สิทธิโดยพินัยกรรมในการตกทอดมรดก (1)

สิทธิโดยพินัยกรรมในการตกทอดมรดก (1)
พินัยกรรม การแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตายของผู้ตายอันมีผลบังคับได้เมื่อตาย ในเรื่องต่างๆ อาทิเช่น การตกทอดของกองมรดก การจัดการทรัพย์มรดก การจัดการศพและในเรื่องอื่น ๆ ตามมาตรา 1646
ดังนั้นการแสดงเจตนาของบุคคลใดหากมีลักษณะเป็นการแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตายหรือมีผลบังคับได้เมื่อตาย การแสดงเจตนาดังกล่าวย่อมมีลักษณะเป็นพินัยกรรม ฉะนั้นการจะพิจารณาว่าสิ่งใดจะเป็นพินัยกรรมหรือไม่ หาได้พิจารณาจากข้อความที่ปรากฏบนส่วนบนของเอกสารนั้น แต่ต้องพิจารณาจากการความหมายในเอกสารนั้นว่ามีลักษณะเป็นการแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตาย
คำพิพากษาฎีกาที่ 2389/2540 ข้อความตามที่ปรากฏในคำสั่งและสัญญาของผู้ฝากเงินทั้ง เจ้ามรดกและจำเลยที่ 2 ต่างแจ้งเจตนาต่อธนาคารว่าต่างประสงค์จะยกเงินฝากในส่วนของแต่ละคนให้อีกฝ่ายหนึ่งถ้าตนถึงแก่กรรมก่อนอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งมีลักษณะเป็นการกำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินของแต่ละคน จึงมีลักษณะเป็นพินัยกรรม เมื่อมีการลงวันเดือนปีที่ทำ ผู้ทำพินัยกรรมลงลายมือชื่อไว้ต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนพร้อมกันและพยานทั้งสองคนนั้นลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรมไว้ในขณะนั้น จึงเป็นพินัยกรรมที่ทำถูกต้องตามแบบในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1656 วรรคหนึ่งย่อมมีผลบังคับได้ตามกฎหมาย

เงื่อนไขความสมบูรณ์ของพินัยกรรม
พินัยกรรมที่ผู้ทำพินัยกรรมทำขึ้น จะมีผลบังคับได้และสมบูรณ์ (ไม่ถูกเพิกถอน) ต้องผ่านเงื่อนไขดังต่อไปนี้
1. แบบ
2. ความสามารถ
3. การแสดงเจตนา
4. วัตถุประสงค์

เงื่อนไขสมบูรณ์ของพินัยกรรมในเรื่องความสามารถ
เนื่องจากการแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตายมีลักษณะเป็นนิติกรรมอย่างหนึ่ง ดังนั้นผู้ทำพินัยกรรมต้องมีความสามารถในการทำพินัยกรรม โดยความสามารถของผู้ทำพินัยกรรมนั้น กฎหมายให้พิจารณาในขณะเวลาที่ทำพินัยกรรมดั่งที่บัญญัติไว้ในมาตรา 1654 “ความสามารถของผู้ทำพินัยกรรมนั้นให้พิจารณาแต่ในเวลาที่ทำพินัยกรรมเท่านั้น”โดยในขณะเวลาที่ทำพินัยกรรมหมายถึง เวลาที่พินัยกรรมได้สมบูรณ์ตามแบบของพินัยกรรมแบบหนึ่งแบบใด เช่น ขณะที่เริ่มเขียนพินัยกรรมอายุยังไม่ครบ 15 ปีบริบูรณ์ แต่รายการในพินัยกรรมยังไม่ครบตามที่กฎหมายกำหนด ก็ยังไม่ต้องพิจารณาความสามารถ จะพิจารณาความสามารถเมื่อพินัยกรรมได้ทำถูกต้องตามแบบที่กฎหมายกำหนดแล้ว
พินัยกรรมจะมีผลสมบูรณ์ จะต้องทำโดยบุคคลที่มีความสามารถตามกฎหมาย กล่าวคือ ต้องไม่เป็นบุคคลดังต่อไปนี้
1. บุคคลอายุไม่ครบ 15 ปีบริบูรณ์ ตาม ม.1703 “พินัยกรรมซึ่งบุคคลที่มีอายุยังไม่ครบสิบห้าปีบริบูรณ์ทำขึ้นนั้นเป็นโมฆะ” ซึ่งบุคคลอายุไม่ครบ 15 ปีบริบูรณ์นั้นที่นี้หมายถึง อายุไม่ครบ 15 ปีบริบูรณ์และยังไม่บรรลุนิติภาวะโดยการสมรส หากบรรลุนิติภาวะโดยการสมรสแล้วแม้จะยังอายุไม่ครบ 15 ปีบริบูรณ์ก็สามารถที่จะทำพินัยกรรมได้
2. คนไร้ความสามารถ ม.1704 ว.1 “พินัยกรรมซึ่งบุคลผู้ถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถทำขึ้นนั้นเป็นโมฆะ” ส่วนพินัยกรรมที่คนวิกลจริตซึ่งศาลยังมิได้สั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถทำขึ้นนั้นมีผลสมบูรณ์ แต่จะตกเป็นการเสียเปล่าเมื่อพิสูจน์ได้ว่าในเวลาที่ทำพินัยกรรมนั้นมีจริตวิกลดั่งที่บัญญัติไว้ตามมาตรา 1704 วรรคสอง “พินัยกรรมซึ่งบุคคลผู้ถูกอ้างว่าเป็นคนวิกลจริต แต่ศาลยังไม่ได้สั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถทำขึ้นนั้น จะเป็นอันเสียเปล่าก็แต่เมื่อพิสูจน์ได้ว่าในเวลาที่ทำพินัยกรรมนั้นผู้ทำจริตวิกลอยู่”ส่วนพินัยกรมที่คนเสมือนไร้ความสามารถทำขึ้นพินัยกรรมนั้นมีผลสมบูรณ์
นอกจากนี้บุคคลอายุไม่ครบ 15 ปีบริบูรณ์ และคนไร้ความสามารถจะให้ผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้อนุบาลแสดงเจตนาทำพินัยกรรมแทนก็ไม่ได้เช่นเดียวกัน เพราะการทำพินัยกรรมมีเป็นสิ่งที่ต้องทำเองเฉพาะตัว

เงื่อนไขความสมบูรณ์ของพินัยกรรมในเรื่องการแสดงเจตนา
โดยทั่วไปนิติกรรมที่ทำขึ้นจากการแสดงเจตนาวิปริตของผู้ทำนิติกรรม นิติกรรมที่ทำขึ้นจะมีผลเป็นโมมะ หรือโมฆียกรรม ขึ้นอยู่กับระดับของความวิปริตในการทำนิติกรรม ส่วนพินัยกรรมที่เกิดจากการแสดงเจตนาวิปริต พินัยกรรมมีผลสมบูรณ์ไม่ว่าจะเกิดจากเหตุสำคัญผิด ฉ้อฉล และข่มขู่ แต่ทั้งนี้พินัยกรรมนั้นอาจจะถูกผู้มีส่วนได้เสียร้องขอให้ศาลเพิกถอนพินัยกรรมได้ ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 1708 และมาตรา 1709 ซึ่งจะได้กล่าวต่อไปในหัวข้อการเพิกถอนพินัยกรรม
มาตรา 1708 “เมื่อผู้ทำพินัยกรรมตายแล้ว ผู้มีส่วนได้เสียคนใดคนหนึ่งจะร้องขอให้ศาลเพิกถอนพินัยกรรมซึ่งได้ทำขึ้นเพราะเหตุข่มขู่ก็ได้….”
มาตรา 1709 “เมื่อผู้ทำพินัยกรรมตายแล้ว บุคคลผู้มีส่วนได้เสียคนใดคนหนึ่งจะร้องขอให้ศาลสั่งเพิกถอนพินัยกรรมซึ่งได้ทำขึ้นเพราะสำคัญผิดหรือกลฉ้อฉลได้…”

เงื่อนไขความสมบูรณ์ของพินัยกรรมในเรื่องวัตถุประสงค์
พินัยกรรมซึ่งจะมีผลสมบูรณ์ วัตถุประสงค์ในการทำพินัยกรรมจะต้องชอบด้วยกฎหมายพินัยกรรมซึ่งมีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย เป็นการพ้นวิสัยหรือเป็นการชัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนมีผลเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ.มาตรา 150 วัตถุประสงค์ของพินัยกรรมข้อใดจะมีลักษณะที่ต้องห้ามหรือไม่ พิจารณาได้จากข้อกำหนดในพินัยกรรมหากต้องห้ามอย่างเห็นได้ชัดเจน พินัยกรรมย่อมมีผลเป็นโมฆะ แต่วัตถุประสงค์ของพินัยกรรมในบางกรณีมิได้มีลักษณะดั่งที่กำหนดไว้ในมาตรา 150 ตัวอย่างเช่น นาย ก. ทำพินัยกรรมกำหนดการเผื่อตายไว้ว่า นาย ข. จะได้ทรัพย์มรดกตามพินัยกรรมเมื่อ นาย ข. ฆ่านาย ค. คู่อริของตน เช่นนี้ ย่อมเห็นได้ว่าพินัยกรรมของนาย ก. มีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามอย่างชัดเจน พินัยกรรมของนาย ก. จึงมีผลเป็นโมฆะ
แต่ถ้า นาย ก. ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกให้แก่นาย ข. โดยกำหนดไว้ในพินัยกรรมว่า ภายหลังจากที่ นาย ข. ได้รับทรัพย์มรดกของตนแล้ว หากหลานของตนคลอดแล้วให้นาย ข. โอนทรัพย์มรดกนั้นให้แก่หลานของตน เช่นนี้จะเห็นได้ว่าพินัยกรรมของนาย ก. มิได้มีวัตถุประสงค์ต้องห้ามอย่างชัดเจน พินัยกรรมของนาย ก. จะมีผลอย่างไรนั้น ต้องพิจารณาว่า กฎหมายห้ามทำพินัยกรรมลักษณะดังกล่าวไว้หรือไม่ ถ้ามี กฎหมายกำหนดไว้อย่างไร ซึ่งจะได้พิจารณาในลำดับต่อไปในเรื่องผลของพินัยกรรม

เงื่อนไขความสมบูรณ์ของพินัยกรรมในเรื่องแบบ
การแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตายจะต้องทำตามแบบของพินัยกรรมในแบบหนึ่งแบบใด ดังต่อไปนี้ (มี 5 แบบ)
1. แบบธรรมดา (ม.1656)
– ทำเป็นหนังสือ
– วันที่
– ลายมือชื่อผู้ทำ
– ลายมือชื่อพยานอย่างน้อย 2 คน

พินัยกรรมแบบธรรมดาจะต้องทำเป็นหนังสือ โดยผู้ทำพินัยกรรมจะเขียนด้วยลายมือของตนเองหรือจะให้บุคคลอื่นผู้เขียนพินัยกรรมให้ก็ได้ หรือจะใช้วิธีพิมพ์ก็ได้
เมื่อเขียนข้อความในพินัยกรรมเสร็จแล้ว ผู้ทำต้องลงลายมือชื่อในพินัยกรรม กรณีที่ผู้ทำพินัยกรรมเขียนหนังสือไม่ได้ กฎหมายอนุญาตให้ผู้ทำพินัยกรรมลงลายพิมพ์นิ้วมือแทนการลงลายมือชื่อก็ได้แต่จะต้องมีพยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ทำพินัยกรรมอย่างน้อย 2 คนดั่งที่บัญญัติไว้ตามมาตรา1665 “เมื่อผู้ทำพินัยกรรมจะต้องลงลายมือชื่อตามมาตรา 1665, 1658, 1660 จะให้เสมอกับลงลายมือชื่อได้ ก็แต่ด้วยลงลายพิมพ์นิ้วมือโดยมีพยานลงลายมือชื่อรับรองไว้ด้วยสองคนในขณะนั้น” โดยพยานในการรับรองลายพิมพ์นิ้วมือจะเป็นคนๆเดียวกับพยานในการทำพินัยกรรมก็ได้ โดยการลงลายมือชื่อของพยานจะกระทำเพียงคนละครั้งก็เพียงพอทั้งการเป็นพยานในพินัยกรรมและพยานในการรับรองลายพิมพ์นิ้วมือโดยไม่จำเป็นต้องลงลายชื่อคนละ 2 คราว
ในการลงลายมือชื่อของพยานในพินัยกรรมนั้น พยานไม่จำเป็นต้องลงลายมือชื่อพร้อมหรือขณะที่ผู้ทำพินัยกรรมได้ทำพินัยกรรมนั้น จะลงลายมือชื่อในภายหลังก็ได้ แต่พยานอย่างน้อย 2 คนนั้นจะต้องเห็นว่าผู้ทำพินัยกรรมได้ลงลายมือชื่อในพินัยกรรมด้วยตนเอง โดยพยานจะลงลายมือชื่อขณะใดก็ได้ไม่ใช่สาระสำคัญ ความสำคัญอยู่ที่ว่าต้องเห็นว่าผู้ทำลงลายมือชื่อ ถ้าไม่เห็นผู้ทำพินัยกรรมลงลายมือชื่อไม่นับว่าบุคคลนั้นมีฐานะเป็นพยาน
การขูด ลบ ตก เติม แก้ไข เปลี่ยนแปลง พินัยกรรมแบบธรรมดาจะลงวันที่ซึ่งทำการแก้ไข ลงลายมือชื่อผู้ทำ และลงลายมือชื่อพยานอย่างน้อย 2 คนในบริเวณที่ทำการแก้ไข
ถ้าไม่ทำตามแบบดังกล่าวจะไม่สมบูรณ์เป็นการแก้ไขเปลี่ยนแปลงไม่มีผลเป็นการแก้ไข โดยพยานในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงนั้นจะเป็นบุคคลใดก็ได้ไม่จำเป็นต้องเป็นพยานคนเดิมในขณะที่ทำพินัยกรรม

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *