สุขภาพ : รู้เท่าทันมะเร็งลำไส้ใหญ่

สุขภาพ : รู้เท่าทันมะเร็งลำไส้ใหญ่

จากข่าวการเสียชีวิตของ ฟาร์ราห์ ฟอว์เซตต์ 1 ใน 3 นางฟ้าชาร์ลีต้นตำรับที่เสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ในวัย 62 ปี นอกจากจะเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งของวงการบันเทิงฮอลลีวู้ดแล้ว ด้านแฟชั่นทรงผมก็เท่ากับได้สูญเสียเจ้าของ “ทรงฟาร์ราห์” ตัวแม่ ซึ่งเป็นทรงผมยอดฮิตในยุค 70 เช่นเดียวกัน ซึ่งอาการป่วยของฟอว์เซตต์นั้นนับว่าน่าสนใจและไม่ควรมองข้ามเป็นอย่างยิ่ง

โดยจากสถิติในประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่ามะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นสาเหตุที่ทำให้ชาวอเมริกันเสียชีวิตปีละ 60,000 คน และอัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้ ตลอดชั่วชีวิตได้เพิ่มจาก 1 ต่อ 25 เมื่อ 30 ปีก่อน มาเป็น 1 ต่อ 20 ในปัจจุบันประเด็นสำคัญคือ โอกาสเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่จะเพิ่มขึ้นตามวัย โดยปกติจะพบน้อยในคนอายุไม่ถึง 40 ปี แต่โอกาสเสี่ยงจะเพิ่มเป็น 2 เท่าทันทีหลังอายุ 50 ปี และความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นอีกถ้าหากมีปัจจัยเสริม เช่น มีญาติใกล้ชิดเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือเป็นโรคเนื้องอกของลำไส้ใหญ่ชนิดที่เรียกว่า FAMILIAL POLYPOSIS ผู้มีประวัติเป็นโรคลำไส้อักเสบ หรือผู้ที่ชอบรับประทานอาหารที่อุดมด้วยไขมันมีเส้นใยอาหารต่ำเป็นต้น

ทั้งนี้ทางที่ดีแพทย์แนะนำให้พึงสังเกตอาการเสี่ยงดังต่อไปนี้อยู่เสมอ เช่น มีเลือดออกทางทวารหนัก อุปนิสัยการขับถ่ายที่เปลี่ยนไปหรือไม่ เช่น เคยท้องผูกกลับถ่ายเหลวบ่อยๆ เคยถ่ายปกติกลับท้องผูก มีอาการปวดมวนในท้องหรือปวดท้องบ่อยๆ โลหิตจางโดยไม่ทราบสาเหตุ น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ เป็นต้น ทางที่ดีจึงควรรับประทานอาหารจำพวกที่มีกากใยสูงเข้าไว้ได้แก่ ผัก ผลไม้ นั่นเอง

สิ่งสำคัญที่ควรตระหนักไว้คือมะเร็งลำไส้ใหญ่อาจปรากฎขึ้นที่ผิวหนังลำไส้โดยไม่มีอาการแสดงอะไรเลย แต่ถ้าเป็นจนมีอาการดังกล่าวข้างต้น อาจหมายความว่าก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่มาก จึงขอให้รีบไปพบแพทย์เฉพาะทางโดยเร็ว เนื่องจากการตรวจจับมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดได้

ขณะเดียวกันนักวิจัยทางการแพทย์พยายามคิดค้นวิธีตรวจหามะเร็งลำไส้ใหญ่ที่สะดวกและให้ผลละเอียดแม่นยำเพื่อผลการรักษาที่ดีขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีหลายวิธี แต่ละวิธีก็มีข้อดีและข้อจำกัดต่างกันดังนี้

1.ใช้นิ้วตรวจทวารหนัก คือการที่แพทย์สวมถุงมือแล้วใช้นิ้วทาสารหล่อลื่นเพื่อสอดนิ้วผ่านเข้าไปทางรูทวารหนัก เพื่อตรวจลำไส้ใหญ่และทวารหนักส่วนปลาย จัดเป็นวิธีที่ง่าย สะดวก และไม่เจ็บ สามารถทำได้ที่ห้องตรวจของหมอทั่วไป

การตรวจหาเลือดในอุจจาระ ปกติอุจจาระที่เราขับถ่ายจะไม่มีเลือดปนอยู่ แต่ถ้าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่อาจทำให้เลือดออกมาจากเนื้อร้าย ซึ่งเลือดเพียงนิดเดียวเวลาปนเปื้อนมาในอุจจาระจะสามารถตรวจพบได้ ข้อดีของวิธีนี้คือทำง่ายไม่แพง ไม่เจ็บเหมือนการส่องกล้องตรวจทวารหนัก เนื่องจากมะเร็งของลำไส้ใหญ่ส่วนใหญ่จะเป็นที่ลำไส้ใหญ่ส่วนปลายต่อเนื่องถึงทวารหนัก จึงอาจใช้กล้องส่องตรวจทวารหนักแบบสั้นซึ่งมีความยาว 25 ซม. ส่องดูผนังทวารหนักซึ่งจะวินิจฉัยเนื้องอกโพลิป และมะเร็งขนาด 1 ซม. ขึ้นไปได้ผลแม่นยำกว่า 95% แต่ตรวจได้เพียง 25 ซม. ของลำไส้ใหญ่วิธีนี้มีความแม่นยำในการวินิจฉัย และในหลายกรณีสามารถทำการผ่าตัดเนื้องอกหรือเนื้อร้ายออกได้เลย ต่อมามีการประดิษฐ์กล้องส่องตรวจที่ยาวขึ้นและเป็นกล้องงอได้ ยาวประมาณ 60 ซม. ทำให้สามารถส่องดูลำไส้ใหญ่ได้ยาวขึ้นแต่ยังมีข้อจำกัดคล้ายกล้องส่องที่สั้นกว่า คือยังดูไม่ทั่วลำไส้ใหญ่

2.การถ่ายภาพรังสีของลำไส้ใหญ่โดยการสวนแป้งแบเรียมเข้าไปฉาบลำไส้ใหญ่แล้วถายภาพเอกซเรย์เรียกว่า “แบบเรียม เอเนมา” (BARIUM ENEMA) ใช้เวลาตรวจประมาณ 30 นาที ซึ่งถ้าหากรังสีแพทย์ใช้เทคนิคสวนแป้งแบเรียมร่วมกับแก๊ส คือลมเข้าไปด้วยแล้วจะเรียกว่า DOUBLE CONTRAST BARIUM ENEMA โดยรังสีแพทย์บางท่านอธิบายว่า ทำให้ภาพที่เห็นช่วยการวินิจฉัยได้แม่นยำขึ้น วิธีนี้ผู้รับการตรวจต้องสัมผัสรังสีและเมื่อตรวจพบเนื้องอก ก็ต้องส่องกล้องไปตรวจซ้ำเพื่อตัดชิ้นเนื้อมาตรวจอีกทีข้อดีคือตรวจดูลำไส้ใหญ่ได้ทั้งหมด แม่นยำพอสมควร และมีความปลอดภัย เนื่องจากมะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นโรคที่ค่อยเป็นค่อยไป จึงอาจมีรอยโรคแฝงอยู่โดยไม่มีอาการแสดงอยู่เป็นเวลาหลายปี แต่ถ้าโชคดีตรวจพบได้แต่เนิ่นๆ อาจทำให้รักษาหายขาดได้ ดังนั้นในกรณีที่มีอายุเกิน 50 ปีแล้ว การตรวจร่างกายประจำปีเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากสมาชิกในครอบครัวคนใดคนหนึ่งเป็นโรคนี้ด้วยแล้วควรระมัดระวังให้มากขึ้น และเข้ารับการตรวจคัดกรองดังแนวทางข้างต้น

ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามกีฬา

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *