ลงทุน : ศัพท์ควรรู้ในการลงทุนหุ้น

ลงทุน : ศัพท์ควรรู้ในการลงทุนหุ้น

วันนี้เรามาดูคำศัพท์ที่เรามักได้ยินเวลาเขาคุยกัน บางทีเราก็งงๆว่ามันคืออะไร ฟังแล้วไม่เข้าใจก็ทำให้เราพลาดไปได้ครับ

SET (Stock Exchange of Thailand) หรือ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยนั่นเอง
Broker บริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ หรือเป็นตัวแทนซื้อขายให้นักลงทุนทั่วไป
ซึ่งเรียกกันสั้นๆว่า “บลจ.” (บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน) ซึ่งสามารถมี Sub Broker ที่เป็นคู่ค้ากันได้อีก
NAV (Net Asset Value) หรือมูลค่าสินทรัพย์สุทธิที่คำนวนราคาต่อหน่วยหุ้น โดยจะทราบราคา NAV ได้ ณ สิ้นวันทำการ
<a href=”http://article.kcnbrand.com/business-finance-managment/stock-investment/20541″>รายละเอียดเพิ่มเติม</a>
Book Value มูลค่าหุ้นตามบัญชี (Book value) คือมูลค่าของสินทรัพย์ตามที่บันทึกไว้ในงบดุลของบริษัท ซึ่งราคาของบริษัทตามมูลค่าทางบัญชีไม่จำเป็นต้องมีค่าเท่ากับราคาของบริษัทตามมูลค่าตลาด คำนวนได้จาก (สินทรัพย์ – หนี้สิน)/จำนวนหุ้นของผู้ถือหุ้น
EPS (Earning Per Share) ผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุนโดยคิดจาก กำไรสุทธิ/จำนวนหุ้นของผู้ถือหุ้น
Dividend Yield เปอร์เซ็นต์เงินปันผลตอบแทนต่อปี คำนวนได้จาก (เงินปันผลรวมต่อปีต่อหุ้น/ราคาหุ้น)
ตัวอย่างเช่น ราคาปันผลต่อหุ้น =6 บาท , ราคาหุ้นปิดที่ = 50 บาท, Dividend Yield=(6/50)x100 =12%
ค่า Divided Yield ยิ่งสูงยิ่งหมายถึงผลตอบแทนที่ดี
P/E Ratio (Price/Earning Ratio)
Bid Price ราคาเสนอซื้อ
Offer Price ราคาเสนอขาย
Exec Price ราคาสุดท้ายที่ตกลงซื้อขาย
Opening Price ราคาเปิดตลาด ใช้วิธีการเลือกจากราคาที่มีการจับคู่ซื้อขายกันมากที่สุด ในกรณีที่มีการจัดคู่ซื้อขายมากที่สุดเท่ากันก็จะเลือกราคาที่ใกล้เคียงกับราคาปิดครั้งล่าสุด หรือหากใกล้เคียงเท่ากันก็จะเลือกที่ราคาสูงกว่า เช่น ราคาปิดที่ 50 บาท ได้ราคาที่จับคู่ซื้อขายมากที่สุด 2 ราคาคือ 49, 51 บาท ดังนั้นราคาเปิดจะเท่ากับ 51 บาท
Close Price ราคาปิดตลาด ใช้วิธีการเลือกจากราคาที่มีการจับคู่ซื้อขายกันมากที่สุดหลังจากปิดตลาด ซึ่งจะมีเวลา 5-10 นาทีหลังปิดตลาดในการส่งคำสั่งซื้อขายกัน
Ceiling Price ระดับราคาสูงสุดที่หุ้นปรับตัวขึ้น
Floor Price ระดับราคาต่ำสุดที่หุ้นปรับตัวลง
Volumn จำนวนปริมาณการซื้อขายหุ้นปกติ โดยหากซื้อขายในกระดานหลัก(Mainboard) จะนับเป็น Board Lot ซึ่งมีค่าเท่ากับ 100 หุ้น หากซื้อขายน้อยกว่านี้จะต้องเล่นที่กระดาษเศษหุ้น ต้องติดต่อ Broker ดำเนินการให้
Value มูลค่าการซื้อขาย หน่วยเป็นจำนวนเงิน
Portfolio บัญชีรายการหุ้นที่ซื้อมาและยังคงอยู่

สำหรับการดูสถานะของหุ้น

DS (Designated) เป็นการแขวนป้ายให้กับหุ้นที่มีการปั่นหรือมีความผิดปกติ เพื่อเตือนให้นักลงทุนระมัดระวังในการซื้อขายไว้ ซึ่งบาง Broker อาจถึงขั้นงดซื้อขายด้วยระบบสินเชื่อ(Margin) ให้ซื้อขายเป็นเงินสดเท่านั้น
H (Halt) เป็นการแขวนป้ายเพื่อพักการซื้อขายหุ้นนั้นชั่วคราวอาจจะเป็นหนึ่งช่วงการซื้อขายหรือหนึ่งวัน จะใช้ในกรณีที่มีข่าวที่เข้ามากระทบต่อหุ้นนั้น เมื่อตลาดได้รับคำชี้แจงยืนยันข่าวแล้วจะแจ้งให้นักลงทุนทราบแล้วปลดให้ป้ายให้ทำการซื้อขายได้ต่อไป
SP (Suspend) เป็นการแขวนป้ายห้ามการซื้อขายหุ้นในระยะยาว จะใช้ในกรณีที่หุ้นนั้นมีปัญหาต้องได้รับการแก้ไขในระยะยาว ตลาดจะขึ้นป้ายห้ามการซื้อขายหุ้นนั้นไว้ จนกว่าปัญหาจะได้รับการแก้ไข หรือ อาจรถอดถอนหุ้นนั้นออกจากตลาดไปหากไม่มีการดำเนินการแก้ไข
NP (Notice Pending) เป็นการแขวนป้ายสำหรับบริษัทที่ยังไม่ส่งข้อมูลรายงานต่างๆ หรือคำชี้แจงต่อข่าวที่มีผลต่อบริษัท รวมทั้งการส่งงบการเงินให้กับ SET ในเวลาที่กำหนด
NR (Notice Received) เป็นการแขวนป้ายต่อจาก NP เมื่อทาง SETได้รับคำชี้แจง หรือรายงานแล้วจะปลด NP แล้ว ขึ้น NR แทน
XD (X Dividend) ผู้ซื้อไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินปันผล
XI (X Interest) ผู้ซื้อไม่มีสิทธิ์ได้รับดอกเบี้ย(กรณีเป็นพวกหุ้นกู้)
XR (X Right) ผู้ซื้อไม่มีสิทธิ์ได้รับหุ้นเพิ่มทุนที่จัดสรร
XW (X Warrant) ผู้ซื้อไม่มีสิทธิ์ได้รับWarrant ที่จัดสรร
XA (X All) ผู้ซื้อไม่มีสิทธิ์ได้รับ สิทธ์ต่างๆทั้งหมด ที่ออกมาในการประกาศครั้งนี้

ที่มา : Sanook

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *