สมองกับการเรียนรู้

สมองกับการเรียนรู้
คนเราจะเกิดมาฉลาดหลักแหลมหรือเป็นคนโง่ทึ่มนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ อย่าง แต่ปัจจัยที่สำคัญที่สุดยังคงเป็น “สมอง” เพราะสมองเป็นตัวที่จะรับรู้และสั่งการ ทำให้เรามีความคิดและการกระทำ ถ้าปราศจากการสั่งการจากสมองแล้ว เราคงจะทำอะไรไม่ได้เลย
การจะเลี้ยงลูกให้ฉลาดนั้น จำเป็นจะต้องมีพัฒนาสมองของลูกไปให้ถูกทาง สร้างเสริมความรู้ประสบการณ์ให้เหมาะสมกับวัย เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของสมองเราจึงควรที่จะรู้จักการทำงานของสมองตั้งแต่เกิดจนเจริญเติบโตเต็มที่ เพื่อจะได้เข้าใจและส่งเสริมสมองให้เรียนรู้ได้อย่างถูกต้องตามจังหวะเวลาที่เหมาะสม
การเติบโตของสมอง
สมองของคนเราจะเริ่มทำงานตั้งแต่อยู่ในท้อง ในช่วงแรกของชีวิตนี้สมองจะทำงานเพียงเพื่อการดำรงชีวิตให้อยู่รอดเท่านั้น ยังไม่ได้พัฒนาจนเจริญเต็มที่ จนพ้นขวบปีแรกไปสมองจะมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วมากในทุก ๆ ด้านไปจนถึงอายุประมาณ 4 ขวบ สมองจะพัฒนาไปถึง 60 เปอร์เซนต์ จนถึงอายุ 10 ปี จะเจริญเกือบเท่าผู้ใหญ่ จากนั้นก็จะพัฒนาในส่วนของการเรียนรู้ต่อไปเรื่อย ๆ อย่างไม่มีการหยุดยั้งจนกว่าจะตายไป
การที่สมองจะเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็วและมีการรับรู้ได้มากนั้น จะต้องมีสิ่งเร้าไปกระตุ้นสมองอยู่เสมอ ๆ สมองจะยิ่งพัฒนามากขึ้นโดยเฉพาะในช่วง 6 ขวบแรกนั้นเป็นช่วงโอกาสทองของการพัฒนาสมองเลยทีเดียว เพราะเป็นช่วงที่สมองกำลังเติบโตและต้องการ การเรียนรู้ในทุกเรื่อง ถ้าเราเร่งสร้างความฉลาดกันในช่วงนี้ สมองจะรับได้ทันที และเป็นพื้นฐานที่ ฝังแน่นติดตัวต่อไปเมื่อโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ ฉะนั้นการเลี้ยงลูกให้ฉลาดนั้นจะเริ่มกันในช่วง 6 ขวบแรกนี้ จะดีกว่าไปพัฒนากันในช่วงหลัง ซึ่งสมองจะรับรู้ได้ช้ากว่ามาก
สมองแบ่งออกเป็น 2 ซีกคือ ซีกซ้ายและซีกขวา ในสมองแต่ละส่วนจะทำหน้าที่แตกต่างกันไป เช่น การควบคุมการเคลื่อนไหว การพูด การรับรส ฯลฯ สมองทั้ง 2 ซีกของร่างกายจะทำงานไปพร้อม ๆ กัน จะต้องประสานงานกันเป็นอย่างดี
สมองแต่ละซีกจะมีหน้าที่เด่นกันคนละอย่าง สมองซีกซ้ายจะทำหน้าที่เกี่ยวกับรูปธรรมทั้งหลาย เช่น การคิด เหตุผล การวิเคราะห์ ภาษา การเขียน การคำนวณ ฯลฯ และ การเคลื่อนไหวต่าง ๆ เราจะรับรู้เรื่องเหล่านี้ได้จากการทำงานของสมองซีกซ้าย
ส่วนสมองซีกขวาจะมีหน้าที่เกี่ยวกับเรื่องนามธรรม เช่น จินตนาการ มโนธรรม คุณธรรม ศิลปะ ดนตรี อารมณ์สุนทรีย์ ญาณปัญญา ฯลฯ
การที่คนเรามีความถนัดไม่เหมือนกัน อาจเกิดจากการเจริญเติบโตของสมองทั้งสองซีกไม่เท่ากัน บางคนจึงมีความเชี่ยวชาญในเรื่องคำนวณ แต่บางคนก็เชี่ยวชาญในการร้องเพลง ความสามารถที่แตกต่างกันเหล่านี้ อาจเนื่องมาจากการพัฒนาของสมองไม่เท่ากันก็ได้
แต่ถึงอย่างไรสมองทั้งสองซีก จะต้องทำงานไปด้วยกันเสมอ แม้ว่าบางช่วงสมองซีกใดซีกหนึ่งจะทำงานมากกว่าก็ตาม
ในการพัฒนาลูกของเราให้มีความฉลาดขึ้น จะต้องพัฒนาสมองทั้งสองซีกเช่นกัน เพราะการมีความฉลาดเพียงด้านเดียวแทนที่จะเป็นคุณอาจกลายเป็นโทษไปก็ได้ เราอาจจะได้ลูกที่ฉลาด แต่เอาเปรียบผู้อื่นเพราะไม่มีคุณธรรมหรือความรัก หรือเราอาจจะได้ลูกที่มีแต่ความรัก โดยไม่ยอมทำงานสร้างสรรค์อะไรให้กับตัวเองและสังคมก็ได้ ฉะนั้นการจะได้ลูกที่ฉลาดสมบูรณ์แบบนั้นต้องให้การพัฒนาการเรียนรู้ ทั้งทางด้านรูปธรรมและนามธรรมควบคู่กันไปเสมอ
การเจริญเติบโตของสมองซีกซ้ายจะเริ่มเร็วกว่าในตอนอายุ 2 ขวบ แล้วสมองซีกขวาจะเจริญไล่มาทันตอนอายุ 4 ขวบ การเน้นการพัฒนาของเด็กจึงต้องเน้นตามการพัฒนาของสมองด้วย จึงจะได้ผลดี
สมองของชายและหญิง
การรับรู้ของสมองในเพศชาย และเพศหญิงนั้นจะมีความแตกต่างกัน โดยจะมีความเด่นกันคนละด้าน ดังนี้
ในเพศชายจะมีความถนัดและสามารถในเรื่อง
1. คณิตศาสตร์ การคำนวณต่าง ๆ
2. ความเข้าใจในเรื่องหลักการและเหตุผล
3. การใช้ภาษาในเชิงเหตุผล
4. การสังเกตต่าง ๆ
5. การใช้แผนที่ ทิศทาง การกะระยะทาง
6. การทดสอบสิ่งต่าง ๆ
7. การมองเห็นในเวลากลางวัน
8. ขนาดและรูปร่างของสิ่งต่าง ๆ
9. การเคลื่อนไหวร่างกาย
ส่วนในเพศหญิงนั้นจะมีความถนัดและความสามารถในเรื่อง
1. ภาษา ความคล่องตัวทางภาษา การพูด
2. ความรู้สึกไวในเสียงและสัมผัส
3. มีความสัมพันธ์กับคนอื่น
4. เข้าอกเข้าใจคนอื่นได้ดี
5. เข้าใจเรื่องการแสดงออกของคน
6. ความจำใบหน้าและเสียงของคน
7. การรับรู้ทางสายตา
ซึ่งความถนัดและความสามารถเหล่านี้ จะเป็นเพียงข้อสังเกตหนึ่งในการพัฒนาลูกของเรา มิได้หมายความว่าจะต้องเป็นอย่างนี้เสมอไป เด็กบางคนอาจจะมีความถนัดในหลาย ๆ เรื่องผสมปนเปกันไปก็ได้ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *