รู้จักพนักงานขับรถโดยสารก่อนฝากชีวิตร่วมกันบนท้องถนน

รู้จักพนักงานขับรถโดยสารก่อนฝากชีวิตร่วมกันบนท้องถนน

ขณะที่ทุกภาคส่วนในสังคมไทยให้ความสำคัญกับการรณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนน และดำเนินการอย่างแข็งขันและต่อเนื่องมาตลอดหลายปี แต่ความสูญเสียจากอุบัติเหตุก็มิได้ลดลงอย่างที่ควรจะเป็น โดยเฉพาะอุบัติเหตุที่เกิดจากรถโดยสารขนาดใหญ่ที่แต่ละครั้งมักจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมที่ส่งผลสะเทือนขวัญและสะเทือนใจ
         โดยเฉลี่ยในแต่ละปีเฉพาะอุบัติเหตุที่เกิดจากรถโดยสารขนาดใหญ่มีถึงปีละ 4,000 คัน หรือร้อยละ 3 ของอุบัติเหตุจราจรทางถนนทั้งหมด และอย่าคิดว่าพื้นที่ที่ใช้ความเร็วไม่ได้จะปลอดภัย เพราะสถิติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกแห่งบ่งบอกตรงกันว่า กรุงเทพมหานคร เป็นพื้นที่ที่เกิดรถโดยสารขนาดใหญ่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือมากถึงปีละ 2,000 คัน สาเหตุส่วนใหญ่มาจากขับรถเร็วเกินอัตราที่กำหนด ตัดหน้าระยะกระชั้นชิด แซงผิดกฎหมาย ลักษณะการชน เป็นการชนกับรถยนต์ ประมาณร้อยละ 50 ชนกับรถจักรยานยนต์ ประมาณร้อยละ 20 ชนกับวัตถุ /สิ่งกีดขวาง ประมาณร้อยละ 15 พลิกคว่ำหรือตกถนน ประมาณร้อยละ 10
         แน่นอนปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุนั้นมาจาก ‘คน’ ซึ่งหมายถึง ‘พนักงานขับ’ แต่เรารู้จักพนัก
งานขับรถเหล่านี้ดีแค่ไหน เพราะการรู้จักย่อมนำมาสู่การออกแบบนโยบายสาธารณะเพื่อสร้างกลไกและมาตรการที่เหมาะสมให้กับคนเหล่านี้ และต่อจากนี้คือข้อมูลการสำรวจความคิดเห็นพนักงานขับรถโดยสาร ในเดือนเมษายน 2550 ซึ่งปรากฏอยู่ใน ‘รายงานความก้าวหน้า : สถานการณ์อุบัติเหตุรถโดยสาร โครงการวิจัยปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่ออุบัติเหตุรถโดยสารในประเทศไทย’ ซึ่งจัดทำโดย มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
         รายงานการศึกษาชิ้นนี้ได้ทำการสำรวจและสัมภาษณ์พนักงานขับรถโดยสารขนาดใหญ่ทั้งสิ้นจำนวน 600 คน พบข้อมูลน่าสนใจดังนี้  
เพศ พนักงานขับรถโดยสารทั้งหมด เป็นเพศชาย (99%) และเพศหญิง (1%)
ช่วงอายุ มากที่สุด 41-50 ปี (36%) รองลงมา ช่วงอายุ 31-40 ปี (33%), อายุ 50 ปี ขึ้นไป (18%) และ ช่วงอายุ น้อยที่สุด 21-30 ปี (13%) ตามลำดับ โดยพบอายุน้อยที่สุด 22 ปี และสูงที่สุด 64 ปี
ระดับการศึกษา จบประถมศึกษามากที่สุด (50%) รองลงมามัธยมศึกษาตอนต้น (26%) มัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช. (20%) อนุปริญญา/ปวส. (3%) ปริญญาตรีและสูงกว่าปริญญาตรีขึ้นไป (1%) ตามลำดับ
รายได้ต่อเดือน มากที่สุด 5,000 -10,000 บาท (46%) รองลงมามีรายได้ 10,001-15,000 บาท (41%) มีรายได้ 15,001 – 20,000 บาท (7%) มีรายได้ต่ำกว่า 5,000 บาท (3%) และมีรายได้ 20,001 บาท ขึ้นไป (3%) ตามลำดับ
ประสบการณ์ในการขับรถโดยสารของพนักงานขับ มากที่สุดอยู่ระหว่างช่วง 11 – 20 ปี และช่วง 6 -10 ปี (28%) รองลงมา ช่วง 3 – 5 ปี (18%) ช่วง 21 – 30 ปี (10%) ช่วง 0 – 1 ปี (7%) ช่วง 2 ปี (6%) และช่วง 30 ปี ขึ้นไป (3%)
การเรียนรู้วิธีการขับรถโดยสาร ส่วนใหญ่เรียนรู้ด้วยตนเอง มากที่สุด 57% รองลงมาเป็นเด็กประจำรถมาก่อน 21% คนอื่นสอนให้ 18% และเรียนมาจากโรงเรียนสอนขับรถน้อยที่สุด 4% ตามลำดับ
วิธีได้ใบขับขี่ พนักงานขับรถโดยสาร 100% ได้มาจากการใช้ความรู้ความสามารถของตนเอง ผ่านขั้นตอนการทดสอบความรู้และทักษะ ตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด และได้รับใบขับขี่มาแล้วมากที่สุด ตั้งแต่ 1-10 ปี (43%) รองลงมาได้มาแล้ว 11-20 ปี (40% ) ถัดมาได้มาแล้ว 21-30 ปี (14% ) และได้มาแล้วมากกว่า 30 ปี ขึ้นไป (3% )
การเข้ารับการฝึกอบรม พนักงานขับรถโดยสารทุกคน (100%) ต้องผ่านการเข้ารับการอบรมวิธีการขับรถ และกฎจราจร ในช่วงที่ขอใบอนุญาตขับขี่ และช่วงขอต่อใบอนุญาตขับขี่อยู่แล้ว จากกรมการขนส่งทางบก/สำนักงานขนส่งจังหวัด ซึ่งใช้ระยะเวลาการฝึกอบรมเป็นเวลา 2 วัน ในการขอใบอนุญาตขับรถครั้งแรก และเข้ารับการฝึกอบรม เป็นเวลา 2 ชั่วโมง ต่อการขอต่อใบอนุญาตทุก 3 ปี ส่วนพนักงานขับรถโดยสารที่สังกัดองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ (ขสมก.) และบริษัทขนส่งจำกัด (บขส.) จัดฝึกอบรมที่หน่วยงานต้นสังกัดประมาณ 1-2 ครั้งต่อปี
ด้านสุขภาพ พบว่าพนักงานขับรถโดยสาร ส่วนใหญ่ ผ่านการตรวจสุขภาพประจำปี อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง (68%) และไม่ได้ตรวจสุขภาพประจำปี (32%) นอกจากนี้ยัง พบว่าพนักงานขับรถโดยสาร มีโรคประจำตัว (17%) โรคที่พบ ได้แก่ โรคกระเพาะอาหาร โรคความดันโลหิตสูง โรคปอด โรคเบาหวาน โรคภูมิแพ้ โรคหัวใจ โรคเก๊าท์ โรคถุงลมโป่งพอง โรคปวดเมื่อย โรคไขมันในเส้นเลือด เป็นต้น และส่วนใหญ่ไม่มีโรคประจำตัว (83%)
สำหรับปัญหาทางด้านสายตา พบว่า พนักงานขับรถโดยสารมีปัญหาทางสายตา (9%) ได้แก่ สายตายาว โรคต้อกระจก โรคตาแดง เป็นต้น และสายตาปกติ (91%)
การขับรถทางไกล ส่วนใหญ่จะเป็นการขับรถติดต่อกันนานน้อยกว่า 4 ชั่วโมง (68%) รองลงมาช่วง 4-6 ชั่วโมง (27%) ช่วง 7-8 ชั่วโมง (4%) และ น้อยที่สุดขับติดต่อกัน 9 ชม. ขึ้นไป (1%) ตามลำดับ
การประสบอุบัติเหตุ จากการสัมภาษณ์ พนักงานขับรถโดยสารเกี่ยวกับอุบัติเหตุรถโดยสารที่ขับ พบว่า ไม่เคยประสบอุบัติเหตุเลย 57% และเคยประสบอุบัติเหตุ เพียง 43% และในจำนวนนี้พบว่า ประสบอุบัติเหตุเพียงครั้งเดียวมากที่สุด 58% ประสบอุบัติเหตุสองครั้ง 23% ประสบอุบัติเหตุสามครั้ง 10% ประสบอุบัติเหตุสี่ครั้ง 4 % และประสบอุบัติเหตุห้าครั้งขึ้นไป แต่ไม่เกิน 15 ครั้ง มีจำนวน 5 %
ปัจจัยที่คิดว่ามีผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการรถโดยสาร คือ คนมากที่สุด 75% รองลงมาเป็น ยานพาหนะ 14% และถนนน้อยที่สุด 11% อย่างไรก็ตามในความเป็นจริงนั้น การประสบอุบัติเหตุมีปัจจัยร่วมด้วยเสมอ เช่น คนร่วมกับยานพาหนะ คนร่วมกับถนน ทั้งสามปัจจัย คน ยานพาหนะ และถนน
สาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุ พนักงานขับรถมีความเห็นว่าอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากพฤติกรรมการขับรถของผู้ร่วมใช้ถนนโดยประมาท เช่น ขับตัดหน้าระยะกระชั้นชิด ขับรถเร็วเกินกำหนด แซงผิดกฎหมาย ขับรถไม่ให้สัญญาณ เป็นต้น
หากมีโอกาสต้องเดินทางโดยรถโดยสารเหล่านี้ หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะทำให้เราได้รู้จักผู้กุมพวงมาลัยและกุมชะตาชีวิตของเราไว้อย่างน้อยก็ช่วงเวลาหนึ่งตลอดระยะการเดินทาง
 
 
 
เรียบเรียงจาก : ‘รายงานความก้าวหน้า : สถานการณ์อุบัติเหตุรถโดยสาร โครงการวิจัยปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่ออุบัติเหตุรถโดยสารในประเทศไทย’

ที่มา : ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *