้
พินัยกรรมแบบนี้ ผู้ทำต้องลงลายมือชื่อของตนเองเท่านั้น จะใช้ลายพิมพ์นิ้วมือ เครื่องหมายอื่นใดแกงไดไม่ได้ ตาม ม. 1657 ว.3 เหตุที่พินัยกรรมแบบนี้ห้ามใช้ลงลายพิมพ์นิ้วมือเพราะโดยปกติคนที่จะเขียนเอกสารได้นั้นก็มักจะลงลายมือชื่อตัวเองได้ ก็สอดคล้องกับพินัยกรรมแบบนี้ที่ต้องเขียนเองทั้งฉบับ เมื่อเขียนหนังสือได้ก็ต้องลงลายมือชื่อได้ ดังนั้นถ้าใช้ลายพิมพ์นิ้วมือมันก็จะขัดกันการแก้ไขพินัยกรรมแบบเขียนเอง
การขูดลบ ตก เติม หรือการแก้ไขเปลี่ยนแปลงพินัยกรรมแบบธรรมดากฎหมายบัญญัติว่าจะต้องทำด้วยลายมือของผู้ทำฯเอง และผู้ทำฯต้องลงลายมือชื่อกำกับไว้ โดยไม่ต้องลงวันที่ที่ทำการแก้ไขพินัยกรรม เหตุที่กฎหมายมิได้บังคับให้ผู้ทำพินัยกรรมต้องลงวันที่ เพราะการแก้ไขพินัยกรรมแบบเขียนเอง กฎหมายกำหนดให้ผู้ทำพินัยกรรมต้องแก้ไขด้วยต้นเอง ดังนั้นผู้ทำพินัยกรรมก็จะต้องมีสติสัมปชัญญะ เพราะจะต้องรู้ว่าจะแก้ไขตรงไหนซึ่งเป็นการบังคับอยู่กลายๆว่าจะต้องไม่วิกลจริตดังนั้นจึงไม่จำเป็นที่จะต้องลงวันที่ อันต่างจากพินัยกรรมแบบธรรมดา ที่ผู้ทำพินัยกรรมไม่จำเป็นต้องทำเอง ให้ใครทำให้ก็ได้หรือไม่จำเป็นต้องเขียนจะใช้วิธีการพิมพ์ก็ได้ ดังนั้นจึงต้องลงวันที่กำกับเพื่อจะได้ตรวจสอบได้ว่าผู้ทำมีความสามารถหรือไม่

3. แบบเอกสารฝ่ายเมือง (ม.1658)
การขอทำพินัยกรรมเป็นเอกสารฝ่ายเมือง ผู้ต้องการทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองต้องไปยื่นคำร้องขอให้กรมการอำเภอ(นายอำเภอ) อำเภอใดก็ได้ ดำเนินการให้ตามความประสงค์
โดยมีขั้นตอนการทำพินัยกรรมเป็นเอกสารฝ่ายเมือง ดังนี้
1. ผู้ทำพินัยกรรม แจ้งข้อความที่ตนประสงค์จะให้ใส่ไว้ในพินัยกรรมของตนแก่นายอำเภอต่อหน้า พยานอีกอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน
2. นายอำเภอจดข้อความที่ผู้ทำพินัยกรรมแจ้งให้ทราบแล้วนั้นลงไว้ และอ่านข้อความนั้น ให้ผู้ทำพินัยกรรมและพยานฟัง
3. เมื่อผู้ทำพินัยกรรมและพยานทราบแน่ชัดว่า ข้อความที่นายอำเภอจดนั้นเป็นการถูกต้องตรงกันกับที่ผู้ทำพินัยกรรมแจ้งไว้แล้ว ให้ผู้ทำพินัยกรรมและพยานลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญ
4. ข้อความที่นายอำเภอจดไว้นั้น ให้นายอำเภอลงลายมือชื่อ และลงวัน เดือน ปี จดลงไว้ด้วยตนเองเป็นสำคัญว่า พินัยกรรมนั้นได้ทำถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่ระบุไว้ข้างต้น แล้วประทับตราตำแหน่งไว้เป็นสำคัญ
การทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง ไม่จำเป็นต้องทำในที่ว่าการอำเภอหรือกิ่งอำเภอเสมอไป ถ้าผู้ทำร้องขอจะทำนอกที่ว่าการอำเภอหรือกิ่งอำเภอก็ได้ เมื่อทำพินัยกรรมเสร็จแล้ว ถ้าผู้ทำพินัยกรรมไม่มีความประสงค์จะขอรับเอาไปเก็บรักษาเองโดยทันทีแล้ว ให้เป็นหน้าที่ของนายอำเภอจัดเก็บรักษาพินัยกรรมนั้นไว้ ณ ที่ว่าการอำเภอ หรือกิ่งอำเภอก็ได้ ในกรณีที่ผู้ทำพินัยกรรมจะรับไปเก็บเองนายอำเภอก็จะคัดสำเนาพินัยกรรมเก็บไว้
การแก้ไขพินัยกรรมแบบนี้

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *