สาระน่ารู้เรื่อง โรคไข้หวัดนก

สาระน่ารู้เรื่อง โรคไข้หวัดนก
• คุณภาพชีวิต
หลีกเลี่ยงกินไก่ที่ตายโดยไม่ทราบสาเหตุ

ไข้หวัดนก-สาเหตุของโรค

เกิดจากเชื้อไวรัส Avian Influenza type A ในตระกูล Orthomyxoviridae ซึ่งเป็น RNA ไวรัสชนิดมีเปลือกหุ้ม โดยมีแอนติเจนที่สำคัญได้แก่ Hemagglutinin (H) มี 15 ชนิด และ neuraminidase (N) มี 9 ชนิด

ไข้หวัดนก-แหล่งของเชื้อโรค

แหล่งของเชื้อโรค ได้แก่ นกเป็ดน้ำ นกอพยพ และนกตามธรรมชาติเป็นแหล่งรังโรคโดยไม่แสดงอาการ เป็ด ไก่ ในฟาร์มและในบ้านสามารถติดเชื้อและแสดงอาการของโรคได้

ไข้หวัดนก-วิธีการติดต่อระหว่างสัตว์

เชื้อไวรัสจะถูกขับถ่ายออกมาทางอุจจาระจากนก และติดต่อสู่สัตว์ปีกที่ไวต่อการรับเชื้อทางระบบทางเดินหายใจและทางเดินอาหาร

ไข้หวัดนก-ระยะฟักตัวและอาการในสัตว์

ระยะฟักตัวของโรคนี้ในสัตว์สั้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง ถึง 3 วัน ในสัตว์มีอาการซึม ซูบผอม ไม่กินอาหาร ขนยุ่ง ไข่ลด ไอ จาม หายใจลำบาก หน้าบวม หงอนและเหนีบงบวม มีสีคล้ำ มีอาการทางประสาท ท้องเสีย อาจตายกะทันหันโดยไม่แสดงอาการ อัตราการตายอาจสูงถึง 100 %

ไข้หวัดนก-วิธีการติดต่อระหว่างสัตว์สู่คน

คนสามารถติดเชื้อจากสัตว์ได้จากการสัมผัสสัตว์ป่วยโดยตรง และโดยทางอ้อมจากการสัมผัสกับสิ่งคัดหลั่งจากสัตว์ที่เป็นโรค เช่น อุจจาระ น้ำมูก น้ำตา น้ำลายของสัตว์ที่ป่วย จากการเฝ้าระวังโรคยังไม่พบว่ามีการติดต่อระหว่างคนสู่คน ผู้ที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคได้แก่ ผู้ที่มีอาชีพและใกล้ชิดกับสัตว์ปีก เช่น ผู้เลี้ยง ฆ่า ขนส่ง ขนย้าย ผู้ขายสัตว์ปีกและซากสัตว์ปีก สัตวบาล และสัตวแพทย์ รวมถึงเด็กๆ ที่เล่นและคลุกคลีกับสัตว์

ไข้หวัดนก-ระยะฟักตัวและอาการในคน ระยะฟักตัวในคนใช้เวลาประมาณ 1 – 3 วัน ในคนอาจมีอาการทางระบบทางเดินหายใจแบบเฉียบพลัน มีไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย มีน้ำมูก ไอ และเจ็บคอ บางครั้งพบว่ามีอาการตาแดง ซึ่งจะหายเองได้ภายใน 2 – 7 วัน หากมีอาการแทรกซ้อนจะมีอาการรุนแรงถึงปอดบวมและเกิดระบบหายใจล้มเหลว (Acute Respiratory Distress Syndrome) ได้ โดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอาย

ไข้หวัดนก-การป้องกันโรคและดูแลสุขภาพ

1. หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ปีกที่มีอาการป่วย หรือตาย โดยเฉพาะเด็ก 2. หากต้องสัมผัสกับสัตว์ปีกในระยะที่มีการระบาดในพื้นที่ ให้สวมหน้ากากอนามัย สวมถุงมือ 3. ล้างมือทุกครั้งหลังการสัมผัสสัตว์ปีกและสิ่งคัดหลั่งของสัตว์ปีกด้วยสบู่และน้ำ 4. หากมีอาการเป็นไข้ ไอ โดยเฉพาะผู้มีอาชีพเลี้ยง ฆ่า ขนส่ง ขนย้าย และขายสัตว์ปีก หรือเกี่ยวข้องกับซากสัตว์ปีก ให้รีบมาพบแพทย์และบอกประวัติการสัมผัสพร้อมอาการ

ไข้หวัดนก-การควบคุมการระบาด

การควบคุมการระบาดในสัตว์ ทำได้โดย 1. ฆ่าตัดทำลายวงจร 2. ทำลายซากและผลิตภัณฑ์ของสัตว์ปีกที่สงสัยว่ามีการติดเชื้อ 3. กำจัดเชื้อในสิ่งแวดล้อม 4. เว้นระยะการนำสัตว์รุ่นใหม่มาเลี้ยงในฟาร์มที่ติดเชื้อเป็นระยะเวลา 21 วัน

ไข้หวัดนก-การรักษาโรคในคน

เหมือนกับการรักษาไข้หวัดใหญ่ทั่วไป คือ รักษาตามอาการ ส่วนการใช้ยาต้านไวรัสขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแพทย์ผู้ทำการรักษา

การบริโภคเนื้อไก่ มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคเพียงใด

เชื้อไวรัสไข้หวัดนกไม่สามารถทนต่อความร้อนที่สูงเกิน 70 องศาเซลเซียสได้ การทอด ต้ม นึ่ง อบ หรือย่าง โดยปกติก็จะสามารถฆ่าเชื้อได้ เพราะส่วนใหญ่ใช้ความร้อนเกิน ผู้บริโภคจึงสามารถรับประทานได้อย่างปลอดภัย

นกและสัตว์ปีกป่วยมีอาการอย่างไร

นกและสัตว์ปีกป่วยจะมีอาการซึมหงอย ขนฟู หน้า หงอนหรือเหนียงบวมคล้ำ มีน้ำมูก หรือขี้ไหล เป็นต้น

คนที่สงสัยว่าเป็นอาการไข้หวัดมีอาการเป็นอย่างไร

จะมีอาการไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย เจ็บคอ ไอ หลังจากมีการสัมผัสสัตว์ปีกที่ป่วย

เลี้ยงนก เลี้ยงไก่ไม่มากใครจะเป็นผู้ทำลาย และข้างบ้านมีไก่ตายให้ไปช่วยกำจัดซากไก่/นกได้จากที่ไหน

ถ้าไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่ทางราชการประกาศเป็นเขตพื้นที่เฝ้าระวังไข้หวัดนกก็ไม่จำเป็นต้องฆ่าทำลาย หากอยู่ในเขตพื้นที่เฝ้าระวังให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่ และห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์โดยไม่ได้ขออนุญาตจากกรมปศุสัตว์ หรือปศุสัตว์จังหวัด

กินไก่ตายจะติดเชื้อโรคและป่วยหรือไม่ กินไข่ตอนนี้ได้หรือไม่

หลีกเลี่ยงกินไก่ที่ตายโดยไม่ทราบสาเหตุ ส่วนไข่กินได้แต่ต้องปรุงให้สุกเท่านั้น

ที่มา : โรงพยาบาลแกลง

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *