วิสกี้

วิสกี้
วิสกี้ คือ สุรากลั่นที่ทำจากข้าวชนิดใดชนิดหนึ่ง หรือหลายชนิดก็ได้ โดยนำมาหมักแล้วกลั่นให้มีดีกรีสูงขึ้น จากนั้นนำไปเก็บบ่มในถังไม้โอ๊ก เพื่อให้ได้สี กลิ่น รสที่ดีขึ้น แต่ก่อนจะนำมาบรรจุขวด บางชนิดยังนำไปปรุงแต่ง สี กลิ่น รสอีกครั้ง เพื่อให้ได้มาตรฐานตามความนิยมของผู้บริโภค
วิสกี้ที่นิยมาก นอกจากวิสกี้ของท้องถิ่นแล้ว วิสกี้จากต่างประเทศที่นิยมกันมากก็มี Scotch Whisky, Irish Whisky, American Whisky, Canadian Whisky ซึ่งจะมีเอกลักษณ์ในด้าน กลิ่น และรสชาติที่แตกต่างกันออกไป
• ขั้นตอนการผลิตวิสกี้
o ขั้นที่ 1 การทำมอลติง (Malting) เป็นขั้นตอนที่นำเมล็ดข้าว เช่น ข้าวบาร์เลย์ มาทำให้ได้เป็นข้าวมอลท์
o ขั้นที่ 2 การทำแมชชิง (Mashing) เป็นขั้นตอนที่นำข้าวมอลท์ที่ได้มาละลายต้มกับน้ำ ซึ่งสารละลายที่ได้เรียกว่า Wort
o ขั้นที่ 3 การหมัก (Fermenting) เป็นขั้นตอนที่เติมเชื้อยีสต์ แล้วปล่อยให้เกิดการหมักได้แอลกอฮอล์เกิดขึ้น
o ขั้นที่ 4 การกลั่น (Distilling) เป็นขั้นตอนที่ทำการกลั่นเพื่อให้ได้วิสกี้ที่ดีตามที่ต้องการ
o ขั้นที่ 5 การบ่ม (Maturing) เป็นขั้นตอนที่นำวิสกี้ที่ได้มาทำการบ่มในถังไม้โอ๊ก เพื่อให้ได้วิสกี้ที่มีรสชาติดีขึ้น
• ชนิดของวิสกี้ แบ่งโดยช่วงเวลาบ่มได้ดังนี้
o ระดับซุปเปอร์พรีเมียม เป็นสุรานำเข้าที่มีอายุการบ่ม 15 ปีขึ้นไป มีระดับราคาตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป ยี่ห้อที่นิยม ได้แก่ Blue Lable
o ระดับพรีเมียม เป็นสุรานำเข้าที่มีอายุการบ่ม 12-15 ปี มีราคาขวดละ 600-1,000 บาท ยี่ห้อที่นิยม ได้แก่ Black Lable , Chivas Regal และ Ballentine เป็นต้น
o ระดับสแตนดาร์ด มีอายุการบ่ม 5 ปีขึ้นไป เป็นสุรานำเข้าทั้งสิ้น มีระดับราคา 300-500 บาท ยี่ห้อที่นิยม ได้แก่ Red Label , J&B , Passport เป็นต้น
• ประเทศที่มีชื่อเสียงในการผลิตวิสกี้
o สก็อต์ช์วิสกี้ (Scotch Whiskey)
สก็อตช์วิสกี้ หมายถึง วิสกี้ที่ผลิตจากประเทศสกอตแลนด์ ซึ่งประเทศสกอตแลนด์นี้เป็นที่เชื่อกันว่าเป็นประเทศแรกที่มีการผลิตวิสกี้ขึ้น สำหรับพื้นที่ของประเทศสกอตแลนด์ที่มีการผลิตวิสกี้นั้นมีอยู่ด้วยกัน 4 เขต คือ
เขตที่ 1 เขตไฮแลนด์ (The Highlands)
เขตที่ 2 เขตโลว์แลนด์ (The Lowlands)
เขตที่ 3 เขตแคมเพลทาวน์ (Campbeltown)
เขตที่ 4 เขตไอส์เลย์ (Islay)
ซึ่งวิสกี้ที่ผลิตจากแต่ละเขตจะมีคุณภาพและลักษณะที่แตกต่างกันออกไป แต่วิสกี้ไม่ว่าจะผลิตจากเขตใดของประเทศสกอตแลนด์เป็นที่นิยมแพร่หลายไปทั่วโลก และยังถือว่าวิสกี้ที่ผลิตจากประเทศสกอตแลนด์นี้เป็นวิสกี้ที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก วิสกี้ที่ผลิตจากประเทศสกอตแลนด์มีอยู่หลายชนิดและหลายยี่ห้อด้วยกัน แต่วิสกี้จากประเทศนี้มีวัตถุดิบที่นำมาใช้ในการผลิตและวิธีการกลั่นในขบวนการผลิตที่แตกต่างกัน ทำให้สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ
– สก็อตช์มอลท์วิสกี้ (Scoth Malt Whisky)
เป็นวิสกี้ที่ผลิตมาจากมอลท์ – บาร์เลย์เท่านั้น สำหรับกรรมวิธีในการผลิตในขั้นตอนการกลั่นจะใช้วิธีการกลั่นแบบ The Pot Still Process ขั้นตอนในการผลิตวิสกี้ประเภทนี้ สรุปได้ดังนี้
1. Cleaning เป็นขั้นตอนที่นำเอาข้าวบาร์เลย์มาทำความสะอาด เพื่อเอาสิ่งแปลกปลอมที่อาจติดมาด้วยออกให้หมด
2. Malting เป้นขั้นที่นำเอาข้าวบาร์เลย์ที่ได้คัดเลือกแล้วมาทำให้ชุ่มด้วยน้ำประมาณ 2 วัน หลังจากนั้นจึงนำไปผึ่งแดดบนพื้นคอนกรีตเพื่อทำการเพาะเชื้อ และจะได้ Green Malt
3. Drying เป้นขั้นตอนที่นำเอาข้าวมอลท์ที่ได้มาทำให้แห้งที่เตาไฟที่ใช้ถ่านไม้และเกิดควันซึ่งเป็นตัวให้กลิ่นกับแป้งที่ได้ จากนั้นจึงนำข้าวมอลท์ที่ได้ไปบดให้ละเอียด
4. Mashing เป็นขั้นที่นำเอาข้าวมอลท์ที่ได้จากการบดละเอียดแล้วมาผสมกับน้ำร้อน ซึ่งจะทำให้มีการเปลี่ยนแป้งที่ละลายไปเป็นน้ำตาล Maltose สารละลายที่ได้เรียกว่า Wort
5. การหมัก (Fermentation) เป็นขั้นตอนที่นำเอา Wort ที่ได้มาทำให้เย็นลง แล้วทำการหมักด้วยเชื้อยีสต์ ซึ่งในขั้นนี้จะมีปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้นโดยเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาล และจากน้ำตาลจะเปลี่ยนไปเป็นแอลกอฮอล์ สารละลายได้หลังจากการหมักเรียกว่า Wash
6. การกลั่น (Distillation) เป็นการกลั่นโดยวิธี The Pot Still Process ถึง 2 ครั้ง หลังจาการกลั่นแล้วจะได้ New Whisky
7. การบ่ม (Maturation) เป็นขั้นตอนสุดท้ายที่นำเอาวสกี้ที่กลั่นได้มาทำการบ่มใส่ถังไม้อ็ก เพื่อให้วิสกี้มีสี กลิ่น และรสชาติดี
– สก็อต์เกรนวิสกี้ (Scoth Grain Whisky)
เป็นวิสกี้ที่ผลิตจากเมล็ดข้าวชนิดอื่น ๆ เช่น ข้าวเมซ (Maize), ข้าวไรน์ (Rye) ไม่ได้ใช้ข้าวบาร์เลย์เป็นวัตถุดิบเพียงอย่างเดียว วิสกี้ประเภทนี้เมื่อเปรียบเทียบกับมอลท์วิสกี้แล้ว วิสกี้ประเภทนี้จะมีการผลิตและการจำหน่ายมากกว่า แต่ถ้าเปรียบเทียบถึงคุณภาพแล้วมอลท์วิสกี้จะมีคุณภาพดีกว่า เพราะวัตถุดิบที่นำมาผลิตมอลท์วิสกี้ดีกว่า และระยะเวลาในการบ่มก็มากกว่า แต่สำหรับขบวนการผลิตเกรนวิสกี้นั้นจะใช้ขั้นตอนการกลั่นแบบ The Patent Still Process ซึ่งการกลั่นแบบนี้จะรวดเร็ว และได้ปริมาณแอลกอฮอล์สูง
ในการผลิตวิสกี้ของประเทศสกอตแลนด์ นอกจากจะมีมอล์วิสกี่ และเกรนวิสกี้แล้ว ยังมีเบลนวิสกี้ (Blended Whisky) ที่นิยมผลิตโดยอาจจะนำเอามอลท์วิสกี้ และเกรนวิสกี้มาผสมกัน ซึ่งได้วิสกี้ที่มีสี กลิ่น และรสชาติเฉพาะตัวไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอัตราส่วนของมอลท์วิสกี้ และเกรนวิสกี้ที่นำมาผสมกัน
สำหรับวิสกี้ของประเทศสกอตแลนด์ที่มีจำหน่ายในประเทศไทยส่วนใหญ่จะเป็น Blended Whisky และวิสกี้ของประเทศสกอตแลนด์ที่มีจำหน่ายและมีชื่อเสียงมีอยู่มากมาย เช่น

1. ชีวาส รีเกิล (Chivas Regal)
2. Johnnie Walker Black Label
3. Johnnie Walker Red Label
4. โอล พาร์ (Old Parr)
5. Ballentine’s
6. วาท 69 (Vat 69)
7. เบลล์ (Bell’s)
8. เฮค (Haig)
9. Dewar’s White Label
10. แม็กคอลลัม (Mccallum’s)
11. White Horse
12. Black & White
13. คิง จอร์จ โฟร์ (King George IV)
14. Highland Queen
15. Something Specail
16. เฟมัส เกราส์ (Famous Grouse)
17. เกลนฟิดดิช (Glenfiddich)
18. Suntory Whisky
19. J & B
20. Teacher’s
21. Seagram’s 100 Pipers
22. Cutty Sark
23. Big “T”
24. Grant’s
25. Passport Scotch

o อเมริกันวิสกี้ (American Whiskies)
เป็นวิสกี้ที่ผลิตจากประเทศอเมริกา ซึ่งนิยมเรียกว่า เบอร์เบิ้ล (Bourbon) มากกว่าเรียกวิสกี้ และคำว่า Bourbon เป็นชื่อเมืองที่มีการผลิตวิสกี้เป็นครั้งแรกของประเทศอมเริกา วิสกี้ที่ผลิตจกาประเทศอเมริกาจะใช้พวกเมล็ดข้าวโพด, ข้าว Maize, ข้าวสาลี (Wheat) และข้าวRye เป็นวัตถุดิบส่วนมาก สำหรับในขบวนการผลิตวิสกี้ของประเทศอเมริกานั้นจะใช้วิธีการหลั่นแบบ The Patent Still Process เช่นเดียวกับการผลิตเกรนวิสกี้ของประเทศสกอตแลนด์ ส่วน Blended Whiskey ของประเทศอเมริกานี้จะมีความแตกต่างจาก Blended Whiskey ของประเทศอื่นตรงที่อัตราส่วนผสมจะไม่เท่ากัน กล่าวคือ ถ้า Blended Whiskey ของประเทศอเมริกาจะใช้อัตราส่วนผสมของสเตรทวิสกี้ (Straight Whiskey) ไม่น้อยกว่า 51% กับวิสกี้อื่น ๆ อีก 49% ในปัจจุบันนี้ประเทศอเมริกามีการผลิตวิสกี้เป็นจำนวนมากพอสมควร และวิสกี้ที่ผลิตทั้งหมดจะเป็น Blended Whiskey เกือบครึ่งหนึ่งสำหรับวิสกี้ที่ผลิตจากประเทศอเมริกานั้นมีหลายชนิดด้วยกัน แต่จะใช้วัตถุดิบที่นำมาผลิตวิสกี้เป็นหลักในการแบ่งประเภทได้ดังนี้
– Straight Whiskey คือ วิสกี้ที่ได้มาจากการลั่นของการหมักของแมช เกรน (Mash Grain) เป็นวิสกี้ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ไม่ถึง 160 พรู้ฟ (Proof) คือมีปริมาณแอลกอฮอล์ไม่มากกว่า 110 Proof แต่จะไม่น้อยกว่า 80 Proof
(2 Proof = 1 ดีกรี)
– Rye Whiskey คือวิสกี้ที่ได้มาจากการกลั่นของการหมักของ Mash Grain ซึ่งจะมีเมล์ดข้าวไรน์อยู่ไม่น้อยกว่า 51% และเป็นวิสกี้ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ไม่ถึง 160 Proof
– Straighr Bourbon Whiskey คือ Straight Whiskey ที่ได้มาจากการกลั่นของการหมักของ Mash Grain ซึ่งมีเมล็ดข้าวโพดไม่น้อยกว่า 80%
– Straight Corn Whiskey คือ Straight Whiskey ที่ได้มาจากการกลั่นของการหมักของ Mash Grain ซึ่งมีเมล็ดข้าวโพดไม่น้อยกว่า 80%
– Straight Wheat Whiskey คือ Straight Whiskey ที่ได้มาจากการกลั่นของการหมักของ Mash Grain ซึ่งจะมีเมล็ดข้าวสาลีไม่น้อยกว่า 51%
– Straight Malt Whiskey คือ Straight Whiskey ที่ได้จากการกลั่นของการหมักของ Mash Grain ซึ่งจะมีเมล็ดข้าวบาร์เลย์ไม่น้อยกว่า 51%
– Blended Whiskey เป็นวิสกี้ที่ได้จากการผสมของ Straight Whiskey อย่างน้อย 20% และจะเปปปป้นวิสกี้ที่มีปริมาณของแอลกอฮอล์ไม่น้อยกว่า 80 Proof หรือเท่ากับ 40 ดีกรีนั่นเอง
อเมริกันวิสกี้ที่มีจำหน่ายในประเทศไทยและที่มีชื่อเสียงพอสมควรเป็นที่นิยมของนักดื่มได้แก่

1. Four Roses
2. Old Forester
3. Early Times
4. Seagram’s 7 Crown
5. Old Grand Dad
6. Hunter
7. Old Crow
8. Antique
9. Jack Daniel’s
10. Old Charter
11. Kessler
12. Henry Mckenna
13. Seagram’s Benchmark
14. Jim Beam

o แคนาเดียนวิสกี้ (Canadian Whiskey)
เป็นวิสกี้ที่ผลิตจากประเทศแคนาดา โดยใช้เมล็ดข้าวไรน์, ข้าวโพด, ข้าวสาลี และข้าวบาร์เลย์ เป็นวัตถุดิบที่ใช้หมักผสมกันโดยอัตราส่วนตามแต่ผู้ผลิต แต่แคนาเดียนวิสกี้มีคนเป็นจำนวนมากที่เชื่อว่าวัตถุดิบที่นำมาใช้ในการผลิตนั้นจะเป็นเมล็ดข้าวไรน์มากที่สุด จึงทำให้วิสกี้ชนิดนี้ถูกเรียกว่าเป็นไรน์วิสกี้ชนิดหนึ่ง สำหรับขบวนการและวิธีการผลิตของวิสกี้ชนิดนี้ส่วนใหญ่จะคล้ายกับวิสกี้ที่ผลิตจากประเทศอเมริกา แต่จะแตกต่างกันเฉพาะระยะเวลาที่ใช้ในการบ่ม ก่อนที่จะบรรจุขวดออกจำหน่าย กล่าวคือ ถ้าเป็นแคนาเดียนวิสกี้ระยะเวลาในการบ่มก่อนที่จะส่งออกจำหน่ายนั้นอย่างน้อย 6 ปี หรืออาจจะมากกว่า สำหรับปริมาณแอลกอฮอล์ของแคนาเดียนวิสกี้จะประมาณ 86 – 90 Proof
ประเทศแคนาดา นอกจากจะมีการผลิตแคนาเดียนวิสกี้ แล้วยังมีการผลิตวิสกี้ที่เรียกว่า Blended Canadian Whiskey ด้วย สำหรับแคนาเดียนวิสกี้และเบลนแคนาเดียนวิสกี้ที่มีจำหน่ายในประเทศไทย และเป็นที่รู้จักของนักดื่มทั่ว ๆ ไปได้แก่
1. Canadian Club
2. Seagram’s V.O.
3. Seagram’s Crown Royal
4. Canadian Mist
5. Winsor Canadian
o ไอริชวิสกี้ (Irish Whiskey)
เป็นวิสกี้ที่ผลิตจากประเทศไอร์แลนด์ ซึ่งเป็นวิสกี้ที่มีคนเชื่อกันว่าเป็นวิสกี้ที่ได้จากการกลั่นของการหมักของมันฝรั่ง เนื่องจากว่าในประเทศไอร์แลนด์ คนส่วนใหญ่จะกินมันฝรั่งเป็นอาหาร แต่ตามความเป็นจริงแล้วไอริชวิสกี้ไม่ได้ใช้มันฝรั่งเป็นวัตถุดิบในการผลิต แต่จะใช้พวกเมล็ดข้าวเป็นวัตถุดิบในการผลิตเหมือนกับวิสกี้ที่ผลิตในประเทศอื่น ๆ กล่าวคือ ไอริชวิสกี้จะใช้เมล็ดข้าวบาร์เลย์, ข้าวโพด, ข้าวไรน์ และเมล็ดข้าวอื่น ๆ ในการหมัก สำหรับวิธีการหลั่นในการผลิตไอริชวิสกี้จะใช้แบบ The Patent Still Process ส่วนระยะเวลาในการบ่มของไอริชวิสกี้ก่อนที่จะส่งออกจำหน่ายจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 7 ปีหรือมากกว่า จึงทำให้ไอริชวิสกี้มีรสชาตินุ่ม เนื่องจากระยะเวลาในการบ่มนานพอสมควร
สำหรับไอริชวิสกี้ที่มีจำหน่ายและเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปในประเทศไทยจะมีอย฿น้อยมากไม่กี่ยี่ห้อที่มีขาย และถูกนำไปใช้ประโยชน์ได้แก่
1. John Jameson
2. John Power
• ภาชนะที่ใช้ในการบ่ม
o ถังไม้อ๊ก (Oak)
o ถังไม้เชอร์รี (Sherry) ถ้าบ่มในถังไม้เชอร์รีจะให้สีของวิสกี้ที่เข้มกว่าถังไม้โอ๊ก เห็นได้จากไอริชวิสกี้จะมีสีเข้มกว่าพวกสก็อตวิสกี้ อเมริกันวิสกี้ และแคนาเดียนวิสกี้
• ประโยชน์ของวิสกี้
1. ใช้เป็นเครื่องดื่มดื่มก่อนอาหาร
2. ใช้เป็นเครื่องดื่มดื่มพร้อมกับอาหาร
3. ใช้เป็นส่วนผสมเครื่องดื่มประเภท Cocktail
4. ใช้เป็นส่วนประกอบในการประกอบอาหารพวกแฟลมเบ
5. ใช้ในการประกอบอาหารบางชนิด
6. ใช้เป็นส่วนประกอบเครื่องดื่มไอริชคอฟฟี โดยเฉพาะไอริชวิสกี้

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *