วิเชียร เผอิญโชค กับการสร้าง”ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์” ตอน 3

วิเชียร เผอิญโชค กับการสร้าง”ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์” ตอน 3 ช่วงก่อตั้งธุรกิจ

การก่อตั้งธุรกิจ
เมื่อจะเริ่มก่อตั้งธุรกิจ ทำอย่างไร ?
เมื่อวิเชียรได้ตัดสินใจที่จะเป็นเอเยนต์จำหน่ายรถอีซูซุในกรุงเทพฯซึ่งเป็นการรับช่วงต่อจากมิตซูบิชิ ในขั้นตอนการสั่งรถอีซูซุจากญี่ปุ่นเข้ามาจำหน่าย วิเชียรต้องเปิดแอลซี ที่ธนาคาร (ให้ธนาคารจ่ายเงินไปก่อน แล้วเราค่อยผ่อนจ่ายให้ธนาคารอีกต่อหนึ่ง) ซึ่งในช่วงแรกเขาประสบปัญหาขาดแคลนเงินทุนมาก แต่เขาก็ไม่ย่อท้อ จนต่อมามีเพื่อนชื่อ เตียอาว และ จึงหงี่เมี้ยงช่วยกันลงขันเงินเพื่อดำเนินกิจการซื้อขาย ซ่อมเครื่องยนต์ เครื่องมือทางจักรกล ตลอดจนรับต่อตัวถังรถทุกชนิด ด้วยเหตุนี้วิเชียรได้ก่อตั้งสำนักงานเพื่อเป็นเอเยนต์จัดจำหน่ายรถอีซูซุในกรุงเทพฯครั้งแรกชื่อ บริษัทชัยเจริญกิจมอเตอร์ จำกัด ตั้งอยู่ถนนหลวง ป้อมปราบ

อุปสรรคที่พบและทางแก้ไข
ในการนำเข้ารถญี่ปุ่นเข้ามาในประเทศไทยนั้น ทางญี่ปุ่นกำหนดให้มีเงื่อนไขที่รัดกุมมาก โดยจะต้องมีคนค้ำประกันให้ทุกครั้งที่มีการสั่ง ซึ่งในระยะแรกนั้นธนาคารประเมินวิเชียรไว้ต่ำมาก หาว่าเขาไม่มีเครดิต จนกระทั่งเขาได้ไปขอให้เพื่อนซึ่งเป็นรองประธานธนาคารแห่งหนึ่งมารับรองและค้ำประกันให้ โดยเขาจะนำเงินไปชำระให้ผ่านเพื่อนคนนั้นทุกงวด แต่ปรากฎว่า เพื่อนคนนั้นกลับไม่นำเงินที่เขาชำระไปชำระที่ธนาคารต่อให้ จนกระทั่งธนาคารมาติดตาม วิเชียรก็ชำระแทนให้แม้ว่าการเงินของเขาจะฝืดเคืองเต็มทน แต่วิเชยรก็บอกสมุห์บัญชีของธนาคารว่าไม่ต้องต่อว่าเพื่อนของเขา เรื่องนี้เป็นเรื่องของเขาและเพื่อนเท่านั้น ซึ่งทำให้ธนาคารต้องมองและประเมินวิเชียรเสียใหม่ และต่อมาธนาคารก็ไม่มีปัญหาในการให้เครดิตกับวิเชียรอีกเลย
ในช่วงที่ห้างหุ้นส่วนไทยรุ่งวิศวกรรมของวิเชียรได้เบนเข็มไปในเรื่องของการผลิตชิ้นส่วนตัวถังรถ เขาต้องพบอุปสรรคในการขอเป็นผู้ประกอบรถในไทยจากญี่ปุ่น อันเนื่องมาจากโรงงานของวิเชียรมีขนาดเล็กและมีเพียงปั๊มลมเท่านั้น แต่ด้วยความที่วิเชียรเป็นคนช่างสังเกตและหมั่นหาความรู้ใส่ตัว ในตอนที่เขาได้มีโอกาสไปเที่ยวดูโรงงานของญี่ปุ่น วิเชียรได้หมกมุ่นสังเกตแต่วิธี
การทำงานของญี่ปุ่นอย่างจริงจัง ทำให้เขาเรียนรู้วิธีการทำแม้ว่าจะมีขนาดโรงงานที่เล็กก็ตาม โดยเขาจะทำแบบญี่ปุ่นซึ่งจะทำเองในโรงงานเพียง 10%เท่านั้น ที่เหลือให้เมคเกอร์อื่นทำให้
ในช่วงที่ห้างหุ้นส่วนไทยรุ่งวิศวกรรมของวิเชียรทำตัวถังเฉพาะของอีซูซุ เมื่อต้องการจะรับทำรถของฮีโน่บ้าง ก็พบอุปสรรคที่ลูกค้าไม่มั่นใจกลัวว่าไทยรุ่งจะต่อให้เขาไม่ดี ลูกค้าต้องการจะต่อตัวถังที่ไทยประดิษฐ์ซึ่งในตอนนั้นมีชื่อเสียงมาก แต่วิเชียรก็ได้ทราบมาว่า ไทยประดิษฐ์ไม่รับเงินผ่อน เขาจึงได้ใช้วิธีเสนอให้ลูกค้าผ่อนได้นานถึง 36 เดือน ซึ่งก็ได้ผลอย่างมาก ทำให้ลูกค้ายอมให้ห้างหุ้นส่วนไทยรุ่งวิศวกรรมต่อตัวถังรถให้

แนวคิดในการดำเนินธุรกิจในช่วงเริ่มต้น
วิเชียรใช้การรักษาคำพูด สร้างความน่าเชื่อถือขึ้นมา โดยเขาจะคิดอยู่เสมอว่า ทำอย่างไรถึงจะให้คนอื่นเชื่อถือเราได้ ในตอนที่วิเชียรเริ่มต้นทำชัยเจริญกิจมอเตอร์ เขาไม่มีเงินเลย มีเงินลงทุนเพียง 80,000 บาทเท่านั้น นอกนั้นวิเชียรกู้เขามาทำ ซึ่งเมื่อกู้เขามาแล้ว วิเชียรก็ต้องต่อเวลากับทุกคนเสมอ ไม่มีการผลัด บางทีวิเชียรได้เงินมาก่อน เขาก็รีบเอามาคืนให้คนที่ให้กู้ก่อน โดยถ้าวิเชียรคิดว่า อีก 15 วันจึงจะได้เงินมาคืน เขาก็จะบอกกับคนให้กู้ว่า อีก 1 เดือนจะนำเงินมาชำระ วิเชียรจะบอกเผื่อไว้เสมอ เกิดเขาไม่ได้เงินมาคืนตามเวลานั้น

วิธีเอาชนะคู่แข่งที่เป็นเจ้าตลาด
วิเชียรใช้วิธีค้นคว้าและคิดทำสิ่งใหม่ๆเพิ่มเข้าไปอยู่ตลอด เมื่อเขามองเห็นคนในสังคมกลุ่มหนึ่ง ที่มีฐานะทางการเงินไม่สูงนัก แต่มีความจำเป็นที่จะไปไหนมาไหนด้วยกันเป็นกลุ่มใหญ่ราว 10-12 คน อีกทั้งการจราจรในเมืองหลวงกับปัญหาของการขนส่งมวลชนที่ไม่สู้จะเพียงพอนัก ดังนั้นความต้องการรถตู้ ซึ่งจะช่วยในการขนถ่ายระยะสั้นๆ จะมีเพิ่มมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ วิเชียรจึงได้พัฒนารถตู้ขึ้นมาด้วยการออกแบบด้วยตนเอง แล้วตั้งชื่อรถรุ่นนี้ว่า ทีแอลดี หรือ รถรุ่นขนมปังปอนด์
นอกจากนี้วิเชียรยังจะไม่รอช้า ถ้าหากมีช่วงจังหวะไหนที่จะทำอะไรขึ้นมาได้บ้าง เช่น ในช่วงที่การส่งออกข้าวกำลังดำเนินไปอย่างคึกคักนั้น ไทยรุ่งฯก็ผลิตรถซุปเปอร์แต๋นออกมารองรับตลาด และช่วงที่ขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร เปิดโอกาสให้เอกชนนำรถเข้าร่วม และกำหนดให้เป็นมินิบัสทดแทนรถสองแถวกระบะเพื่อความปลอดภัย ไทยรุ่งฯก็ผลิตรถมินิบัสสีเขียวให้เข้ากับความต้องการครั้งนั้น

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *