สภาการพยาบาลปรับกลยุทธ์การรักษาเพื่อพัฒนาสังคม

สภาการพยาบาลปรับกลยุทธ์การรักษาเพื่อพัฒนาสังคม
• คุณภาพชีวิต
เน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง-ประสานงานกับชุมชน

“ชั่วชีวิตนี้…สิ่งที่คุณต้องการคืออะไร?
ชื่อเสียง…เงินทอง…อำนาจบารมี…หรือ สุขภาพที่ดี”

…..แน่นอนว่าการมีร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงสมบูรณ์ย่อมเอื้อต่อการมีทรัพย์อำนาจและลาภยศ แต่ในภาวะที่วิวัฒนาการเจริญก้าวหน้า พฤติกรรมการใช้ชีวิตและการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้การมีพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรงเป็นเรื่องใหญ่ คนจำนวนไม่น้อยที่ประสบกับปัญหาสุขภาพที่มีความซับซ้อนและเป็นเรื้อรัง ทั้งยังมีจำนวนผู้ป่วยมากขึ้นในทุกๆ ปี

เพื่อป้องกันไม่ให้มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น และผู้ป่วยเดิมสามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาแต่สถานพยาบาล จึงต้องมีการปฏิรูประบบสุขภาพเสียใหม่ จากเดิมที่การรักษาจะส่วนใหญ่จะอยู่ในสถานพยาบาล ปรับเป็นเชื่อมโยงประสานงานกันหลายฝ่ายทั้งพยาบาล ชุมชน หน่วยงาน และใช้ศักยภาพของผู้ป่วยในการดูแลร่างกายของตนเอง….

สภาการพยาบาลโดย สถาบันวิจัยและพัฒนาระบบการพยาบาล (สวพ.) จึงประสานงานกับสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดประชุมวิชาการภายใต้ชื่อ “การทบทวนบทบาทพยาบาล (ชุมชน) สู่การเป็นภาคีร่วมพัฒนาสุขภาพชุมชน” ในวันที่ 27-29 ตุลาคม 2551 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ กรุงเทพมหานคร เป็นการรวมตัวของนักวิชาชีพพยาบาลทั่วประเทศ เพื่อปรับเปลี่ยนบทบาทพยาบาลให้ตอบสนองและรับใช้ชุมชน ทำให้วิชาชีพพยาบาลในสังคมไทยก้าวเดินไปข้างหน้า

ดร.วัลลา ตันตโยทัย คณบดีสำนักวิชาการพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลับวลัยลักษณ์ ได้เล่าถึงวิธีการดูแลผู้ป่วยเรื้อรังว่า “สิ่งแรกที่ต้องทำคือต้องปรับกระบวนทัศน์ ในอดีตระบบสุขภาพเป็นการตั้งรับกับการเจ็บป่วยแบบเฉียบพลัน แต่เมื่อโรคเรื้อรังมีมากขึ้น จึงต้องมีการบูรณาการการดูแล โดยเริ่มจากปัจจัยเสี่ยงของโรคเรื้อรังที่สามารถเฝ้าระวังได้ เช่น อายุ กรรมพันธุ์ ส่วนพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมในท้องถิ่น จะต้องร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรมในชุมชน”

“การจัดการศึกษาในยุคที่โรคเรื้อรังกำลังเป็นปัญหา บุคลากรสาธารณสุขต้องพัฒนาให้มีศักยภาพหลัก คือ ดูแลให้ผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง รู้จักประสานงานกับหลายๆ ภาคส่วน มีมุมมองที่กว้างไกล และใช้เทคโนโลยีด้านการสื่อสารเพื่อมาปรับปรุงคุณภาพให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง” ดร.วัลลากล่าว

…..ปัญหาที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งในสังคมไทยคือปัญหาผู้ด้อยโอกาส ในที่นี้หมายถึง ผู้ติดเชื้อ ผู้พิการ ผู้ป่วยจิตเวช หรือผู้ที่ไม่มีบัตรประชาชน คนยากจน ผู้ป่วยเหล่านี้บางส่วนเข้าไม่ถึงระบบการบริการสุขภาพ จึงเป็นหน้าที่ของทุกคนในชุมชนที่จะดูแลและบริการให้คนเหล่านี้ได้รับสิทธิในการรักษาพยาบาลเท่าเทียมกับผู้อื่น

นางสาวสุรีรัตน์ ดาวเรือง พยาบาลชุมชนของโรงพยาบาลน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น กล่าวถึงการดูแลผู้ด้อยโอกาสว่า “ในพื้นที่น้ำพองมีโครงการพยาบาลชุมชน เราจะเริ่มจากการค้นหาผู้ด้อยโอกาส โดยจะประสานงานกันหลายฝ่าย ทั้งพยาบาลและนักศึกษาจากสถาบันการศึกษา เข้าไปสำรวจพื้นที่ เมื่อทราบกลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่มแล้ว จะมีการไปเยี่ยมบ้าน ศึกษาปัญหาของเขา จากนั้นจึงเสนอข้อมูลต่อตัวผู้ป่วย ครอบครัว ชุมชน เพื่อให้เข้าใจถึงปัญหา โดยพยาบาลของชุมชนจะเป็นผู้ทำหน้าที่ในการประสานงาน นำเสนอข้อมูลให้ส่วนต่างๆ ได้เห็นปัญหาร่วมกัน และร่วมจัดการกับปัญหานั้นตามศักยภาพของแต่ละส่วน”

ในขณะที่บางพื้นที่เห็นว่าการดูแลสุขภาพของเด็กซึ่งเป็นอนาคตของชาติก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะการพัฒนาสิ่งต่างๆ ได้ ต้องขึ้นอยู่กับคุณภาพของคน อบต.ปากพูน จึงให้ความสำคัญกับการดูแลคนโดยเริ่มจัดระบบตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา เพื่อให้เด็กเติบโตมาอย่างมีคุณภาพ

เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว นายธนาวุฒิ ถาวรพราหมณ์ นายกอบต.ปากพูน จังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า “รูปแบบการดูแลเด็กในพื้นที่ปากพูน นอกเหนือจากเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยจะให้ความรู้แก่แม่ในการดูแลลูกในครรภ์แล้ว ยังมีกลุ่มอาสาสมัครสาธารณะสุข (อสม.) ลงพื้นที่ไปให้ความรู้กับประชาชนถึงที่บ้าน มีการจัดสวัสดิการอาหารเสริมให้แก่เด็กและผู้สูงอายุในท้องถิ่น ในส่วนกระบวนการเรียนรู้ มีการจัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สอนให้เขาสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่น และจัดกิจกรรมศึกษานอกสถานที่ร่วมกันระหว่างครู เด็ก และผู้ปกครอง ในบางครั้งมีการทำกิจกรรมร่วมกันระหว่างผู้สูงอายุกับเด็กอีกด้วย”

ถึงเวลา!! ที่ทุกฝ่ายต้องหันหน้าเข้าหากัน ปรึกษาหารือ และลงมือปฏิรูปการดูแลรักษาผู้ป่วย ไม่เพียงแต่ผลักภาระหน้าที่ไปยังสถานพยาบาล แต่ต้องประสานงานกันอย่างเป็นระบบ ทั้งผู้ป่วย ครอบครัว เพื่อนบ้าน และชุมชน เพื่อทำให้คนไทยมีสุขภาพพลานามัยแข็งแรงและเป็นพลังในการขับเคลื่อนประเทศให้เจริญก้าวหน้าต่อไป…

เรื่องโดย : พิจิตรา โล้วิชากรติกุล Team Content www.thaihealth.or.th

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *