สดุดีบิดาการจัดการ ‘ปีเตอร์ ดรัคเกอร์’

สดุดีบิดาการจัดการ “ปีเตอร์ ดรัคเกอร์”
บริหารรัฐจัดการธุรกิจ : ธงชัย สันติวงษ์ คณะพาณิชย์ฯ ม.ธรรมศาสตร์ กรุงเทพธุรกิจ วันอังคาร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548
การเสียชีวิตของปรมาจารย์การจัดการชื่อดังของโลก Peter F. Drucker เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ขณะอายุ 95 ปี หลังจากป่วยด้วยโรคชรามานานแล้ว
ปีเตอร์ ดรัคเกอร์ ถือได้ว่าเป็นบิดาของความรู้ด้าน “การจัดการ” ที่แท้จริงในยุคสมัยนี้ ยาวนานนับได้แต่หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 จนถึงปัจจุบัน โดยดรัคเกอร์ได้นำเสนอความรู้ใหม่ให้กับโลกธุรกิจและโลกการศึกษามาต่อเนื่องมิได้ขาด และทุกต้นปีจะมีผลผลิตด้านงานเขียน ที่เป็นความคิดและความรู้ใหม่ทางด้านการจัดการที่ทรงพลังออกมาเป็นระยะๆ ที่ซึ่งนักบริหารทั้งหลาย โดยเฉพาะนักบริหารธุรกิจในโลกการจัดการ ไม่เว้นภาครัฐและนักบริหารขององค์กรที่ไม่ได้มีเป้าหมายด้านกำไรด้วย ต่างก็จะต้องติดตามอ่านและนำเอาแนวคิดของท่านไปใช้ประโยชน์ ปรับใช้กับการบริหารงาน ซึ่งต่างได้ประโยชน์และคุณค่ามหาศาลโดยรู้ตัวและไม่รู้ตัว
จุดเด่นของดรัคเกอร์ จะเหมือนกับปรมาจารย์หรือ Guru ดังจากอดีตนานมาแล้วหลายท่าน เช่น Taylor, Fayol, Maslow และ McGregor ที่เป็นผู้สร้างองค์ความรู้ใหม่อันทรงคุณค่าให้กับมนุษยชาติผ่านโลกการจัดการ ส่วนที่ต่างไปนักวิชาการอื่น ก็คือ ดรัคเกอร์ มิใช่นักวิจัยค้นคว้าหลักทฤษฎีโดยตรง แต่เป็นนักคิดที่สามารถสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่เป็นวิทยาศาสตร์ที่มีหลักเกณฑ์บนพื้นฐานของหลักทฤษฎีทางวิชาการ โดยสามารถผลิตความคิดเป็น “เชิงบูรณาการ” ที่เป็นรูปธรรมสำหรับการปฏิบัติ
ดรัคเกอร์ได้คิดและนำเสนอความคิดและความรู้อย่างนักปราชญ์ที่เข้าใจและอธิบายความรู้ทางการจัดการ โดยเชื่อมโยงระหว่าง “องค์การ มนุษย์ กับสภาพแวดล้อม” ทั้งทางศรษฐกิจ สังคม การเมืองการปกครอง รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ที่เกิดจากการมุ่งพยายามยกระดับความเป็นอยู่ของมนุษยชาติให้สูงขึ้น อันเป็นเป้าหมายของทั้งองค์กรธุรกิจ ของรัฐ และของโลก
ความเชี่ยวชาญลึกซึ้งอย่างพหูสูตของดรัคเกอร์ สามารถนำเสนอความคิดด้วย “แก่นแท้ของความรู้” อย่างเป็น “ระบบ” ที่เห็นเป็น “รูปธรรม” และสำคัญกว่าสิ่งอื่นใดคือ ดรัคเกอร์ใช้ความเข้าใจทั้งจากความรู้และประสบการณ์มาใช้ผลิตความคิดใหม่ทางบริหารจัดการในมิติต่างๆ โดยทำการคาดคะเนทั้งวงกว้าง คือ ทิศทางเศรษฐกิจและสังคมสำหรับโลกอนาคตได้ต่อเนื่อง พร้อมกับชี้แนะแนวคิดกับกลยุทธ์และวิธีบริหารองค์การที่จะเปลี่ยนแปลงไปและที่เกิดขึ้นมาใหม่ตลอดเวลา
โดยเฉพาะเป็นที่รู้กันในบรรดานักการเงินการธนาคารและนักบริหารจัดการที่เป็น “นักวางแผน” ที่จะต้องมีการวางแผนบริหารธุรกิจของตน นำเอาแนวคิดมาใช้วางแผนเตรียมตัวสู้เผชิญกับปัญหาใหม่หรือใช้สร้างความสำเร็จจากโอกาสใหม่ให้ได้มากขึ้น
จุดเด่นของดรัคเกอร์ คือ มิใช่นักคิดฉาบฉวยหรือ เสนอเพียงเกร็ดความคิดด้วยสำนวนภาษาที่น่าฟัง แต่จะเป็นแก่นความรู้ที่ผู้ที่รู้จริงและนักบริหารจัดการที่รอบคอบกับที่ทำงานแบบมืออาชีพ สามารถเข้าใจ และนำไปใช้แก้วิกฤติหรือสร้างความสำเร็จให้กับองค์การได้ ความคิดตามสำนวนพูดว่า “พลิกวิกฤติเป็นโอกาส” จึงไม่ปรากฏ แต่จะมีแนวคิดบริหารภายใต้สภาวะผันผวน (หรือที่มีข้อจำกัด) หรือ “Management Under Turbulent Time” ที่เกิดขึ้นจริงในโลกเศรษฐกิจใหม่
ดรัคเกอร์ได้ให้ความรู้และแนวคิดบริหารใหม่ตามเวลา คู่ขนานกันมากับการเปลี่ยนแปลงที่เป็นเหตุการณ์สำคัญๆ ที่เกิดขึ้นในโลก แนวคิดความรู้ของดรัคเกอร์ เช่น ความรับผิดชอบ (ที่แท้จริง) ของนักบริหาร หรือ ทิศทางกับกลยุทธ์ที่นักบริหารมืออาชีพพึงต้องตระหนักและต้องทำ หรือในช่วงเวลาที่สังคมอเมริกันเปลี่ยนแปลง เมื่อมีสงครามเวียดนาม และมีความขัดแย้งกันทางความคิด โดยชี้ให้เห็นถึง “ยุคสมัยของการไม่ต่อเนื่อง” (The Age of Discontinuity) ของสังคมอเมริกัน
หรือชี้ถึงแก่นแท้หรือหัวใจของการบริหารว่า “คนหรือปัจจัยที่แท้จริงของการจัดการ” เป็นที่มาของประโยคอมตะว่า “Management is getting things done through people” ต่อเนื่องขยายความด้วยแนวคิด “การบริหารตามวัตถุประสงค์” ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการบริหารแบบจูงใจผู้บริหาร ที่เอื้ออำนวยให้กลยุทธ์การกระจายอำนาจเกิดผลจนองค์กรเติบโตและเศรษฐกิจขยายตัวกว้างขึ้น ด้วยการให้คนมีส่วนร่วมในการบริหาร และมีความผูกพันกับองค์การ เรื่องสำคัญที่เป็นพื้นฐานของการจัดการทั่วไปที่พูดกันจนถึงปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นเรื่อง “นักบริหารมืออาชีพ” “นักประกอบการ” หรือ “จริยธรรมทางธุรกิจ” ต่างเป็นข้อเขียนของดรัคเกอร์
ความคิดทางเศรษฐกิจและบริหารแบบมหภาค ดรัคเกอร์ให้ความคิดเกี่ยวกับ “ระบบทุนนิยมที่เปลี่ยนไป” ในยุคสมัยที่โลกกำลังเปลี่ยนไปสู่การมีวิกฤติทั้งราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงจากปัญหาพลังงานขาดแคลนและวิกฤติดอกเบี้ยโลกพุ่งสูง แนวคิดในหนังสือ “การบริหารในสภาวะผันผวน” ช่วยให้การทำแผนเปลี่ยนแปลง วางแผนตั้งรับสภาวะวิกฤติ และปรับสภาพการบริหารสู่ความทันสมัย เพื่อสู้และรับกับสภาวะข้อจำกัดกับวิกฤติได้ล่วงหน้า และหลักการเร่งเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิต ค้าขายโดยสร้างผลกำไร การรักษาสภาพคล่อง เพื่อรองรับข้อจำกัดใหม่ที่อาจเกิดขึ้นและเสริมความปลอดภัยจากวิกฤติ รับมือสภาวะแข่งขัน
เมื่อโลกก้าวสู่คลื่นลูกที่สาม ดรัคเกอร์ได้ชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากพลังอิทธิพลของ “นวัตกรรมข่าวสารข้อมูล” ได้เตือนสติให้นักบริหารต้องเข้าใจสภาพความจริงที่เกิดขึ้นใหม่ในโลกาภิวัตน์ในหนังสือชื่อ “Management in [New] Reality”
ด้วยวิสัยทัศน์และความคิดทางจัดการที่ทรงคุณค่าและปราดเปรื่อง ไม่ล้าสมัย คู่ขนานกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ สังคมและเทคโนโลยี ทำให้หนังสือและข้อเขียนของท่านกลายเป็นความรู้อมตะ มีการแปลมากมายหลายภาษาจนถึงทุกวันนี้ ดรัคเกอร์คือ ตัวอย่างที่ดีที่ควรได้รับการสดุดี ในบทบาทผู้ผลิตความรู้ เป็นนักคิดและนักปฏิบัติในโลกการจัดการที่ไม่หยุดนิ่งและเห็นถึงคุณค่าของการส่งเสริมการพัฒนาความรู้ใหม่เป็นประจำ ต่อเนื่องจากความรู้เก่า ทำให้ความยั่งยืนเกิดขึ้น
โลกยุคใหม่ที่ยากและซับซ้อน คนเก่งแบบที่ทำหน้าที่สร้างความรู้ยิ่งทวีความสำคัญ เหตุเพราะคนและความรู้การจัดการเช่นที่ Drucker ได้ทำมาตลอดชีวิตช่วยให้นักบริหารที่ไร้ความรู้ ซึ่งเสมือนเป็น “ปลาเค็มว่ายน้ำได้” ให้หมดไปในโลกของนักบริหาร

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *