วัยรุ่นกับการยุติการตั้งครรภ์

วัยรุ่นกับการยุติการตั้งครรภ์

การสำรวจสถิติการยุติการตั้งครรภ์ 57 ประเทศทั่วโลกของ Stanley K. Henshaw และคณะ ในปี 1997 พบว่าในแต่ละปีมีผู้หญิงการยุติการตั้งครรภ์ที่ผิดกฎหมายจำนวน 20 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นการยุติการตั้งครรภ์ในประเทศที่กำลังพัฒนาถึง 19 ล้านคน ทวีปเอเชียเป็นทวีปที่มีการยุติการตั้งครรภ์มากที่สุดมีจำนวน 10 ล้านคน จากการสำรวจดังกล่าวตัวเลขของการยุติการตั้งครรภ์คาดว่าเป็นจำนวนที่ต่ำกว่าความเป็นจริงเพราะในหลายประเทศการยุติการตั้งครรภ์เรื่องผิดกฎหมายทำให้ไม่สามารถค้นหาตัวเลขตรงกับความเป็นจริงได้ เพราะผู้ที่ทำการยุติการตั้งครรภ์มักกระทำอย่างไม่เปิดเผย (www.agi-usa.org/pubs/journals/25s3099.html) สำหรับในประเทศไทยที่ถือว่าการยุติการตั้งครรภ์เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย สถิติการยุติการตั้งครรภ์จึงไม่สามารถบอกจำนวนได้อย่างชัดเจน แต่คาดว่าจะมีประมาณ 300,000-400,000 รายต่อปี คิดเป็นร้อยละ 30 ของการคลอดทั้งหมด ในจำนวนนี้มีการประมาณว่าครึ่งหนึ่งเป็นการทำแท้งในวัยรุ่น (สุชีรา ตันชัยนันท์,2545 : http://www.unescobkk.org/ips/arh-web/resources/laws/ch_4.) จากโครงการสำรวจสถานการณ์ทำแท้งในประเทศไทย ของกองวางแผนครอบครัวและประชากร กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เมื่อปี 2542 มีจำนวนตัวอย่าง 45,990 ราย จากโรงพยาบาล 787 แห่งกลุ่มนี้พบว่าร้อยละ 46.8 มีอายุน้อยกว่า 24 ปี ร้อยละ 30 มีอายุน้อยกว่า 20 ปี จากตัวเลขดังกล่าวได้จากการสำรวจผู้ที่เข้ามารับการรักษาเนื่องจากภาวะแทรกซ้อนจากการยุติการตั้งครรภ์ ซึ่งในความเป็นจริงยังมีผู้ที่ยุติการตั้งครรภ์อีกจำนวนมากที่ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนภายหลังการยุติการตั้งครรภ์ หรืออาจเกิดภาวะแทรกซ้อนแต่เลือกที่จะไม่มาทำการรักษาที่โรงพยาบาล เพราะผู้ที่ทำการยุติการตั้งครรภ์ส่วนมากต้องการปกปิดความจริงเนื่องจากเหตุผลหลัก 2 ประการ คือ ประการแรกไม่ต้องการที่จะประจานความผิดของตนเอง ที่ก่อให้เกิดความอับอายและการตีตราทางสังคม และประการที่สองกลัวต่อความผิดทางกฎหมาย (ดวงกมล พึ่งประเสริฐ , 2534) การยุติการตั้งครรภ์ไม่ใช่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับผู้หญิงเพียงลำพัง และเพศสัมพันธ์อันนำไปสู่การยุติการตั้งครรภ์ก็ไม่เป็นเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นจากพลังขับทางเพศของหญิงและชายขณะมีเพศสัมพันธ์เท่านั้น
การมีเพศสัมพันธ์เป็นพฤติกรรมทางสังคม ซึ่งทั้งหญิงและชายต่างได้รับการขัดเกลาในเรื่องเพศ(Sexual Socialization) ทั้งของตนเองและเพศตรงข้าม สาระของการขัดเกลาในเรื่องเพศอาจมีตั้งแต่เรื่องความแตกต่างทางสรีระของหญิงชาย อารมณ์ ความรู้สึก ความเชื่อและทัศ-นคติที่หญิงและชายมีต่อเพศตนเองและเพศตรงข้าม ซึ่งก่อให้เกิดการรับรู้ถึงบทบาทของตนเองทั้งหญิงและชายตามที่สังคมกำหนดให้ ผลจากการขัดเกลานี้จะทำให้หญิงและชายทราบถึงบทบาทของตนเองในฐานะที่เป็นเพศหญิงและเพศชาย(Gender Role) ความสัมพันธ์ระหว่างหญิงชาย(Gender Relations) จึงไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นมาอย่างลอยๆ หากแต่ได้ผ่านกระบวนการขัดเกลาทางสังคมทั้งจากครอบครัว สถาบันการศึกษา เพื่อน ตลอดจนสื่อต่างๆ พฤติกรรมทางเพศซึ่งรวมถึงการมีเพศสัมพันธ์จึงเป็นผลผลิตของกระบวนการขัดเกลาทางสังคมด้วยเช่นกัน ดังนั้นการทำความเข้าใจปัญหาการยุติการตั้งครรภ์ จึงไม่สามารถกระทำได้โดยปราศจากการมองให้ลึกลงไปถึงเรื่องของการขัดเกลาทางสังคมที่หญิงและชายได้รับในเรื่องที่เกี่ยวกับเพศ(Sexuality) ซึ่งเป็นตัวกำหนดความสัมพันธ์ของหญิงและชายที่สำคัญยิ่ง(นภาภรณ์ หะวานนท์,2543)

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *