ลี กา ชิง : มหาบุรุษแห่งฮ่องกง

ลี กา ชิง : มหาบุรุษแห่งฮ่องกง
ลี กา ชิง เป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีอันดับต้นๆของโลก โดยเขาเป็นบุคคลที่มั่งคั่งที่สุดในฮ่องกง และในเอเชียด้วย โดยมีทรัพย์สินประมาณ สองหมื่นล้านเหรียญสหรัฐ แต่คุณรู้หรือไม่ เขาเริ่มต้นทุกอย่างจากศูนย์!!!
ลี กา ชิง เกิดมาในช่วงเวลาแห่งความเลวร้ายจากสงครามโลกครั้งที่สอง ครอบครัวของเขาเป็นชนชั้นกลางที่มีพ่อเป็นครูอยู่ในซัวเถาประเทศจีน และอพยพไปหาโอกาสใหม่ในฮ่องกงแต่โชคร้ายที่เขากำพร้าพ่อตั้งแต่อายุเพียง 11 ขวบเท่านั้น ซึ่งนับเป็นภาระใหญ่หลวงเพราะแทนที่จะได้ร่ำเรียนหนังสือ เขากลับต้องหางานทำเพื่อเลี้ยงดูแม่และน้อง
ในวันที่พ่อเขาเสียชีวิต แทนที่พ่อจะได้สั่งเสียลูกเหมือนครอบครัวอื่น แต่สำหรับลี กา ชิง เขากลับเป็นผู้พร่ำบอกให้พ่อมั่นใจว่าเขาสามารถรับผิดชอบและเลี้ยงดูครอบครัวให้ดีกว่าเดิมได้แน่นอน
คำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับพ่อก่อนเสียชีวิตเป็นแรงผลักดันให้เขามุ่งมั่นแสวงหาความสำเร็จจนกลายเป็นผู้มีชื่อเสียงในวันนี้ แต่กว่าจะฝ่าฟันมาได้ เขาต้องพบกับมรสุมในชีวิตครั้งแล้วครั้งเล่า เริ่มจากการอพยพครอบครัวกลับไปยังเมืองจีน แต่ตัวลี กา ชิง เองต้องอยู่ในฮ่องกงเพียงลำพัง เพื่อหางานทำ ซึ่งแน่นอนว่าอายุเพียงเท่านี้ย่อมไม่มีงานอื่นใดนอกจากการเป็นกรรมกร ซึ่งนับ เป็นงานหนักมาก
ซ้ำร้ายภาวะสงครามยังทำให้เขาไม่มั่นใจในอนาคตเพราะความไม่แน่นอนสูงมาก ซึ่งผู้คนรอบข้างก็คงมีความกดดันไม่แพ้กัน คนในสมัยนั้นจึงมักหากิจกรรมต่างๆ ทำเพื่อลดความเครียด เช่นการเล่นไพ่นกกระจอก หรือกิจกรรมบันเทิงเพื่อผ่อนคลายแต่สำหรับ ลี กา ชิง เขากลับเลือก “หนังสือ” เป็นการทดแทนการเรียนรู้ที่เขาไม่มีโอกาสได้เข้าโรงเรียนเหมือนเด็กอื่นๆ
ลี กา ชิง เอารายได้จากการขายแรงงานมาซื้อหนังสือเพื่อแสวงหาความรู้ใหม่ๆ อ่านจบแล้วก็ขายต่อ แล้วเอาเงินไปซื้อมาใหม่ทำอย่างนี้เรื่อยไป และมีหนังสือให้อ่านได้มากมายหลายประเภทซึ่งต้องเป็นหนังสือที่มีเนื้อหาสาระใหม่ๆ เท่านั้น
นิสัยดังกล่าวซึมซับอยู่ในสายเลือดของเขา และสร้างให้เขาประสบความสำเร็จได้ในวันนี้แม้จะไม่ได้ร่ำเรียนหนังสือ และที่สำคัญยังเป็นนิสัยที่เขาถ่ายทอดไปยังลูกน้องของเขาทุกคน เช่น พนักงานคนหนึ่งของเขาเคยรู้สึกไม่ชอบใจเมื่อลี กา ชิงเห็นเขาอ่านหนังสือดารา บันเทิง แล้วแนะนำว่าไม่น่าอ่านเพราะไม่มีสาระใดๆที่จะเพิ่มพูนความรู้ ซึ่งเขารู้สึกว่าเป็นเรื่องส่วนตัวที่เจ้านายไม่น่ามายุ่งเกี่ยว แต่ 28 ปีผ่านไป เขาก็ซึมซับความคิดของลี กา ชิงมามากขึ้นๆจนประสบความสำเร็จตามเจ้านายมาได้ถึงปัจจุบัน และนั่นเป็นเคล็ดลับให้ ลี กา ชิง มีลูกน้องฝีมือดีๆ มาร่วมงานด้วยมากมาย
ลี กา ชิง ใช้ทุกโอกาสที่ว่างเสริมสร้างความรู้ให้กับตัวเองผ่านหน้าหนังสือและปรับตัวไปตามสภาพแวดล้อมเพื่อหาทางคว้าโอกาสใหม่ๆ ให้ได้ จากกรรมกรเขาเติบโตไปสู่การเป็นพนักงานโรงงานพลาสติก และด้วยความที่เล็งเห็นว่าพลาสติกซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ในอดีตจะมีบทบาทสำคัญมากเพราะเป็นพื้นฐานของอุปกรณ์ต่างๆ มากมาย เขาจึงหันมาทำธุรกิจค้าขายพลาสติก และประสบความสำเร็จจนเปิดโรงงานได้ในที่สุด
จากความใฝ่รู้ของเขาทำให้เขาขยายธุรกิจจากพลาสติกมาสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างความสำเร็จให้เขาอย่างมากมายมหาศาล จนทำให้เขาก้าวสู่ธุรกิจที่ใหญ่กว่าคือการบริหารท่าเรือ อุตสาหกรรมโทรคมนาคม ตลอดจนอุตสาหกรรมด้านพลังงาน และอื่นๆ อีกมากมายที่เป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจสมัยใหม่
แรงขับดันของลี กา ชิง ไม่ได้มีพื้นฐานมาจากการสร้างความมั่งคั่งส่วนตัว แต่เกิดจากความต้องการนำสิ่งใหม่ๆ มายกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของคนในสังคม ธุรกิจที่เขาทำจึงมักจะเป็นสาธารณูปโภคสมัยใหม่ และที่เห็นได้ชัดเจนคือมหาวิทยาลัยที่เขาสร้างในเมืองเกิดของเขา โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อตอบแทนคุณของแผ่นดินเกิดนอกเหนือจากมูลนิธิสาธารณกุศลเพื่อช่วยเหลือคนด้อยโอกาสของเขา เนื่องจากเขาเชื่อว่าเขาประสบความสำเร็จได้ก็เนื่องจากทุกคนเคยให้โอกาสกับเขามาก่อน
ปรัชญาที่ลี กา ชิงยึดถือมาโดยตลอดมีเพียง 6 ข้อหลักๆ คือ ขยันหมั่นเพียร ประหยัด มีจุดยืนในชีวิต แสวงหาความรู้ จริงใจ และต้องมีสัจจะ ซึ่งทุกประการดูเป็นเรื่องง่ายๆ แต่นั่นก็ทำให้เขาได้รับความไว้วางใจจากผู้คนรอบข้างมาโดยตลอด

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *