สำราญกับงานอดิเรก..ที่มีค่า

สำราญกับงานอดิเรก..ที่มีค่า

วันที่ : 4 กันยายน 2550 นิตยสาร/หนังสือพิมพ์ : Hi-Class

ในแต่ละวันที่หมดไปกับหน้าที่การงานอันหนักอึ้ง ย่อมนำไปสู่การหิวกระหายใคร่เสพความสุขจากการทำสิ่งที่ตนเองชื่นชอบ การพักผ่อนสบาย ๆ การสังสรรค์กับเพื่อนฝูง หรือการเดินทางไปในสถานที่ที่น่ารื่นรมย์ ทันทีที่มีเวลาว่าง โดยวางภาระไว้ชั่วคราว ก่อนที่จะต้องกลับไปเผชิญหน้าอีกครั้ง

การแสวงหาความสุขเติมเต็มชีวิตนั้น นับเป็นเรื่องปกติ โดยที่แต่ละคนต่างนั้นต่างมีรูปแบบงานอดิเรกของตนที่เพิ่มพูนความสุขใจ
สำหรับผมแล้ว งานอดิเรกของผม คือ การสะสมของมีค่า 3 สิ่ง ซึ่งนับเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต อันได้แก่

สะสมความคิด ผมชอบคิดพิจารณาและวิเคราะห์สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัว โดยจะคิดใคร่ครวญให้ลึกซึ้ง ในหลายแง่หลายมุม เพื่อทำความเข้าใจ และสรุปเป็นความคิดรวบยอด เก็บสะสมไว้ในใจ เสร็จแล้วค่อยคิดเรื่องอื่นต่อไป เป็นการสะสมความคิดไปเรื่อย ๆ นับร้อยนับพันเรื่อง และเมื่อมีโอกาสผมจะถ่ายทอดออกมาเป็นข้อเขียนต่าง ๆ

สะสมมิตรภาพ เพราะรู้ซึ้งว่ามิตรภาพเป็นสิ่งที่มีคุณค่า ผมสร้างมิตรภาพกับทุกคนตั้งแต่ชาวไร่ชาวนา คนกวาดถนน คนขับรถ คนทุกประเภท ผมชอบเป็นเพื่อนกับคนทั้งโลก การสะสมไมตรีจิตทำให้ชีวิตของผมมีความสุข การลงทุนสร้างสัมพันธ์ของผม สิ่งที่ได้รับกลับมาคือ “เพื่อนแท้” จำนวนมาก ซึ่งนับเป็นของขวัญอันล้ำค่าที่ไม่สามารถทดแทนด้วยสิ่งมีค่าใด ๆ ได้เลย

สะสมหนังสือ ผมเป็นคนชอบอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็ก เพราะเห็นว่าหนังสือมีค่ามากเนื่องจากเป็นที่รวบรวมผลึกทางความคิดของผู้เขียนที่สู้อุตส่าห์ทำงานหนักในการกลั่นกรองตัวหนังสือให้บรรจุอยู่ในหนังสือหนึ่งเล่ม หนังสือมีคุณค่าอเนกอนันต์และนับว่ามีส่วนสำคัญยิ่งในการสร้างความคิด จินตนาการ พฤติกรรม และลักษณะชีวิตของผมให้เป็นเช่นทุกวันนี้ ปัจจุบันหนังสือของผมหลายหมื่นเล่ม ผมได้ยกให้คนอื่น ๆ ร่วมใช้ไปแล้ว

ของสะสมทั้ง 3 สิ่งนี้ เป็นของสะสมที่ผมสามารถใช้เวลาสะสมได้ตลอดวันคืนแห่งชีวิต ไม่ต้องกลัวว่าที่จะเต็ม

ที่สำคัญ เป็นการสะสมที่ไม่ต้องใช้เวลาพิเศษ จึงทำให้ผมมีเวลาว่างที่จะทำสิ่งที่มีคุณค่าอื่น ๆ ได้อีกมาก

ผมคิดว่า ความสุขความสำเร็จของชีวิตนั้นจะไม่มีความหมายเลย หากปราศจากสิ่งที่ดำเนินควบคู่กับความสำเร็จนั่นคือ “การใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า” ในทุก ๆ นาทีแห่งชีวิตที่เหลืออยู่ โดยทำในสิ่งที่ก่อให้เกิดประโยชน์ที่สุดทั้งต่อตนเอง ต่อผู้อื่น และต่อสังคมส่วนรวม
ปัจจุบัน ผมทำงานตลอดทั้งวัน เฉลี่ยวันละไม่ต่ำกว่า 15-20 ชั่วโมง ทำด้วยความกระตือรือร้น เอาจริงเอาจัง และทำอย่างสนุกสนาน ด้วยเห็นคุณค่าในสิ่งที่เรากำลังทำอยู่และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

ผมบูรณาการ งาน กับ การพักผ่อน ให้เป็นเรื่องเดียวกันได้ เพราะงานไม่ใช่ภาระหนักที่ถูกบังคับให้ทำ แต่กลายเป็นภาระใจที่อยากจะทำให้สำเร็จ และไม่มีความคิดว่า จะต้องละทิ้งงานชั่วคราวเพื่อไปพักผ่อน ด้วยเหตุว่าการทำงานนั่นแหละคือความสุขที่ไม่ต่างกับการพักผ่อนใด ๆ

ผมพูดเปรียบเปรยอยู่เสมอว่า เรามักจะมองว่าการตีกอล์ฟนั้นสนุกสนาน แต่การกวาดบ้านเป็นงานหนักที่น่าเบื่อหน่าย ทั้ง ๆ ที่การทำสิ่งเหล่านี้ก็ใช้กล้ามเนื้อชุดเดียวกัน เหนื่อยเหมือน ๆ กัน แต่ถ้าให้เลือก คนมักจะเลือกตีกอล์ฟมากกว่ากวาดบ้าน เพราะสนุกกว่า

ผมอยากให้คนทำงานทุกคนได้ทำงานอย่างมีความสุข จนไม่สามารถแยกออกได้เลยระหว่าง การทำงาน กับ การหยุดพักผ่อน โดยเลือกทำในสิ่งที่มีคุณค่าต่อตนเอง ผู้อื่น และสังคมส่วนรวมร่วมไปด้วยกันเสมอ หากเราเป็นเช่นนี้เราจะเป็นคน ๆ หนึ่งที่มีความสุขในการดำเนินชีวิตมากที่สุด ซึ่งหาได้ยากยิ่งในปัจจุบัน

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *