ลิขสิทธิ์ทางอินเทอร์เน็ต (3)

ลิขสิทธิ์ทางอินเทอร์เน็ต (3)

ประเด็นเรื่องการเข้ารหัส HTML และการออกแบบเว็บ
HTML เป็นศัพท์ทางวิทยาการคอมพิวเตอร์ HTML หมายถึงภาษามาตรฐานที่มีรูปแบบเป็นตัวหนังสือซึ่งมีWorld Wide Web เป็นพื้นฐาน เอกสารHTMLเป็นไฟล์ข้อมูลตัวอักษรซึ่งประกอบด้วยสองส่วน ส่วนแรกคือส่วนของข้อความภายในซึ่งจะถูกแปลความเพื่อที่จะแสดงบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ และส่วนที่สองคือส่วนของ มาร์คอัพหรือแท็กซึ่งเป็นข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสเพื่อใช้ควบคุมตัวหนังสือหรือการเขียนหรือการวาดเกี่ยวกับรูปภาพต่าง ๆ หรือการแสดงเสียงบนคอมพิวเตอร์ซึ่งจะถูกซ่อนไม่ให้ผู้ใช้เห็นข้อมูลส่วนนี้ แท็กต่างที่ต่างกันก็ปฏิบัติหน้าที่แตกต่างกันไปรวมถึงแท็กที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการเชื่อมโยงไปยังเอกสารอื่นโดยใช้ชื่อที่อยู่ของเว็บไซต์(URL) เอกสารเหล่านี้จะถูกเก็บในคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวกันหรือคอมพิวเตอร์ที่ติดต่อกับ World Wide Web ก็ได้ ผู้ใช้สามารถเข้าถึงเอกสารเหล่านี้โดยการคลิกบนลิงค์ที่ปรากฏบนหน้าจอ HTMLยอมให้ผู้ใช้พิมพ์และส่งข้อมูลผ่านอีเมล์และทำการค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตหรือคัดลอกข้อมูลไปยังเอกสารรูปแบบอื่นได้ เบราว์เซอร์เป็นโปรแกรมโปรแกรมหนึ่งที่ให้ผู้ใช้สามารถทำการค้นหาเว็บและสามารถดูเอกสารส่วนที่เป็นโค้ดHTMLได้ โดยที่เบราว์เซอร์จะทำการแปลแท็กHTMLและทำเป็นรูปแบบข้อความภายในเว็บเพจเพื่อที่จะใช้สำหรับแสดงผลบนหน้าจอ
ข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสในรูปแบบของโค้ดHTMLสามารถถูกคัดลอกได้อย่างง่าย การทำการคัดลอกถูกใช้อย่างแพร่หลายซึ่งทำให้ดูเหมือนกับว่าจะไม่มีทางที่จะแสดงสิทธิ์ในการป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ได้เลย ในทางทฤษฎีบุคคลผู้เขียนหรือออกแบบแบบการจัดหน้าในรูปแบบของโค้ดHTMLสามารถที่จะแสดงสิทธิ์ ในลิขสิทธิ์ของเขาได้ ปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นกับการบังคับใช้ของกฎหมายลิขสิทธิ์ในเรื่องของเอกสารHTMLซึ่งสอดคล้องกับกฎหมายลิขสิทธิ์คือผลของความคิดที่จับต้องได้เท่านั้นที่จะได้รับการคุ้มครองแต่จะความคิดนั้นจะไม่ได้รับการคุ้มครอง นั่นหมายความว่าการเขียนโค้ดHTMLจะได้รับการคุ้มครองแต่สิ่งที่ถูกเห็นอยู่บนเว็บไม่จำเป็นว่าจะต้องได้รับการคุ้มครอง ความเหมือนของหน้าเว็บไม่สามารถที่จะถูกนำมาพิจารณาเป็นหลักฐานของการละเมิดลิขสิทธิ์เพราะว่าโค้ดHTMLที่แตกต่างกันสามารถที่จะสร้างหน้าเว็บที่เหมือนกันได้ เพื่อที่จะหาการละเมิด วิธีหนึ่งจำเป็นต้องเปรียบเทียบโค้ด HTML ภายใต้ลักษณะที่ปรากฏบนหน้าจอคอมพิวเตอร์
มีความยากเป็นอย่างมากสำหรับผู้พิพากษาที่จะลงความเห็นในคำพิพากษา เมื่อพิจารณาในประเด็นที่ว่าโค้ด HTML ถูกคัดลอกหรือไม่ บุคคลผู้ซึ่งเห็นและชอบในการวางแบบการจัดหน้าจะไม่ถูกจำคุกโดยกฎหมายจากการทำหน้าเว็บที่มีความคล้ายคลึงกันแต่ได้เขียนโค้ด HTML ขึ้นเอง โดยไม่ได้คัดลอกโค้ดต้นฉบับจากหน้าเว็บเดิม เพราะว่าความคิดที่จับต้องไม่ได้นั้นจะไม่ได้รับความคุ้มครอง นอกเหนือจากนี้ บุคคลสามารถที่จะใช้โค้ด HTML ของคนอื่นโดยเปลี่ยนแปลงโค้ดเล็กน้อยแล้วอ้างสิทธิว่าเป็นของตน การกระทำเช่นนี้หมายความว่าการอ้างลิขสิทธิ์ของบุคคลหนึ่งกลายมาเป็นเรื่องของความชำนาญทางด้านเทคนิค การใช้โค้ด HTML ของผู้อื่นและนำมาเปลี่ยนแปลงนี้ก่อให้เกิดปัญหาสำหรับผู้พิพากษา ประการแรกคือ เขาอาจขาดความชำนาญที่จะสืบให้รู้ถึงการอ้างการละเมิดลิขสิทธิ์ ประการที่สองคือ ถ้าเขามีประสบการณ์บ้างก็จะมีความไม่ปลอดภัยที่จะถูกขัดขวางในรายละเอียดทางเทคนิคและถูกหลอกโดยผู้ที่มีความชำนาญทางเทคนิค กฎหมายลิขสิทธิ์จึงกลายเป็นความไม่แน่นอนและขึ้นอยู่กับคำตัดสินของผู้เชี่ยวชาญ
การแก้ปัญหาควรที่จะไม่ยอมรับการเรียกร้องสิทธิที่ถูกเรียกร้องจากการถูกละเมิดลิขสิทธิ์เลย เหตุผลหนึ่งที่สนับสนุนคือผู้คิด World Wide Web ชื่อTimothy Berners-Lee ซึ่งเป็นนักฟิสิกส์และนักวิทยาการคอมพิวเตอร์ชาวอังกฤษไม่ได้อ้างสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาในการคิดระบบ World Wide Web ขึ้นมา จึงสามารถโต้แย้งได้ว่าขอบเขตข้อมูลทั้งหมดของการเขียนโค้ด HTML ต้องได้รับการยกเว้นจากการคุ้มครองลิขสิทธิ์ อีกเหตุผลหนึ่งคือความยากและค่าใช้จ่ายในการบังคับใช้ลิขสิทธิ์กับ HTML การยอมรับว่า HTML ไม่สามารถเป็นสิ่งที่ได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์จะช่วยประหยัดเจ้าหน้าที่ที่บังคับใช้กฎหมายและช่วยผู้ชำระเงินภาษีประหยัดเงินจากภาระการจ้างผู้เชี่ยวชาญทางเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อตัดสินประเด็นที่ซับซ้อนของการสร้างโค้ดHTML การแก้ปัญหาแบบนี้ตรงกันข้ามกับหลักการพื้นฐานของกฎหมายลิขสิทธิ์ซึ่งเจ้าของต้นฉบับของวรรณกรรมและงานศิลปกรรมรวมถึงผู้เขียนการออกแบบการจัดหน้าเว็บคู่ควรที่จะได้รับการคุ้มครองจากกฎหมาย กฎหมายทำให้ยากที่จะเลือกระหว่างการสนับสนุนสิทธิอันชอบธรรมของผู้สร้างสรรค์ และการตกไปสู่สถานการณ์ที่เลวร้ายของรายละเอียดทางด้านเทคนิค

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *