สร้างเสริม Q ทั้ง 6 เพื่อคุณภาพการทำงานใครว่ายาก ?

สร้างเสริม Q ทั้ง 6 เพื่อคุณภาพการทำงานใครว่ายาก ?
เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า IQ และ EQ เป็นปัจจัยความสำเร็จของชีวิตมนุษย์ในโลกปัจจุบันและนาคต ต้องเรียนรู้และพัฒนาทักษะความสามารถในการเผชิญและฟันฝ่าอุปสรรค หรือความสามารถในการเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส
แนวคิดทางจิตวิทยาสมัยใหม่ เชื่อว่า คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตและการทำงานเกิดมาจาก IQ เพียง 20% แต่อีก 80% เกิดจาก EQ หากแต่ปัจจุบันความสามารถหรือความฉลาดของมนุษย์ได้แตกแขนงออกไปอีกหลายด้าน แต่ละด้านมีองค์ประกอบสำคัญในการเสริมสร้างประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น และเป็น
พื้นฐานของความสำเร็จในการทำงานเช่นกัน เช่น AQ PQ MQ LQ CQ หรือบางสำนักก็แบ่งออกไปเป็น “Q” อื่นๆ อีกมากมาย
แต่ครั้งนี้จะขอเอ่ยถึงเพียง 6 คิว ซึ่งมีความสำคัญและการฝึกฝนเพื่อสามารถนำไปพัฒนาประสิทธิภาพ
ในการทำงานได้ไม่น้อย

1.IQ คือความฉลาดทางสติปัญญา
เป็นการวัดความสามารถทางการคิดวิเคราะห์ ความสามารถทางวิชาการ วัดความจำ การอ่านเขียน คำนวณ แต่ไม่ได้วัดด้านอื่นๆ เช่น ความคิดสร้างสรรค์ ทักษะต่างๆ ด้านการทำงาน ทักษะชีวิตประจำวัน การพัฒนา IQ 50% มาจากกรรมพันธุ์ อีก 50% มาจากสิ่งแวดล้อม เช่น การได้รับการเลี้ยงดูจากครอบครัว ความรัก ความอบอุ่น และกิจกรรมต่าง ๆ ไอคิวในส่วนที่ได้จากสิ่งแวดล้อม คุณเองก็สามารถลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเองได้ด้วยวิธีเหล่านี้
-หากิจกรรมที่เหมาะสมทำ เช่น เล่นกีฬา กรณีที่คุณไม่มีพื้นฐานสามารถไปเข้าคอร์สเรียนได้ เช่น กอล์ฟ เทนนิส เต้นรำประเภทต่างๆ หรือเรียนดนตรี นอกจากได้บริหารร่างกายแล้ว ยังเท่ากับได้บริหารสมอง

ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ด้วย อย่าลืมว่า กายและใจของมนุษย์ทำงานประสานกัน
จิตใจของคุณจะเบิกบานแจ่มใสขึ้น แถมได้พบสังคมใหม่ เพื่อนใหม่ๆ ที่จะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในด้านต่างๆ ด้วย
-ไม่เคร่งเครียดกับงานมากเกินไป เพื่อลดภาวะความกดดัน ซึ่งอาจทำให้หัวใจทำงานหนักเกินไป ดังนั้น จึงควรผ่อนคลายกับการทำงาน และหาเวลาพักผ่อนบ้าง
-ในกรณีที่คุณเป็นผู้ปกครอง คุณสามารถเตรียมไอคิวให้กับบุตรหลานได้ด้วยวิธีตามที่กล่าวมา
2.EQ คือความฉลาดทางอารมณ์
หรือความสามารถทางอารมณ์ที่จะช่วยให้การดำเนินชีวิตเป็นไปอย่างสร้างสรรค์และมีความสุข โดยกรมสุขภาพจิต ได้พัฒนาแนวคิดเรื่องนี้ว่าประกอบไปด้วยปัจจัยหลัก 3 อย่าง คือ ความดี ความเก่ง และความสุข ซึ่งคุณฝึกฝนได้เช่นกัน
-ความดี ฝึกได้จากการหัดควบคุมอารมณ์ และความต้องการของตนเอง เห็นใจผู้อื่น มีน้ำใจเป็นนักกีฬา ที่สำคัญ คือเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลักและแสดงออกอย่างเหมาะสม
-ความเก่งเริ่มต้นด้วยรู้ศักยภาพและสร้างแรงจูงใจให้ตนเอง เพื่อที่จะมีความมุ่งมั่นไปให้ถึงเป้าหมาย สามารถตัดสินใจและแก้ปัญหาได้ เหนืออื่นใดคือคุณต้องขจัดความขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช้อารมณ์เป็นหลัก
-ความสุข พูดง่ายๆ ก็คือการดำเนินชีวิตอย่างเป็นสุขทั้งกายและใจ พอใจในสิ่งที่ตนเองมี ไม่ต้องไปดูอื่นไกล เพียงเห็นคุณค่าในตนเอง เชื่อมั่น มองโลกในแง่ดี มีอารมณ์ขัน รู้จักผ่อนคลาย มีความสงบทางจิตใจ อาจทำได้โดยการฝึกสมาธิบ่อยๆ เพราะหากคุณมีสมาธิแล้วก็ทำให้เกิดปัญญา การตัดสินด้วยอารมณ์ความรู้สึกก็จะลดน้อยลง เป็นการ
ตัดสินด้วยเหตุและผลแทน
สรุปแล้วความฉลาดทางอารมณ์
ก็คือ การเข้าใจตนเอง เข้าใจผู้อื่นและแก้ไขความขัดแย้งได้นั่นเอง หากใครต้องการทดสอบความฉลาดทางอารมณ์ล่ะก็ สามารถเข้าไปทำแบบทดสอบได้ที่ www.thaimental.com/selftest_htdocs/eq1.asp
3.MQ คือ ความฉลาดทางคุณธรรม
การที่บุคคลคนหนึ่งจะมี MQ ระดับดี ต้องเริ่มปลูกฝังในวัยเด็กจึงจะได้ผล เพื่อให้เกิดเป็นนิสัย และเป็นธรรมชาติ ดีกว่ามาฝึกในวัยผู้ใหญ่ อย่างไรก็ตาม หากเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ก็ยังไม่สายเกินไป การฝึกตัวเองให้มีคุณธรรม คือ การฝึกให้มีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่เอาเปรียบผู้อื่น มีความเที่ยงตรง และมีธรรมะในการทำงาน นั่นคือ อิทธิบาท 4 ได้แก่
-ฉันทะ ความพอใจ รักงานที่ทำ
-วิริยะ ความเพียร ความพยายาม
-จิตตะ มีความเอาใจใส่ เรียนรู้ในการทำงาน
-วิมังสา หมั่นทบทวนเอาใจใส่ต่องาน
ในความเป็นจริง ทั้ง IQ EQ และ MQ นั้น มีความสัมพันธ์กันอยู่จากความเชื่อเก่าๆ ที่มุ่งหวัง
ปลูกฝังให้มนุษย์เต็มไปด้วย ความฉลาดทาง
สติปัญญา ปัจจุบันความเชื่อใหม่มีว่ามนุษย์จะมีความสุขก็ต่อเมื่อ มีระดับแห่งความฉลาดทางอารมณ์ และความฉลาดทางศีลธรรมสูงด้วย นอกจากจะต้องมี IQ พอสมควรแล้ว จะต้องมี EQ ที่ดีด้วย ปัจจุบันแค่ 3 อย่างที่กล่าวมาไม่พอเสียแล้ว คนที่จะประสบความสำเร็จในการเรียน การทำงาน หรือการดำเนินชีวิตจะต้องมี AQ ที่ดี ด้วย
4.AQ คือ ความฉลาดในการเผชิญปัญหา
ควรเริ่มจากมองปัญหาให้เป็นโอกาสก่อน คุณสามารถทำได้
-ควบคุมทุกสถานการณ์ให้ได้ ด้วยทัศนคติที่ว่า ทุกปัญหาสามารถแก้ไขได้
-มีความอดทนต่อปัญหาต่างๆ ด้วยทัศนคติที่ว่า คุณจะได้เรียนรู้เรื่องใหม่ๆ เพิ่มขึ้น
-มองโลกในแง่ดี ไม่วู่วาม มีสติในการแก้ปัญหา คนที่มี AQ ดี จะเป็นคนที่มีใจสู้ มีความมานะพยายาม อดทน ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เรียกว่าเป็นพวก “กัดไม่ปล่อย” ก็น่าจะได้ จึงมักจะประสบความสำเร็จในสิ่งที่ทำอยู่เสมอ ถ้าแบ่งคนเป็น 3 กลุ่ม โดยเปรียบเทียบกับนักไต่เขา ซึ่งต้องเผชิญกับความยากลำบากอย่างยิ่งยวดกว่าจะถึงยอดเขา
-กลุ่มแรก คือประเภทถอดใจตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่ม แค่เพียงเห็นความสูงของภูเขา และระยะทางอันยาวไกล ก็พาลล้มเลิกความคิดที่จะปีนเสียแล้ว
-กลุ่มที่สอง ประเภทเอาสนุกเข้าว่า ตราบใดที่ยังรู้สึกสนุกอยู่ก็ยังไปต่อได้เรื่อยๆ แต่พอลำบากหนักๆ เข้า ทำให้หมดสนุก ก็จะเลิกล้มความตั้งใจเสียดื้อๆ
-กลุ่มสุดท้าย คือ นักไต่เขาตัวจริง ที่สู้ไม่ถอย จะลำบากตรากตรำแค่ไหนก็ไม่หวั่น ยินดีที่จะทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ และสติปัญญาเพื่อไปให้ถึงยอดเขาให้ได้ ที่แหละ คือ พวกที่มี AQ สูงจริงๆ
คงไม่ต้องบอกว่า AQ มีความสำคัญในการทำงานมากแค่ไหน หากองค์กร หรือใครจะพัฒนา AQ ในที่ทำงานให้สูงก็มีหลักง่ายๆ ด้วยการ
-กำหนดเป้าหมายในการทำงานให้ชัดเจน ชี้ให้เห็นชัดว่าภูเขาลูกไหนกันแน่ที่เราจะต้องปีนให้ถึงยอด
-สร้างแรงจูงใจ กำหนดรางวัลที่จูงใจให้พนักงานทำงานให้บรรลุเป้าหมาย และควรเป็นรางวัลสำหรับการทำงานเป็นทีม ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่งเท่านั้น
-มอบอำนาจให้ทีมงาน ให้ทำงานได้อย่างคล่องตัวที่สุด และควรสนับสนุนวัสดุ อุปกรณ์ งบประมาณและสิ่งอำนวยความสะดวกให้ตามสมควร
-สร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน เช่น ใช้อารมณ์ขันเพื่อลดความเครียด เอาใจใส่ในทุกข์สุขจากหัวหน้า จะเป็นกำลังใจอย่างมหาศาลแก่ลูกน้องด้วย
-พัฒนาความรู้ความสามารถของพนักงานอยู่เสมอ ไม่ให้เกิดความรู้สึกท้อแท้ สิ้นหวัง และความรู้สึกว่าตนเองไร้ความสามารถ ไม่สามารถเอาชนะปัญหาและอุปสรรคได้
-เมื่อเกิดปัญหาใดๆ ขึ้นมา ควรหลีกเลี่ยงการกล่าวหาหรือซ้ำเติมกันเอง แต่ต้องร่วมมือกันหาทางแก้ไขโดยเร่งด่วน ในขณะเดียวกันหากใครทำดี ควรช่วยกันชื่นชมยกย่องเพื่อให้เป็นตัวอย่างที่ดีกับทีม
-เฉลิมฉลองเมื่อทำงานเสร็จ เพื่อสร้างคุณค่าและความภาคภูมิใจแก่ทีมงาน ทำให้เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ ส่งผลถึงการทำงานครั้งต่อไปให้ดียิ่งขึ้น
นอกจากนี้ IQ EQ MQ และ AQ ที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าล้วนแต่มีความสัมพันธ์และเกี่ยวเนื่องกันนั้น หากขาดอย่างใดอย่างหนึ่งอาจทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานด้อยกว่าคนอื่นก็เป็นได้ ฉะนั้นควรฝึกฝนให้ตนได้มีการพัฒนาบ่อยๆ อย่างต่อเนื่อง
5.SQ คือทักษะทางสังคมการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น
เรียกว่าหลีกหนีกันไม่ได้จริงๆ เพราะมนุษย์ทุกคนเป็นส่วนหนึ่งในสังคม จึงต้องใช้ชีวิตอยู่กับผู้อื่น นั่นหมายถึงการปรับตัวในสภาพแวดล้อม หรือองค์กรนั้นๆ ซึ่งแต่ละคนก็คงมีประสบการณ์การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นมาตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าได้เล่นกับเพื่อน ได้ทำกิจกรรมกลุ่ม หรือทำงานอื่นๆ กับเพื่อน คบเพื่อนๆ ที่หลากหลาย โดยเฉพาะในวัยทำงาน ยิ่งต้องมีทักษะทางสังคมมากขึ้นตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ลองดูวิธีเหล่านี้
-มีน้ำใจเอื้ออาทรต่อเพื่อนร่วมสังคม
-ไม่คิดว่าตัวเองเหนือกว่าใคร
-เปิดกว้างยอมรับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์และยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น รวมทั้งมีความเคารพในตัวผู้อื่นด้วย
6.PQ คือ ความฉลาดทางพลานามัย
บุคลิกที่มีความมั่นใจในการเคลื่อนไหว ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงถ้าจะเล่นก็เล่นอย่างมีความสุขสนุกสนาน ซึ่งอาจหมายถึงที่หลายคนว่าเรียนเป็นเรียน เล่นเป็นเล่น หรือเวลาทำงานก็มักให้ความสำคัญกับงานจริงๆ เมื่อถึงเวลาพักผ่อนก็พักผ่อนเต็มที่ เล่นให้ถูกเวลากาลเทศะ หากได้รับการฝึกฝนมาตั้งแต่วัยเด็กก็จะได้เปรียบกว่ามาฝึกในวัยผู้ใหญ่ อย่างไรก็ตามหากเริ่มต้นเสียแต่วันนี้ ก็ยังไม่สายอีกเหมือนกัน เคล็ดลับ เพียงแค่คุณเลือกกิจกรรมที่คุณชอบ อาจเป็นกีฬา หรือกิจกรรมที่ได้เคลื่อนไหวร่างกายอื่นๆ เช่นการเต้นรำ การเล่นกีฬากลางแจ้ง ฯลฯ
เพราะฉะนั้น คนที่จะประสบผลสำเร็จไม่ว่าจะเป็นลูกน้อง หรือหัวหน้าก็ควรมี
วิสัยทัศน์ สามารถมองภาพรวมออก และคาดการณ์ข้างหน้าได้ค่อนข้างถูกต้อง การพัฒนา IQ EQ AQ MQ SQ และ PQ ให้ดีอย่างสม่ำเสมอ แม้แต่การเป็นลูกจ้างปัจจุบันก็ต้องมีความสามารถ ใครมีความสามารถมากก็จะสามารถเป็นลูกจ้างที่มีงานมั่นคง ส่วนใครไม่มีประสิทธิภาพก็ต้องหากงานใหม่ หรือตกงานไป ดังเช่นเหตุการณ์ปัจจุบัน……

Tags:,

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *