วิตามินต่างๆ ช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน

วิตามินต่างๆ ช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน
• คุณภาพชีวิต
แนะต้องออกกำลังกาย ลดความเครียด งดบุหรี่

ช่วงนี้มีฝนตกชุกหลายจังหวัดทั่วทั้งประเทศ การดูแลสุขภาพตนเองเป็นสิ่งสำคัญ เรื่องโรคที่มากับน้ำและอาหาร ได้แก่ โรคท้องร่วง โรคไข้หวัด การเพิ่มภูมิต้านทานโรคให้กับตนเองเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้ เพื่อเป็นเกราะกำบังและต่อสู้กับเชื้อโรคที่จะเข้าสู่ร่างกาย

เราต้องเจอกับเชื้อโรคทุกวัน ไม่ว่าจากอากาศที่เราหายใจ จากน้ำที่ดื่ม หรือจากอาหารที่รับประทาน แต่เพราะร่างกายมีระบบภูมิต้านทานที่สามารถต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัสต่างๆได้ เชื้อโรคเหล่านี้จึงไม่มีผลต่อร่างกาย แต่ระบบภูมิต้านทานจะดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับวิธีการดูแลตนเองด้วย โดยเฉพาะการล้างมือบ่อยๆ พักผ่อนให้เพียงพอ หาวิธีคลายเครียด ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ แม้ระบบภูมิคุ้มกันของคนเราจะลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น แต่มีวิธีชะลอหรือแก้ไขได้โดยการปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิตด้วยการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ลดความเครียด และงดบุหรี่ ต่อไปนี้จะขอเสนอแนะอาหารที่ช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน

สารอาหารที่มีความจำเป็นต่อระบบภูมิต้านทาน ได้แก่

วิตามินซี ช่วยป้องกันเซลล์เม็ดเลือดขาว ซึ่งทำหน้าที่ดักจับเชื้อแบคทีเรีย พบมากในผักและผลไม้หลายชนิด เช่น ผลไม้ประเภทส้ม กีวี สตรอว์เบอร์รี่ มะละกอ แคนตาลูป มะม่วง บรอกโคลี พริกหวาน ผักกาด มะเขือเทศ และมันฝรั่ง

วิตามินเอหรือบีตาแคโรทีน เป็นตัวเพิ่มการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกันที่ดักจับเชื้อแบคทีเรีย พบมากในผักและผลไม้ที่มีสีเขียวเข้ม สีส้มจัด และสีเหลืองจัด เช่น แครอท ฟักทอง

วิตามินบี 6 เป็นตัวช่วยให้เม็ดเลือดขาวสร้างแอนติบอดี มีมากในเนื้อหมู เนื้อไก่ ปลา เมล็ดธัญพืช ถั่วเปลือกแข็งต่างๆ และผลไม้ โดยเฉพาะกล้วย มะม่วง ลูกพรุน องุ่น อะโวคาโด้

วิตามินอี ช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และเพิ่มการสร้างแอนติบอดี พบมากในถั่วเปลือกแข็งต่างๆ เนยถั่ว จมูกข้าวสาลี น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันคาโนล่า

แร่ธาตุสังกะสี ช่วยสร้างและเสริมการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว ที-เซลล์ และบี-เซลล์ พบมากในเนื้อสัตว์ต่างๆ อาหารทะเล ถั่วเปลือกแข็ง เมล็ดถั่ว จมูกข้าวสาลี เต้าหู้ และนม

ธาตุเหล็ก ทำงานร่วมกับเอนไซม์ในระบบภูมิคุ้มกัน พบมากในเนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ หอย ถั่วเปลือกแข็ง น้ำลูกพรุน และผักใบเขียว

ซีเลเนียม ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน มีมากในถั่วบราซิล หอยนางรม เนื้อสัตว์ต่างๆ เมล็ดดอกทานตะวัน ถั่วเปลือกแข็ง ข้าวโอต ไข่แดง นมพร่องไขมัน

นอกจากนี้ไขมันบางชนิดมีส่วนช่วยเสริมภูมิต้านทาน ได้แก่ กรดไขมันจำเป็น ไลโนเลอิก และกรดไขมันกลุ่มโอเมก้า 3 ที่พบมากในปลาทะเล ถั่ววอลนัท และน้ำมันคาโนล่า กรดไขมันจำเป็นเหล่านี้ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น ผู้ที่รับประทานอาหารไขมันต่ำมากๆร่างกายอาจได้รับกรดไขมันจำเป็นนี้ไม่เพียงพอ ซึ่งอาจสร้างปัญหาลดภูมิต้านทานลงได้

หลายคนมีความเข้าใจว่าวิตามินซีในขนาดที่สูงๆจะสามารถป้องกันโรคหวัดได้ แต่จากการศึกษาโรคหวัดยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัดว่าวิตามินซีช่วยป้องกันได้จริง วิตามินซีช่วยลดความรุนแรงของอาการและระยะเวลาของการเป็นหวัดเท่านั้น

ไม่แนะนำให้รับประทานวิตามินซีในขนาดที่สูงกว่า 1,000 มิลลิกรัม เพราะอาจทำให้ถ่ายท้องบ่อย หรือเกิดนิ่วในไตได้ วิตามินซีจะถูกดูดซึมได้ดีในขนาด 500 มิลลิกรัม แต่การดื่มน้ำส้มมากๆสามารถช่วยเพิ่มภูมิต้านทานและลดอาการหวัดได้ดีด้วยเช่นกัน

แม้เราจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงเชื้อโรคต่างๆได้ แต่เราสามารถจะลดอาการและระยะเวลาที่ไม่สบายลงได้ โดยการเลือกรับประทานอาหารที่มีสารอาหารสูง เพื่อเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน โดยเลือกรับประทานผัก ผลไม้ ธัญพืช ถั่ว ปลาทะเล ใช้น้ำมันพืชในการประกอบอาหารแต่พอควร

ในกรณีที่รับประทานวิตามินเสริมควรเลือกแบบวิตามินรวมหรือมัลติวิตามินที่มีปริมาณสารอาหารไม่เกิน 100 เปอร์เซ็นต์ของข้อกำหนดประจำวัน

ที่มา:หนังสือพิมพ์โลกวันนี้

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *