วันลอยกระทง..'คืนบาป'

วันลอยกระทง..”คืนบาป”
• คุณภาพชีวิต
จับตานานาอุบัติเหตุ-คดีข่มขืนพุ่ง

“ลอยกระทง” ถือ เป็นประเพณีสำคัญของชาวไทย โดยมีความเชื่อว่าเป็นการ”สะเดาะเคราะห์”เพื่อเป็นการ”ขอขมาต่อพระแม่คงคา” จัดขึ้นแทบจะทุกพื้นที่ของประเทศไทย

โดยเฉพาะพื้นที่ที่ติดกับแม่น้ำ-ลำคลอง แหล่งน้ำต่างๆ ในแต่ละพื้นที่จะมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจแตกต่างกัน และมีการจัดงานรื่นเริงสังสรรค์ ประชาชนเดินทางร่วมงานตามสถานที่ต่างๆเป็นจำนวนมาก แต่ด้วยกาลเวลาผ่านไปในยุคปัจจุบัน วันรุ่นกลับใช้เป็นข้ออ้างกับผู้ปกครอง เพื่อขอนุญาตออกไป”ทำบาป” เที่ยวกับเพื่อน หรือไปกับแฟนหนุ่ม จนเกิดการ..”เสียสาวคืนเดือนเพ็ญ”…!!!

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) มีการศึกษาพฤติกรรมของเด็ก และเยาวชนในเทศกาลวันลอยกระทง ตรงกับวันที่ 2 พ.ย.นี้ ศูนย์เฝ้าระวังและเตือนภัยทางสังคม พม. พบว่า จากการสำรวจข้อมูลระหว่างวันที่ 16-21ต.ค.52 จากกลุ่มตัวอย่างในพื้นที่ 63 จังหวัด จำนวน 21,733 คน อายุระหว่าง16-25 ปี พบพฤติกรรมเข้าร่วมงานประเพณีลอยกระทงมีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงไปในเชิงเสี่ยงเพิ่มขึ้น เช่น การไปท่องเที่ยวกับครอบครัวเฉลี่ยเพียง 40.9%ขณะที่การไปท่องเที่ยวกับเพื่อน, แฟนหรือคนรัก สูงถึง 38.2% ส่วนกิจกรรมที่มีแผนจะทำในวันลอยกระทง คือ การร่วมดื่มแอลกอฮอล์กับกลุ่มเพื่อน 18% การมีเพศสัมพันธ์กับแฟนหรือคนรัก 4.8% ซึ่งกลุ่มตัวอย่างยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงพฤติกรรมในเทศกาลลอยกระทงปีที่ผ่านมาว่า ร้อยละ 17.4% เคยดื่มแอลกอฮอล์กับกลุ่มเพื่อนจนเมา และเคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทชกต่อยกันถึง 6.9% ในขณะที่ 5.7% ตั้งกลุ่มแข่งขันจักรยานยนต์บนท้องถนน และข้อมูลที่น่าตกใจ คือ5.3% มีเพศสัมพันธ์กับแฟนหรือคนรักสาเหตุมาจากการ”ดื่มเครื่องดื่มมึนเมา” เป็นเหตุจูงใจให้”คึกคะนอง” ก่อคดีทางเพศ ลวนลาม-ข่มขืน

โดยการที่ผู้หญิงยอมเสียตัวให้ผู้ชาย ทั้งที่ยังไม่ได้แต่งงานกัน ในทุกปีจะมีตัวเลขของคดีลวงละเมิดทางเพศเพิ่มขึ้นทุกปี และพบข่าวข่มขืนบ่อยครั้งตามหน้าหนังสือพิมพ์ และสื่อโทรทัศน์ ในคืนวันลอยกระทง จนทำให้ประเพณีอันดีเริ่มเสื่อมถอยลง และ”ความเมาสุรา” ยังเป็นต้นเหตุของการทะเลาะวิวาท และการเกิดอุบัติเหตุเจ็บ-ตาย จากสาเหตุเมาแล้วขับในทุกปีที่ผ่านมาเราพบวันลอยกระทง มักเกิดอุบัติภัยในรูปแบบต่างๆ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก เช่น อุบัติภัยทางน้ำ ทั้งการจมน้ำ และเรือล่ม รวมถึงอุบัติภัยจากพลุ และดอกไม้ไฟ

เพื่อป้องกันและลดอุบัติภัยในวันลอยกระทง จากอุบัติเหตุจราจรในช่วงเทศกาลลอยกระทงมีสถิติสูงรองจากเทศกาลสงกรานต์ และเทศกาลปีใหม่ ดังจะเห็นได้จากในช่วงเทศกาลลอยกระทงปี2551 มีคนไทยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรทางบก 123 ราย บาดเจ็บ 839 ราย และเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางน้ำ 23 คน แยกเป็นผู้ใหญ่ 16 คน เด็ก 7 คน ซึ่งผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มีความสัมพันธ์กับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนเสียชีวิตและบาดเจ็บ

นายอนุชา โมกขะเวส อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) บอกว่า เทศกาลลอยกระทง เป็นช่วงที่เด็กเสี่ยงต่อการจมน้ำเสียชีวิตมากที่สุด จึงขอเตือนผู้ปกครองที่พาเด็กไปเที่ยวงานวันลอยกระทง ควรพาเด็กไปลอยกระทงตามสถานที่ที่ปลอดภัยและถูกจัดเตรียมให้สำหรับลอยกระทงโดยเฉพาะเพื่อป้องกันเด็กพลัดตกน้ำเสียชีวิต หลีกเลี่ยงการพาเด็กเดินเล่นบริเวณริมน้ำ เพราะมีผู้คนเบียดเสียด เด็กอาจถูกเบียดจนตกน้ำได้ ในขณะที่ลอยกระทงควรเพิ่มความเอาใจใส่เด็กเป็นพิเศษ ไม่ปล่อยเด็กให้ลอยกระทงเพียงลำพัง จูงมือเด็กให้แน่นขณะเดินบริเวณริมน้ำหรือโดยสารทางเรือ เพื่อป้องกันเด็กพลัดตกจมน้ำเสียชีวิต พร้อมกำชับเด็กไม่ให้ลงไปในน้ำเพื่อเก็บเงินในกระทง เพราะการแช่อยู่ในน้ำเย็นเป็นเวลานานๆ อาจทำให้เป็นตะคริวจมน้ำเสียชีวิต

ส่วนอุบัติภัยจากพลุ-ดอกไม้ไฟระเบิด ผู้ปกครองไม่ควรปล่อยให้เด็กเล่นดอกไม้ไฟตามลำพัง เพราะอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ห้ามจุดดอกไม้ไฟใส่ฝูงชนหรือโยนใส่กัน หลีกเลี่ยงการจุดพลุใกล้สายไฟ สถานีบริการน้ำมัน ถังเชื้อเพลิงหรือวัตถุไวไฟต่างๆ ควรเล่นในที่โล่งแจ้ง ไม่มีใบไม้แห้งหรือวัตถุที่เป็นเชื้อเพลิง เนื่องจากหากเกิดการระเบิด อาจก่อให้เกิดอัคคีภัยที่รุนแรงและยากต่อการควบคุม ที่สำคัญห้ามเก็บพลุ ดอกไม้ไฟไว้ในกระเป๋าเสื้อ – กางเกง รวมถึงในที่มีความร้อน และแสงแดดส่องเด็ดขาด เพราะจะทำให้เกิดการเสียดสีกันจนเป็นประกายไฟและเกิดเพลิงไหม้ได้

นายอนุชา บอกอีกว่า ส่วนการปล่อยโคมไฟ หลีกเลี่ยงการปล่อยโคมไฟบริเวณชุมชน หรือบริเวณที่มีผู้อาศัยหนาแน่น เพราะอาจตกใส่ที่พักอาศัย ทำให้เกิดเพลิงไหม้ ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ตั้งของสนามบิน ห้ามปล่อยโคมลอยอันจะก่อให้เกิดอันตรายต่ออากาศยานและพื้นที่โดยรอบของสนามบิน หากปล่อยโคมลอย ควรปล่อยหลังช่วงเวลา 21.30 น. ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศยานไม่ขึ้น – ลง และหากมีการปล่อยโคมไฟจำนวนมาก จะต้องแจ้งให้ทางจังหวัดและท่าอากาศยานทราบล่วงหน้า เพื่อเตรียมการป้องกันอุบัติภัยที่อาจเกิดขึ้น

สถานประกอบการหรือโรงงานผลิตพลุดอกไม้ไฟ ต้องตั้งอยู่ห่างจากแหล่งชุมชน และได้รับใบอนุญาตการผลิตสินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย และดำเนินการตามมาตรฐานความปลอดภัยที่กฎหมายกำหนด ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต การเก็บรักษา และการขนย้ายพลุดอกไม้เพลิง เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดที่จะทำให้เกิดเพลิงไหม้หรือระเบิด ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินเพื่อให้การท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลลอยกระทงเป็นไปอย่างปลอดภัย กรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย ได้ประสานให้จังหวัดเตรียมการป้องกัน และเฝ้าระวังอุบัติภัยที่อาจเกิดขึ้นด้วยการ กำหนดมาตรการป้องกันอันตรายแก่ประชาชน กวดขันการผลิต จำหน่ายพลุ ดอกไม้ไฟ ตรวจสอบสถานที่ลอยกระทง เส้นทางสัญจรให้อยู่ในสภาพปลอดภัย พร้อมจัดชุด อปพร. และตำรวจเฝ้าระวังสถานที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติภัย

โดยเฉพาะสถานที่จัดงานลอยกระทงที่มีประชาชนหนาแน่น เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนที่มาร่วมงานลอยกระทงขณะที่ นายอิสสระ สมชัย รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า พฤติกรรมการมีเพศสัมพันธ์ในวันลองกระทง เป็นพฤติกรรมซึ่งส่งสัญญาณอันตรายมายังสังคมและครอบครัวหรือคนใกล้ตัวของทุกท่าน เราต้องช่วยกันเป็นหู เป็นตา สอดส่องดูแลพฤติกรรมเด็กและเยาวชนในสังคม

โดยเริ่มจากคนในครอบครัว พ่อ แม่ ผู้ปกครอง ต้องช่วยกันดูแลลูก-หลาน ตำรวจ เข้มงวดกวดขันการขับขี่รถจักรยานยนต์ และการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของสถานประกอบการสถานบริการต่าง ๆ ต้องเข้มงวดไม่อนุญาตให้ผู้ที่อายุต่ำกว่าเกณฑ์กฎหมายกำหนดเข้าใช้บริการ ศูนย์ระวังและเตือนภัยทางสังคม และศูนย์ประชาบดี 1300 จะร่วมเป็นเครือข่ายในการเฝ้าระวังและเตือนภัยในช่วงเทศกาลลอยกระทงกับทุกหน่วยงาน รวมทั้งเปิดบริการรับแจ้งเบาะแสผ่านศูนย์ประชาบดีโทร.1300โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ

ความกังวลของสังคมกับพฤติกรรมการเสียตัวของวัยรุ่นในวันลอยกระทง ตามปกติแล้วจะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคอยดูแล เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อย่างไรก็ตามผมมองว่านโยบายในการสอดส่องพฤติกรรมหรือการควบคุมโรงแรมต่างๆ เป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ขณะที่ทุกฝ่ายโดยเฉพาะครอบครัวควรสอดส่องดูแลพฤติกรรมบุตรหลานให้ดี จะเป็นการแก้ปัญหาได้ดีกว่า

ขณะที่ พ.ต.ต.หญิง ฉันฉาย รัตนพานิช รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กล่าวว่า ทางสตช. ได้ออกประกาศสำนักงานตำแห่งชาติ เรื่องการป้องกันภัยอันตรายในเทศกาลวันลอยกระทง ประจำปี 2552 พร้อมทั้งสั่งการให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กองบัญชาการตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1 – 9 ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ และหน่วยงานอื่นๆ ภายใต้สังกัด สตช. ได้ร่วมกันกำหนดมาตรการในการรักษาความปลอดภัยให้แก่ประชาชนทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

นอกจากนี้ฝากกำชับไปยังประชาชนให้ระมัดระวังมิจฉาชีพ ไม่ควรใส่เครื่องประดับมีค่าล่อตาล่อใจผู้ไม่หวังดี และควรลอยกระทงบริเวณสถานที่ที่จัดไว้ เนื่องจากจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลให้ความปลอดภัย ไม่ควรเข้าไปลอยในสถานที่เปลี่ยวสำหรับประกาศ สตช. มีเนื้อหาโดยสรุป ดังนี้

1.ผู้ใช้เรือ และผู้ควบคุมเรือ ต้องไม่บรรทุกผู้โดยสารเกินกำหนด ห้ามดื่มสุรา ลดความเร็วเมื่อเข้าใกล้ประชาชนที่ลอยกระทง

2.ผู้ขับขี่ และผู้ใช้ถนน ขับรถอย่าประมาท ไม่ดื่มสุราของมึนเมา
ผู้เดินทางใช้สะพานลอย ทางข้าม

3.ประชาชนทั่วไป หลีกเลี่ยงการจุดดอกไม้ไฟ พลุ ประทัดวัตถุอันตราย ก่อความเดือดร้อนรำคาญ

ประเพณีลอยกระทงจะถูกต้องงดงามตามแบบประเพณีไทยได้ต้องอาศัยการร่วมมือกันของประชาชนทุกคน ดำเนินกิจกรรมให้อยู่ในกรอบประเพณีดั้งเดิม ถึงแม้ว่าจะมีเบี่ยงเบนไปบ้างแต่ก็ขอให้อนุรักษ์ให้คงความเป็นวัฒธรรมไทยให้รุ่นลูกหลานได้ชื่มชมต่อไป

ที่มา: หนังสือพิมพ์แนวหน้า

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *