วิตามินบี 6 ลดกรดในร่างกาย

วิตามินบี 6 ลดกรดในร่างกาย
• อาหาร
สร้างภูมิคุ้มกันในเม็ดเลือดแดง
ข้อมูลทั่วไป
• วิตามิน บี6 มีส่วนประกอบที่สำคัญ 3 ชนิด คือ ไพริดอกซีน (Pyridoxine) ไพริดอกซาล (Pyridoxal) และไพริดอกซามัน (Pyridoxamine) มีสูตรโครงสร้างประกอบด้วยวงแหวนไพริดิน (Pyridine)วิตามิน บีหก ถ้าทำให้เป็นผลึกจะเป็นสีขาว ไม่มีกลิ่น มี รสเค็ม ละลายในน้ำได้ และละลายในสารละลายที่เป็นกรดและด่างปานกลาง แต่สลายตัวได้ง่ายเมื่อถูกแสงแดด ไพริดอกซีน ทนต่อความร้อนมากกว่าไพริดอกซาลและไพริดอกซามิน วิตามิน บี6 จัดอยู่ในวิตามินประเภทละลายในน้ำ (Water- Soluble) เป็นสมาชิกสำคัญของวิตามิน บีรวม (B Complex) วิตามิน บี6 คงทนต่อความร้อนได้ดี และประมาณ 60 % ของวิตามิน บี6 ในเลือดอยู่ในรูปของ Pyridoxal phosphate (PLP) เป็นโคเอนไซม์ที่ช่วยในปฎิกิริยาการเมแทบอลิซึม ของกรดอะมิโน คาร์โบไฮเดรต และกรดไขมันในร่างกาย
ประโยชน์ต่อร่างกาย
• เป็นตัวสำคัญที่จะทำให้การดูดซึมของวิตามิน บี12 เข้าสู่ร่างกายได้เต็มที่ และสมบูรณ์
• Decarboxylation ของกรดอะมิโนหรือเมตาบอลิซึมของไขมันและ กรดนิวคลิอิค (Nucleic acid)
• ช่วยวิตามิน เอฟ (Linoleic acid หรือ Unsaturated fatty acid) ปฎิบัติหน้าที่ดีขึ้น
• วิตามิน บีหก นี้เป็นส่วนประกอบของโคเอนไซม์ที่สำคัญตัวหนึ่งซึ่งทำหน้าที่เผาผลาญ และใช้คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน ให้เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
• การสร้างเซโรโทนิน (serotonin) ซึ่งเป็นฮอร์โมน ช่วยในการหดตัวของกล้ามเนื้อเรียบ และมีผลต่อการควบคุมการทำงานของสมองและเนื้อเยื่อ
• การสร้างสารภูมิคุ้มกันโรค และสังเคราะห์สารแรกเริ่มของวงแหวนเฟอร์ไฟริน (porphyrinring) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของเฮโมโกลบิน
• การสร้างกรดอะมิโนที่ไม่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น อะลานีน กรดกลูทามิก กรดแอสพาร์ทิก ในตับโดยอาศัยปฎิกิริยาเคลื่อนย้ายหมู่อะมิโน (Transamination)
• ช่วยในการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเม็ดโลหิตแดง
• ช่วยในการปล่อยน้ำตาล (Glycogen) จากตับและกล้ามเนื้อออกมาเป็นพลังงาน
• ช่วนในการเปลี่ยนทริพโตฟาน (Tryptophan) เป็นไนอะซินหรือวิตามิน บีสาม
• วิตามิน บีหก เป็นตัวสำคัญในการสังเคราะห์ และควบคุมการปฎิบัติหน้าที่ของ DNA และ RNA ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการบ่งบอกพันธุกรรม
• ช่วยในการควบคุมความสมดุลของน้ำในร่างกาย และส่งเสริมการทำงานของระบบประสาท กล้ามเนื้อ และกระดูก
• ป้องกันการคลื่นไส้ระหว่างตั้งครรภ์
• มีผลในการรักษาโรคเสื่อมสมรรถภาพของอวัยวะต่าง ๆ โรคหัวใจ และเบาหวาน
• มีผลในการลดระดับคอเลสเตอรอล
• ป้องกันอาการตื่น และไม่สงบของประสาท นอนไม่หลับ
• มีคุณสมบัติเป็นยาขับปัสสาวะธรรมชาติ
• ช่วยลดอาการบวมในระยะก่อนมีประจำเดือน
แหล่งที่พบ
• เมล็ดพืช เมล็ดพืชชั้นในทั้งหลาย เช่น เมล็ดแอพริคอท เมล็ดแตงโม เมล็ดพลับ เมล็ดถั่วอัลมอนด์และจำพวกเมล็ดพืชอื่นๆเช่น เมล็ดทานตะวัน ข้าว ถั่ว และถั่วแมคคาดาเมีย
ปริมาณที่แนะนำต่อวัน
• ทารก 0.3 – 0.6 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัมของโปรตีน
• เด็ก 0.6 – 1.2 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัมของโปรตีน
• ผู้ชาย 2.2 มิลลิกรัม
• ผู้หญิง 2 มิลลิกรัม
• หญิงตั้งครรภ์ +0.6 มิลลิกรัม
• หญิงให้นมบุตร +0.5 มิลลิกรัม
• วิตามินนี้ทำหน้าที่ส่วนใหญ่เกี่ยวกับปฎิกิริยาการเมแทบอลิซึมของโปรตีน เพราะฉะนั้นถ้ากินอาหารโปรตีนมากจะต้องได้รับวิตามินนี้มากด้วย ปริมาณวิตามิน บีหก ที่จัดว่าเป็นปริมาณปลอดภัยคือ วิตามินบีหก 2 มิลลิกรัม สำหรับการได้รับโปรตีนจากอาหาร 100 กรัม
• เกลือและสังกะสี เป็นอาหารที่สามารถปฎิบัติงานแทนวิตามิน บีหก ได้ในหลาย ๆ สถานการณ์
ผลของการขาด
• น้ำตาลในเลือดต่ำ อ่อนเพลีย น้ำหนักลด นิ่วในไต ฟันผุ ติดโรคง่าย เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน
• อาจจะเกิดผมร่วง บวมระหว่างตั้งครรภ์ เป็นรอยแตกรอบ ๆ ปาก และตา ปากเปื่อย ริมฝีปากและลิ้นเป็นแผล ชาและเป็นตะคริวที่ขา และแขน ความจำเสื่อม การมองเห็นจะไม่เป็นปกติ ประสาทอักเสบ ไขข้ออักเสบ
• หัวใจจะไม่ปกติ จะมีอาการเกี่ยวกับประสาทด้วย กระวนกระวาย ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ ซึมเศร้า
• มือเท้าตายเป็นการชั่วคราว
• ปัสสาวะมากกว่าปกติ
• ถ้าปล่อยให้ขาดวิตามิน บีหก ตลอดเวลาที่ตั้งครรภ์อาจจะทำให้เด็กตายในท้องก่อนคลอด หรือเด็กอาจจะมีอาการชักแล้วแท้ง ดังนั้นสำหรับหญิงมีครรภ์ควรจะแน่ใจว่าได้ วิตามิน บีหก เพียงพอเพื่อว่าเด็กในท้องจะได้รับวิตามินชนิดนี้พอเพียง
• บางคนเกิดโลหิตจางแบบ Microcytic hypochromic anemia คือเม็ดเลือดแดงมีขนาดเล็กซึ่งรักษาโดยให้เหล็ก กรดโฟลิค หรือวิตามิน บีสิบสอง ไม่ได้ผล แต่ถ้าให้วิตามิน บีหก รักษา อาการจะหายไป
• บางคนมีอาการแสดงของคราบไขมันที่ผิวหนังบริเวณรอบตา บริเวณคิ้ว และมุมปาก (Seborrheic dermatitis)
• เด็กที่ขาดวิตามิน บีหก จะมีอาการชัก มีอาการอักเสบของประสาทชั่วขณะแต่ไม่รับรองว่าถ้าชักบ่อย แล้วทำให้เกิดความพิการของสมองหรือไม่
ผลของการได้รับมากไป
• จากการศึกษาพบว่าถึงแม้ฉีดเข้าเส้นไปในปริมาณ 200 มิลลิกรัม ก็ไม่มีพิษเกิดขึ้นและการได้รับทางปากในปริมาณ 100 – 300 มิลลิกรัมต่อวัน ก็ไม่ปรากฎว่าการเป็นพิษเกิดขึ้นเช่นกัน แต่ถ้ากินขนาดเป็นกรัม หลายเดือน เช่นขนาด 6 กรัมนาน 2 เดือน เพื่อรักษาอาการปวดท้องก่อนการมีประจำเดือน จะมีผลต่อระบบประสาท มีอาการเดินเซ รอบ ๆ ปาก มือ และเท้าชา ตรวจร่างกายพบว่าเสียความรู้สึกในการรับรู้ตำแหน่งการสั่นสะเทือนของปลายแขนและขา ความเจ็บปวด ความรู้สึกร้อน การรับรู้สัมผัส และการสะท้อน (Reflex) อาการจะดีขึ้นเมื่อหยุดวิตามิน บีหกแล้ว 6 เดือน
การดูดซึม
• ร่างกายจะดูดซึม วิตามิน บีหกจากอาหารได้เร็วที่ลำไส้เล็กตอนต้น เมื่อเข้าไปในร่างกายจะเปลี่ยนไปเป็น โคเอนไซม์ ในรูปของ ไพริดอกซาลฟอสเฟต ที่เหลือจากความต้องการของร่างกายจะถูกขับออกมาทางปัสสาวะภายใน 8 ชั่วโมง หลังจากบริโภค และไม่เก็บสะสมไว้ที่ตับในรูปของวิตามิน บีหก หรือในรูปของกรดไพริดอกซิก ถ้าไม่ปัสสาวะไม่มีสารประกอบตัวนี้แสดงว่าร่างกายได้รับวิตามิน บีหกไม่พอ
• เด็กที่กินอาหารสำเร็จรูปที่มีวิตามินนี้น้อย หรือกินนมที่ถูกความร้อนนานเกินไป ปกติในน้ำนมคน และน้ำนมวัวมีวิตามิน บีหกเพียงพอแต่ถ้าถูกความร้อนนาน วิตามิน บีหก จะถูกทำลาย
• ผู้ที่กินยาเม็ดคุมกำเนิดเป็นประจำ ยาเม็ดคุมกำเนิดเป็นฮอร์โมนเพศ ที่จะเพิ่มการเปลี่ยนทริปโทเฟนเป็นไนอาซิน มากขึ้น ดังนั้นความต้องการวิตามินบีหกของผู้ที่กินยาเม็ดคุมกำเนิด จะสูงกว่าปกติ ถ้ารับประทานในปริมาณปกติ อาจจะเกิดการขาดได้
สารหรืออาหารเสริมฤทธิ์
• วิตามิน บีรวม (B Complex)
• วิตามิน บีหนึ่ง บีสอง บีห้า
• วิตามิน ซี วิตามิน เอฟ (Linoleic acid)
• แมกนีเซียม โปตัสเซียม
สารหรืออาหารต้านฤทธิ์
• ยาพวกคอร์ติโซน (Cortisone)
• ฮอร์โมน เอสโทรเจน (Estrogen)
• ยาคุมกำเนิดชนิดรับประทาน

ที่มา : คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *