วอลท์ ดิสนีย์ ตอน 3 (จบ)

วอลท์ ดิสนีย์ ตอน 3 อาณาจักรของวอลท์ดิสนีย์

กลางทศวรรษ 1950 ดิสนีย์เริ่มขายผลงานให้แก่วงการโทรทัศน์ ซึ่งเป็นช่องทางจำหน่ายใหม่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ภายหลังทดลองออกอากาศทางโทรทัศน์หลายรายการในปี 1954 ดิสนีย์ก็เซ็นสัญญาระยะยาวให้สิทธิ์ขาดกับ ABC แต่เพียงผู้เดียว และเป็นผู้ผลิตชั้นนำของฮอลลีวู้ดรายแรกที่ทำแบบนั้น
รายการโทรทัศน์โปรแกรม ดิสนีย์แลนด์ ซึ่งมีวอลท์ ดิสนีย์เป็นพิธีกร มีตัวการ์ตูนต่างๆ และภาพยนตร์สารคดีธรรมชาติมาออกอากาศประเดิมในปี 1954 หลังจากนั้นความมหัศจรรย์ของดิสนีย์ ก็สร้างความพิศวงผ่านทางจอเล็ก ในช่วงฤดูกาลแรกที่ออกอากาศ รายการนี้สามารถทำเรตติ้งตามการจัดอันดับของนีลสัน อันดับที่ 41 อย่างน่าแปลกใจ ซึ่งหมายความว่า มีคนดูแวะเวียนเข้ามาชมรายการของเขาประมาณ 30.8 ล้านคน จากทั้งหมด 75 ล้านคน
ปีถัดมา ดิสนีย์ก็สร้างชมรมมิคกี้ เมาส์ ซึ่งก็ได้กลายเป็นปรากฏการณ์ใหม่ทางโทรทัศน์ ดึงดูดผู้ชมทั้งเด็กและวัยรุ่นอย่างมากมาย นอกเหนือจากสร้างดาราเด็กแสดงเป็นหนูอย่างแอนเนต ฟูนิเซลโลขึ้นมาแล้ว รายการนี้ยังดันยอดขายสิทธิ์สัมปทานผลิตภัณฑ์ของดิสนีย์ให้พุ่งลิ่วอีกด้วย ช่วงที่รายการได้รับความนิยมสูงตอนกลางทศวรรษ 1950 สินค้าเป็นหูของมิคกี้ เมาส์ สามารถจำหน่ายได้ถึงวันละประมาณ 25,000 ชุด
วอลท์ ดิสนีย์ จะให้เสี้ยวหนึ่งแห่งโลกจินตนาการของเขาแก่ผู้ชม ในทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำเสมอ แต่เขาก็ต้องการวิธีดึงจินตนาการของเขาออกมาโลดแล่นมีชีวิตอย่างแท้จริง เขาตัดสินใจแยกจากความบันเทิงผ่านสื่อทั้งหลายด้วยความห้าวหาญ หันมามุ่งมุ่นตั้งใจสร้างสวนสนุกขึ้นมาแห่งหนึ่ง ดิสนีย์ได้รับแนวคิดนี้ระหว่างมองบุตรสาวสองคนของเขาเล่นม้าหมุน
ในขณะที่ดิสนีย์แลนด์เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง บริษัทต่างๆก็เริ่มตระหนักถึงโอกาสทางการค้าของสวนสนุกแห่งนี้ และยอมจ่ายเพื่อเช่าหรือซื้อสัมปทานพื้นที่จำหน่ายสินค้าของตนเอง หรือมิฉะนั้นก็เพื่อให้ชื่อของตนเองปรากฏอยู่บนของเล่นในสวนสนุกเพื่อประชาสัมพันธ์
ดิสนีย์แลนด์กลายเป็นสวนสนุกให้ความบันเทิงใหญ่สุดของประเทศ เปิดโอกาสให้คนอเมริกันได้สัมผัสกับบรรยากาศสวนสนุกสมบูรณ์แบบเป็นครั้งแรก และที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ ทำให้คนอเมริกันได้มีปฏิกิริยาโต้ตอบกับสิ่งประดิษฐ์ การเปิดสวนสนุกของดิสนีย์แลนด์ได้จังหวะเหมาะสม เพราะประเทศอเมริกากำลังอยู่ในระหว่างยุคประชากรเบ่งบาน เด็กที่เกิดระหว่างปี 1946-1964 เพิ่มขึ้นวันละ 10,000 คน ทำให้ทั่วประเทศมีเด็กถึง 76.4 ล้านคน ทั้งหมดหลั่งไหลไปดิสนีย์แลนด์พร้อมผู้ปกครอง
ก่อนเปิดสวนสนุก บริษัทวอลท์ ดิสนีย์ โปรดักชั่น มีส่วนได้ส่วนเสียในดิสนีย์แลนด์อยู่แค่ 1 ใน 3 แต่หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ครอบครองเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว และเขาได้ขยายอาณาจักร เริ่มต้นด้วยการวางแผนสร้างดิสนีย์ เวิลด์ ในปี 1958 ใน ฟลอริดา และต่อมาก็ได้ขยายไปยังต่างประเทศ
สวนสนุกมูลค่า 400 ล้านดอลลาร์แห่งนี้ เปิดให้เข้าชมได้ในปี 1971 ดิสนีย์ เวิลด์ ไม่ใช่แค่ก็อปปี้ของดิสนีย์แลนด์แห่งชายฝั่งตะวันตกเท่านั้น แต่เป็นจุดบันดาลใจในฐานะแบบอย่างการวางผังเมือง มีรีสอร์ทที่พักในบริเวณ,โรงแรมและมีศูนย์ EPCOT (Experimental Prototype Community of Tomorrow) ซึ่งเป็นศูนย์ทางด้านการศึกษา ที่จัดสภาพแวดล้อมเหมือนโลกอนาคต มีซุ้มพลับพลาต่างๆ จัดแสดงประเทศต่างๆเอาไว้
ในด้านภาพยนตร์นั้น เขาเรียนรู้ในเวลาต่อมาว่า คนรุ่นต่อๆมาก็สามารถจะนำเอาภาพยนตร์ของครอบครัวกลับมาดูกันใหม่ ราวกับเป็นของใหม่เอี่ยม สำหรับผู้ชมการ์ตูนนั้น เขากำหนดคนแต่ละรุ่นไว้ว่าห่างกันประมาณ 7 ปี และมีการทำเป็นวีดีโอ จัดจำหน่าย สร้างรายได้แต่ละเรื่องเป็นร้อยล้านดอลลาร์
วอลท์ ดิสนีย์ ไม่ได้มีอายุยืนยาวจนทันเห็นดิสนีย์ เวิลด์ สร้างเสร็จ เขาเป็นเหยื่อมะเร็งในปอด เสียชีวิตเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ปี 1966 ด้วยวัย 65 ปี เขาทิ้งบริษัทให้กลายเป็นเสมือนหนึ่งอนุสาวรีย์ของเขา และทิ้งบริษัทที่กลายเป็นส่วนหนึ่งที่แยกไม่ออกของครอบครัวชาวอเมริกัน

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *