ระวังไว้โทรศัพท์ให้ของรางวัล

ระวังไว้โทรศัพท์ให้ของรางวัล

เชื่อว่าคงมีน้องๆ หลายคนที่เคยไดรับโทรศัพท์แปลกๆ ประเภทที่ว่า … “บริษัท XXXX ข้อแจ้งว่าคุณคือผู้โชคดีรางวัลที่ 2 มูลค่า 60,000 บาทจากการสุ่มหมายเลขโทรศัพท์ หากต้องการทราบรายละเอียด กด 9..” อะไรประมาณนี้ใช่ไหมค่ะ ต้องบอกเลยว่ามีหลายคนทีเดียวที่หลงกลเจ้ามิจฉาชีพวกนี้ และต้องเสียเงินไปโดยสูญเปล่าเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์
เรื่องที่พี่เหมี่ยวนำมาฝากในวันนี้เป็นประสบการณ์จากผู้เคยเกือบตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพพวกนี้ค่ะ
โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นในวันนึง ขณะที่คุณเอ (ขอเรียกผู้ประสบเหตุว่าคุณเอแล้วกันนะคะ)กำลังทำงานอยู่ มีโทรศัพท์เรียกเข้ามาหาเป็นระบบตอบรับอัตโนมัติ ไม่แจ้งหมายเลข เหมือนมาจาก Call Center ที่ไหนซักที่

“สวัสดีค่ะ ทางบริษัท SM ขอแจ้งให้ท่านทราบว่า ท่านเป็นผู้โชคดีได้รับเงิน 60,000 บาท จากการสุ่มหมายเลขผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ หากต้องการทราบรายละเอียดของเงินรางวัลให้กด 9 เพื่อติดต่อโอเปอเรเตอร์”

ตอนนั้นคุณเอนึกแปลกใจเหมือนกัน แต่ก็ลองกด 9 ดู (เพราะเคยมีเพื่อนได้รับทีวี Plasma จาก บริษัทอื่นมาแล้วในกรณีเดียวกัน)… เมื่อมีคนรับสาย ปลายสายก็พูดว่า “สวัสดีครับ คุณได้รับรางวัลจากบริษัท SM ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือหลายรุ่น ขอมอบเงินให้ท่าน 60,000 บาท ขอทวนหมายเลขโทรศัพท์ของท่านอีกครั้ง XXXXXXXX ขอทราบเลขที่บัญชี ธนาคารที่ต้องการให้เราโอนเงิน 57,000 บาทไปให้ด้วยครับ อีก 3,000 บาทท่านต้องเสียภาษีครับ”

ตอนนั้นคุณเอไม่มีเลขบัญชีตรงนั้น ก็เลยไม่ได้บอกไป แต่บอกกับปลายสายว่า “โทษครับ ผมไม่มีเลขบัญชีธนาคาร ตอนนี้ไม่สะดวกครับ แล้วผมจะโทรไปบอกนะ ขอทราบหมายเลขโทรกลับด้วย”

เมื่อได้ยินดังนั้นปลายสายตอบว่า “ถ้าไม่มีหมายเลขบัญชีไม่เป็นไรครับ ขอทราบหมายเลข หน้าบัตร ATM ก็ได้ครับ จะได้โอนไปให้ครับ”

คุณเอบอกว่าตอนนั้นก็นึกไว้แล้วว่ามิจฉาชีพต้องมามุกนี้ จึงตอบกลับไปว่า “ผมไม่สะดวกที่จะให้หมายเลขหน้าบัตร ATM ครับ ขอเบอร์ติดต่อกลับดีกว่าครับ”

เมื่อเห็นท่าไม่ดีเจ้ามิจฉาชีพจึงใช้คำพูดดึงดูดความสนใจของคุณเอว่า “คุณเอต้องแจ้งหมายเลขบัญชีให้เราภายในวันนี้ นะครับ เพราะเป็นวันสุดท้ายแล้ว ทางบริษัทจะได้โอน เงินไปให้ครับ”

เมื่อคุณเอเริ่มเห็นท่าทีมีพิรุธจึงต้องการจะตัดสาย คุณเอเลยใช้วิธีขอเบอร์โทรติดต่อกลับ ซึ่งมิจฉาชีพก็ได้ให้ไว้ หลังจากนั้นคุณเอกก็บอกว่าจะติดต่อกลับไป

เมื่อวางสาย คุณเอก็ลองกลับมาคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเหตุการณนั้นเป็นเรื่องจริงหรือโกหก เพราะเป็นเรื่องจริงก็ปลอมหรือหลอกลวงได้เหมือนมาก เพราะใช้ระบบ Audio Text เหมือนบริษัทใหญ่ๆ ที่ทำกัน ไม่มีการแจ้งหมายเลขโทรเข้า “Unknown” การสนทนามีหลักการเป็นเป็นขั้นเป็นตอน ทำให้คนรับสายอยากได้หรือหลงเชื่อ

เมื่อคุณเอลองใช้เวลาคิดอยู่พักใหญ่ จึงตัดสินใจโทรไปยังเบอร์บริษัทนั้น ปรากฏว่าหมายเลขดังกล่าวยังไม่ได้เปิดให้บริการ
นี่จึงเป็นข้อยืนยันได้ชัดเจนว่าคนที่โทรมาหาคุณเอนั้นเป็นมิจฉาชีพแน่นอน และเมื่อลองมานั่งๆ คิดดูแล้วก็มีความเป็นไปได้อยู่ 3 ข้อ ที่เป็นเหตุผลของการหลอกลวงของมิจฉาชีพ
1. โทรมาหาเราเพื่อจะให้เราโอนเงินหักภาษี 3,000 บาท ไปให้เขาก่อน แล้วเขาจะโอนเงิน 57,000 บาทมาให้เรา (ถ้าใครเชื่อก็จะเสียเงิน 3,000 บาทไปโดยที่ไม่ได้เงินกลับคืน)

2. ถ้าเหยื่อไม่มีหมายเลขบัญชีก็จะหลอกถามหมายเลขหน้าบัตร ATM จากเราไป (เอาไปทำอะไร) พวกนี้จะเอาหมายเลขหน้าบัตร ATM หรือ Credit Card ของเราไปแล้วไปสุ่มเพื่อให้ได้เลข 3 หลักที่อยู่หลังบัตร ATM หรือ Credit Card เพื่อเอาไปซื้อของ

3. พยายามถามข้อมูลส่วนตัวเราให้ได้มากที่สุด แล้วนำไปทำ Telephone Banking (ปลอมตัวเป็นเรา) ซึ่งข้อมูลที่เราไม่ควรเปิดเผยคือ ที่อยู่, วันเกิด, หมายเลขบัญชี ฯลฯ
ถือว่าเป็นโชคดีที่คุณเอนึกเอะใจก่อนที่จะตัดสินใจให้หมายเลขบัญชี หรือหมายเลยหน้าบัตรเอทีเอ็มไป ไม่อย่างนั้นคุณเออาจจะต้องถูกหลอกก็ได้ … เห็นรึเปล่าคะว่าของฟรีไม่มีในโลก ไม่มีใครเค้าเอาเงินมาให้เราฟรีๆ โดยที่เค้าไม่หวังผลประโยชน์อะไรหรอกค่ะ เพราะฉะนั้นก่อนที่จะตัดสินใจให้ข้อมูลส่วนตัวของเรากับใคร เราควรใช้วิจารณญาณให้ดีก่อน เพราะพวกมิจฉาชีพพวกนี้อาจจะใช้ช่องว่างตรงความโลภของเราเป็นช่องที่จะเข้ามาหลอกลวงเราก็ได้นะคะ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *