รำลึกถึงคุณบัญชา ล่ำซำ (2)

รำลึกถึงคุณบัญชา ล่ำซำ
Money Pro : วิวรรณ ธาราหิรัญโชติ กรุงเทพธุรกิจ วันจันทร์ที่ 09 กรกฎาคม พ.ศ. 2550
สัปดาห์ที่แล้ว ดิฉันเขียนถึงประวัติและแนวความคิดของคุณบัญชา ล่ำซำ โดยเฉพาะในฐานะผู้ริเริ่มก่อตั้งทุนธนาคารกสิกรไทย ในสัปดาห์นี้จะขอเล่าต่อถึงแนวคิดของท่านเกี่ยวกับการศึกษาและการให้โอกาสแก่ผู้อื่นค่ะ
คุณบัณฑูร ล่ำซำ ได้กล่าวกับนักเรียนทุนที่ไปร่วมงานทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้คุณบัญชาว่า การได้เห็นการเจริญเติบโต ของนักเรียนทุนธนาคารกสิกรไทย เป็น Proof of Concept คือ เป็นหลักฐานยืนยันว่า การให้ทุนการศึกษานี้ เป็นแนวคิดที่พิสูจน์ได้ว่าถูกต้องและเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง แสดงให้เห็นว่าเมื่อได้รับโอกาส ทุกคนจะสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองไปได้ไกล เพราะนอกจากนักเรียนทุนเหล่านี้ จะช่วยสร้างองค์กรให้มีความเข้มแข็งแล้ว ยังเป็นการสร้างทรัพยากรบุคคลที่สามารถเป็นผู้นำในแนวหน้า สร้างความเจริญให้กับประเทศชาติได้อีกด้วย ดังจะเห็นได้จากการที่นักเรียนทุนทั้งหลาย ล้วนแต่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน
ทุนของธนาคารกสิกรไทยมิได้จำกัดสาขาการศึกษาของผู้สมัครสอบ จึงทำให้นักเรียนทุนของธนาคารกสิกรไทย มีความหลากหลาย มีทั้งวิศวกร เช่น คุณพรเลิศ ลัธธนันท์ ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ คุณขนิษฐา สรรพอาษา คุณบุญทักษ์ หวังเจริญ คุณสมเกียรติ ศิริชาติไชย คุณธีรนันท์ ศรีหงส์ นักเศรษฐศาสตร์ เช่น ศ.ดร.วรภัทร โตธนะเกษม คุณพิศาล มโนลีหกุล คุณภควัต โกวิทวัฒนพงศ์ ดร.เพียงใจ พุกกะคุปต์ คุณบูรณีย์ อรุณไพโรจน์ นักบัญชี เช่น คุณเทพ รุ่งธนาภิรมย์ นักเรียนทุนรุ่นแรก คุณฉวีวรรณ วโรภาษ คุณปรานี ตีรเศรษฐ คุณกิตติยา โตธนะเกษม คุณปุณฑริกา ใบเงิน นักพาณิชยศาสตร์หรือนักการเงิน เช่น คุณไพโรจน์ วโรภาษ ม.ล.วัลลีวรรณ วรวรรณ คุณน้ำทิพย์ โพธิสัตย์ นักกฎหมาย เช่น คุณพิชา ดำรงพิวัฒน์ คุณปรีดี ดาวฉาย และแม้กระทั่ง นักอักษรศาสตร์ คือ คุณประภาพรรณ เทวกุล ณ อยุธยา และตัวดิฉันเอง
นอกจากการให้ทุนการศึกษาแก่บุคคลภายนอกแล้ว ธนาคารยังได้ให้ทุนกับพนักงานของธนาคาร และยังขยายออกไปถึงบริษัทในเครือในสมัยนั้น คือ เมืองไทยประกันชีวิต ภัทรธนกิจ ภัทรประกันภัย และบริษัท ล็อกซเล่ย์ ในการให้ทุนกับบุคคลภายนอก เพื่อดึงให้มีคนเก่งๆ มาร่วมงานอีกด้วย
คุณบัญชาได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับแนวคิดของท่านในเรื่องการศึกษาเมื่อคราวก่อตั้งสถาบันศศินทร์ว่า “เมื่อผ่านการศึกษาระดับต่างๆ มาแล้วไปทำงานที่เดียวกัน จึงเห็นการได้เปรียบเสียเปรียบกันเยอะระหว่างคนหลายกลุ่ม ผู้ที่มาจากสถาบันการศึกษาที่ระดับสูงกว่าก็จะมีโอกาสก้าวหน้าไปได้เร็วกว่า ผมจึงมาติดว่า เราน่าที่จะสนับสนุนช่วยเหลือเด็กที่ทำงานกับเราก่อน ว่าคนไหนที่มีการศึกษาด้อยเพราะฐานะทางครอบครัวไม่อำนวย แต่ถ้าได้ศึกษาด้วยทำงานด้วยก็จะเป็นการช่วยเขาได้ จึงสนับสนุนการเปิดโอกาสให้มีการเรียนตอนเย็นหรือมีภาคค่ำ…”
“การศึกษาเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะก้าวไปข้างหน้า ไม่ว่าจะประกอบกิจการใดๆ ก็ตาม ถ้าหากขาดพื้นฐานการศึกษาที่ดีพอแล้วก็จะช่วยให้เราก้าวไปได้ช้าในการทำงาน การศึกษาต่อเนื่องนี่สำคัญมาก เพราะการศึกษาจะไม่มีวันสิ้นสุด และการวิจัยค้นคว้าก็เป็นการศึกษาด้วยตนเองอย่างหนึ่งเหมือนกัน”
“ด้านตัวผมเองมีความเชื่อมั่นเสมอว่า คนที่จบมาจากสาขาวิชาไหนก็ตาม สามารถไปทำงานอย่างอื่นได้ทั้งนั้น ขอแต่ให้เขาสมัครใจที่จะยอมรับการฝึกฝน การศึกษา ที่มีผู้อื่นหยิบยื่นให้ หรือเมื่อมีโอกาส”
นอกจากนี้ การให้ทุน หรือการรับพนักงานเข้าทำงาน ก็อยู่บนมาตรฐานเดียวกันคือ ไม่คำนึงถึงพื้นเพ ชาติสกุล หรือฐานะ “เพราะคิดว่า คนที่ตั้งใจจะมาทำงานคือคนดี และจะเปิดโอกาสให้แสดงความสามารถเท่าเทียมกันทุกคน”
คุณบัญชาให้ความสำคัญกับการศึกษามาก และเป็นผู้ที่มีความมุ่งมั่นสูง ตัวอย่างหนึ่งที่ดิฉันได้ยินมาจากปาก ของอดีตคณบดีของคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยนอร์ธเวสเทิร์นคือ เมื่อคราวที่คุณบัญชา ได้รับแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการโครงการผลิตนักบริหารระดับกลาง ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คุณบัญชาลงทุนไปเจรจากับคณบดีของคณะบริหารธุรกิจเคลลอกก์ (Kellogg School of Management) ของมหาวิทยาลัยนอร์ธเวสเทิร์น และคณะบริหารธุรกิจวอร์ตัน (The Wharton School) ของมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ด้วยตนเอง โดยไปพร้อมกับศาสตราจารย์ เติมศักดิ์ กฤษณามะระ
คณบดีของเคลลอกก์เล่าว่า ทั้งสองท่านเดินทางไปในเดือนธันวาคม ซึ่งอากาศหนาวจัด ท่านเข้าไปพบคณบดีแล้วครั้งหนึ่ง แต่คณบดีไม่เห็นด้วย ท่านทั้งสองจึงกลับมานอนพักที่โรงแรมใกล้มหาวิทยาลัย คืนนั้นหิมะตกหนัก วันรุ่งขึ้น ท่านทั้งสองจึงต้องเดินฝ่าหิมะเข้าไปพบคณบดี เพื่อไปยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า แนวคิดการตั้งคณะบริหารธุรกิจโดยใช้หลักสูตร และมีอาจารย์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ 2 แห่งในสหรัฐอเมริกา มาสอนนั้น จะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน คณบดีเล่าว่า ท่านยังไม่ค่อยเชื่อว่าความคิดนี้จะดี แต่ได้เห็นความมุ่งมั่นของทั้งสองท่านนี้แล้ว คณบดีจึงใจอ่อน และเชื่อว่าหากผู้ก่อตั้งมีความมุ่งมั่นถึงเพียงนี้แล้ว สถาบันนี้จะต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน จึงกล้าที่จะตกปากรับคำ นอกจากนั้น คุณบัญชายังได้วางแผนการหาเงินบริจาคเพื่อเป็นกองทุนในการดำเนินการเบื้องต้นของสถาบันอีกด้วย
ธนาคารกสิกรไทย เริ่มให้ทุนการศึกษาในระดับปริญญาโทในปีพ.ศ. 2509 เริ่มจากทุนไปศึกษายังสหรัฐอเมริกา และในภายหลังก็มีทุนไปเยอรมนี ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น และจีน และทุนศึกษาต่อในสถาบันในประเทศ และขยายสาขาจากบริหารธุรกิจ ไปยังสาขากฎหมายด้วย รวมตลอดเวลา 41 ปีที่ผ่านมา มีนักเรียนทุนสำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศแล้ว 139 คน สำเร็จการศึกษาจากสถาบันในประเทศ 166 คน กำลังศึกษาหรืออยู่ระหว่างการสมัครเข้าศึกษาในต่างประเทศ 10 คน และกำลังศึกษาอยู่ในสถาบันในประเทศ 11 คน
นับได้ว่าทุนการศึกษาระดับปริญญาโทที่คุณบัญชาได้ริเริ่มไว้ เป็นโครงการที่ส่งเสริมให้ลูกของคนธรรมดาทั่วไป ได้มีโอกาสได้รับการศึกษาจากสถาบันการศึกษาชั้นนำของโลก และของประเทศไปแล้วกว่า 300 คน และคนเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ทำประโยชน์ให้กับเศรษฐกิจและสังคมไทยทั้งสิ้น
คุณบัญชาถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2535 สิริอายุรวม 67 ปี คุณูปการของท่านต่อการศึกษา จะเป็นที่ตราตรึงในใจของทุกๆ คนตลอดชั่วกาลนาน

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *