ระวัง! สมองใหญ่ถูกทำลายจาก “ภาวะอะแพลลิก”

ระวัง! สมองใหญ่ถูกทำลายจาก “ภาวะอะแพลลิก”
• คุณภาพชีวิต
จมน้ำ-อุบัติเหตุ-เบาหวาน โรคกระทบต่อสมอง

ภาวะอะแพลลิก (Apallic syndrome) หรือภาวะเสมือนพืช (Persistent vegetative state) คือภาวะที่สมองใหญ่ของผู้ป่วยถูกทำลายไปกว้างขวางอย่างมาก ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถรับรู้ นึกคิด จดจำ หรือโต้ตอบกับสิ่งแวดล้อมอย่างมีความหมายได้ ผู้ป่วยจะนอนลืมตาลอยๆ ไม่รับรู้ใดๆ เสมือนเป็นพืชหรือต้นไม้ที่ไม่สามารถรับรู้ นึกคิด หรือจดจำอะไรได้ ภาวะนี้เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะยังความทุกข์ให้กับครอบครัวผู้ป่วยอย่างมาก เพราะต้องทนเห็นผู้ป่วยนอนมีชีวิตอยู่โดยไร้จิตวิญญาณ ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองใดๆ ได้เลย ต้องคอยให้การพยาบาลดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดตลอดไป

ภาวะนี้ต่างจาก สมองตาย (Brain death) เพราะในภาวะอะแพลลิกนี้แกนสมอง (brainstem) ของผู้ป่วยที่ทำหน้าที่ควบคุมการลืมตา การหายใจ และระบบประสาทอัตโนมัติต่างๆ ยังทำงานอยู่ ผู้ป่วยในภาวะนี้จึงลืมตาได้เองเป็นช่วงๆ (แต่จะลืมตาลอยๆ ไม่มองจ้อง ไม่รับรู้สิ่งต่างๆ ที่ปรากฏอยู่ต่อหน้า) หายใจได้ หัวใจเต้นเองได้ ย่อยอาหารได้ ขับถ่ายได้ แต่จะนอนนิ่งๆ และเคลื่อนไหวแขนขาได้น้อยมากหรือไม่ได้เลย ส่วนภาวะสมองตายผู้ป่วยจะนอนโคม่า ไม่ลืมตา ไม่หายใจเอง หัวใจจะเต้นเองอยู่ได้สักพักแล้วก็จะหยุดไป และผู้ป่วยจะเสียชีวิตเองภายในเวลาไม่นาน

สาเหตุแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ

1. การได้รับบาดเจ็บที่รุนแรงต่อสมองใหญ่อย่างกว้างขวาง ที่พบบ่อยคืออุบัติเหตุรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ อุบัติเหตุอื่นๆ พบได้น้อยกว่าแต่ก็พบได้เช่น ตกจากที่สูง ถูกตีที่ศีรษะอย่างรุนแรง ฯลฯ

2. โรคทางอายุรกรรมที่มีผลต่อสมองอย่างรุนแรง ที่พบบ่อยคือภาวะสมองขาดออกซิเจน เช่น ผู้ป่วยจมน้ำหรือผู้ป่วยช็อกหัวใจหยุดเต้นหยุดหายใจต้องปั๊มหัวใจ ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำมากอยู่เป็นเวลานานทำให้เนื้อสมองขาดน้ำตาลตายไป ภาวะหลอดเลือดสมองอุดตันทั่วไปอย่างกว้างขวางทั้งสองข้างของสมอง โรคติดเชื้อสมองอักเสบอย่างรุนแรงไม่ว่าจะเป็นจากเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา เชื้อวัณโรค เชื้อไวรัส หรือเชื้ออื่นๆ โรคทางระบบอวัยวะอื่นๆ ที่เป็นอย่างรุนแรง (เช่น ตับวายรุนแรง ไตวายรุนแรง เกลือแร่ในเลือดต่ำรุนแรง) และเป็นอยู่นาน เป็นต้น

3. โรคความผิดปกติในระบบประสาทสมองที่เป็นมาแต่กำเนิดอย่างรุนแรง เช่น ทารกบางรายเกิดมาไม่มีสมองใหญ่หรือมีเนื้อสมองใหญ่น้อยมาก ทารกบางรายมีน้ำคั่งในโพรงสมองใหญ่อย่างมากทำให้เนื้อสมองใหญ่ฝ่อบางลง เป็นต้น

การวินิจฉัย แพทย์วินิจฉัยโรคนี้จากประวัติความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นของผู้ป่วย ร่วมกับการตรวจร่างกายทั่วไป การตรวจร่างกายทางระบบประสาท และการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง รวมทั้งการตรวจเลือดและการตรวจทางห้องปฏิบัติการอื่นๆ การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมองในระยะแรกอาจช่วยให้เห็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคนี้ได้ เช่น เห็นเนื้อสมองตาย ฝีสมองที่กระจายทั่วไปในเนื้อสมอง สมองที่ช้ำหรือบาดเจ็บ สมองที่บวม เป็นต้น

การรักษาได้แก่ การรักษาสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะนี้ เช่น รักษาภาวะขาดออกซิเจน รักษาภาวะช็อก รักษาภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำเป็นต้น ปัจจุบันยังไม่มียาหรือวิธีการรักษาที่พิสูจน์แน่ชัดแล้วว่าสามารถรักษาเนื้อสมองใหญ่ที่ตายไปแล้วให้ฟื้นคืนชีวิตขึ้นมาได้ แต่ก็ได้มีความพยายามค้นคว้าทดลองยาหรือวิธีการรักษาใหม่ๆ เช่น การกระตุ้นสมองส่วนลึกด้วยไฟฟ้า การกระตุ้นระบบประสาทรับความรู้สึกด้วยวิธีต่างๆ การใช้เสียงดนตรีรักษา ยาที่พบว่าอาจมีประโยชน์ในการรักษาที่กำลังศึกษากันอยู่ก็มีหลายตัว เช่น amantaidne, zolpidem, levodopa และ baclofen เป็นต้น

การป้องกัน ภาวะนี้เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ สาเหตุบางอย่างสามารถป้องกันได้ถ้าระมัดระวัง เช่น การจมน้ำ อุบัติเหตุรถยนต์ รถจักรยานยนต์ การรักษาเบาหวานอย่างระมัดระวังไม่ให้น้ำตาลในเลือดต่ำเกินไป การรักษาโรคทางอายุรกรรมเสียแต่เนิ่นๆ ไม่ให้เป็นมากจนไปมีผลกระทบต่อสมองอย่างรุนแรงเป็นต้น

ที่มา : หนังสือพิมพ์บ้านเมือง

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *