ระยะปลอดภัย

ปุจฉา
ระยะปลอดภัย
ดิฉันได้ทราบจากผู้ที่อยู่ในวงการปฎิบัติธรรมมานานว่า ผู้หญิงที่มีปัญหาครอบครัวเป็นจำนวนมากหันหน้าเข้าวัดเพื่อหาที่พึ่งทางใจ แต่แล้วในที่สุดกลับติดใจพระ โดยเฉพาะรูปที่มี บุคคลิกหน้าตาและความรู้ดี คงเหมือนคนที่คลั่งไคล้ดารา แต่โยมเหล่านั้นมักทำตัวเป็นโยมอุปัฏฐาก คอยปรนนิบัติพระตลอดเวลา ถ้าพระท่านตัดกิเลสได้ก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าทำไม่ได้ ก็อาจทำให้พระต้องสึก โยมเหล่านั้นถึงแม้บางคนจะไม่มีเจตนาจะยุ่งกับพระในเชิงชู้สาว แต่บางคนก็ประพฤติตนเป็นเจ้าเข้าเจ้าของพระ คอยกีดกันไม่ให้สีกาอี่นเข้าพบ ดิฉันจึงอยากเรียนถามท่านว่า โยมเหล่านั้นจะได้บุญหรือบาปในการมาปรนนิบัติดูแลพระแบบนี้ หากบาป จะมากน้อยเพียงใด โดยส่วนตัวแล้ว ดิฉันเห็นว่าไม่ควรมีโยมอุปัฏฐากที่เป็นผู้หญิงเลย พระท่านจะได้ไม่ต้องลำบากใจ ไม่ทราบท่านเห็นด้วยไหมคะ

วิสัชนา
คำถามของคุณคงเป็นคำถามที่อยู่ในใจของใครต่อใครอีกหลายคน ที่เวียนว่ายอยู่ในแวดวงธรรมะ พระ และวัด และเรื่องที่คุณเป็นกังวลนั้น ก็ยังคงเป็นเรื่องที่เคยเป็นมา เป็นอยู่ และก็กำลังเป็นไปของมันอยู่อย่างนั้นมากบ้าง น้อยบ้าง ตามลักษณะเฉพาะของพระและโยมเป็นรายๆ ไป แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องเช่นนี้ มีหลักปฏิบัติอยู่เหมือนกัน เช่น ถ้าพระท่านยังคงมี “สมณะสัญญา” (ความมั่นใจในสมณเพศของตน) ท่านก็จะวางตัวให้อยู่ในสถานะที่เหมาะสมเอง แต่ถ้าท่านไม่มั่นคงในสมณเพศมากพอ ท่านก็อาจเปิดช่องว่างให้ใครต่อใครผ่านเข้ามาในชีวิตของท่านโดยปราศจากความระมัดระวัง และเมื่อไม่มีช่องว่างระหว่างความสัมพันธ์ ปัญหาก็เกิดขึ้นตรงนั้นได้
โดยส่วนตัวผู้เขียนเลือกใช้วิธีเว้น “ช่องวาง” ทางความสัมพันธ์กับคนทุกคนที่มาศึกษาธรรมะ พบปะ ร่วมงาน และมาอุปัฏฐากเสมอ จนทุกวันนี้กล้าพูดได้ว่า ผู้เขียนไม่มีโยมคนไหนที่เป็น “ขาประจำ” เลยแม้แต่คนเดียว ระบบความสัมพันธ์กับโยมหรือศิษยานุศิษย์เป็นความสัมพันธ์ในแบบ “ทางการ” ทั้งหมด ทั้งนี้ก็เพื่อความ “ปลอดภัย” ในชีวิตนักบวช และเพื่อปกป้องศิษยานุศิษย์ให้เดินอยู่บนเส้นทางแห่งความดีงามนั่นเอง
การที่นักบวชต้องมี “ช่องว่าง” ระหว่างความสัมพันธ์เอาไว้เสมอนี้ ไม่ใช่เป็นเพราะอคติทางเพศระหว่างชายกับหญิง แต่เป็นเพราะเกิดจากสำนึกถึง “ความดีงาม” ที่ตัวพระสงฆ์เองจำเป็นต้องมีเป็นพื้นฐาน พร้อมกันนั้นก็เพื่อรักษาพระวินัย และไม่เปิดช่องให้กับกิเลส ซึ่งแฝงฝังอยู่ในส่วนลึกของเราทุกได้แสดงตัวออกมาครอบงำเราได้อย่างง่ายดาย
หากนักบวชทุกรูปตระหนักดีว่า ต้องมีช่องว่างระหว่างความสัมพันธ์กับโยมอุปัฏฐากเอาไว้เสมอ ท่านก็จะสามารถครองตนอยู่ในสมณเพศอย่างสง่างามได้ และศิษยานุศิษย์ทุกคน หากปรารถนาดีต่อพระสงฆ์ที่ตนเคารพนับถือ ก็ควรจะตระหนักรู้ถึงวัตรปฏิบัติตรงนี้เอาไว้ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ก็เพื่อ “ให้ท่านได้รักษาพรหมจรรย์ และให้เราได้ก้าวหน้าในเส้นทางธรรมอย่างหมดจด” ไปพร้อมๆ กัน
ส่วนโยมอุปัฏฐากบางคน ที่คอยกีดกันไม่ให้ญาติโยมคนอื่นเข้าหาพระสงฆ์ที่ตนคอยอุปัฏฐากอยู่นั้น เราก็ต้อง “จับตาดู” (ไม่ใช่จับผิด) ด้วยว่า เขาทำด้วยเจตนาอันใด ถ้าเจตนาดี เพราะอยากปกป้องครูบาอาจารย์ก็ควรอนุโมทนา แต่ถ้ากีดกันเพราะเจตนาในเชิงชู้สาว สิ่งนี้ก็เป็นอันตรายมาก คุณควรเตือนเขา (หากเป็นไปได้) หรือไม่หากเห็นว่า ไม่อยู่ในฐานะจะเตือนได้ ก็ควรปลีกตัวออกมาให้ห่าง แล้วมองออกไปให้กว้างว่า ในโลกนี้ยังมีพระดีๆ อีกมากมาย ที่ท่านยังคงครองความเป็นพระอยู่อย่างสง่างามให้เรากราบไหว้ได้อย่างสนิทใจอีกเยอะแยะไปหมด อย่าไปยึดติดถือมั่นท่านเลย
อีกอย่างหนึ่ง ควรกล่าวไว้ด้วยว่า สำหรับพระที่ท่านเป็นผู้รู้นั้น ท่านจะไม่ปล่อยให้มีบรรยากาศของการ “ยึดติดถือมั่น” ในตัวท่านในเชิงชู้สาว หรือในเชิง “พระของข้าใครอย่าแตะ” เกิดขึ้นเป็นอันขาด เพราะนั่นเป็นระบบความสัมพันธ์ที่ไม่ถูกต้อง พระแท้นั้นต้องเป็นพระของประชาชน ถือพระธรรมวินัยเป็นสิ่งสูงสุด ไม่ใช่พระในสังกัดของใคร หรือของค่ายใดๆ ทั้งสิ้น ในคัมภีร์วิสุทธิมรรคท่านพรรณนาถึงพระแท้เอาไว้ว่า
“นักบวช (ในพุทธศาสนา) เป็นผู้รักเสรีภาพ ไม่ยึดติดถือมั่นทั้งบ้านและวัด มีสมบัติเพียงบาตและจีวร สามารถจาริกไปในทิศทั้งสี่อย่างเสรีเหมือนนกที่โบยบินไปในฟ้ากว้าง”
พระที่ปล่อยให้มีการยึดติดถือมั่นในตัวเอง จนเกิดการสัมปทานว่า “พระของกู” นั้น เราควรต้องช่วยกันถวายความรู้และเตือนท่านด้วยท่าทีแห่งกัลยาณมิตรว่า สิ่งที่เป็นอยู่นั้นไม่ถูกต้อง เมื่อเตือนให้ท่านทราบแล้ว ท่านจะได้ปรับพฤติกรรมเสียใหม่ แต่หากไม่ปรับอะไรเลย เราก็ต้องปรับตัวออกมาจากท่าน
ส่วนการที่คุณเสนอว่า พระไม่ควรมีโยมอุปัฏฐากที่เป็นผู้หญิงเลยนั้น ผู้เขียนเห็นว่า ออกจะสุดโต่งไปหน่อย เพราะทุกวันนี้ ผู้ที่ตักบาตรทำบุญมากที่สุดนั้น คือ ผู้หญิง หากเรากีดกันผู้หญิงออกไปจากความสัมพันธ์กับพระสงฆ์ ก็เท่ากับว่า พระสงฆ์คงจะอยู่กันอย่างยากลำบาก ทางที่ดีที่สุด เราควรเดินตามทางสายกลางของความสัมพันธ์ คือ ผู้ชายและผู้หญิงก็สามารถอุปัฏฐาก (ดูแล, ช่วยเหลือเกื้อกูลในการทำงาน) พระสงฆ์ได้เหมือนกัน เพียงแต่ว่า พระรูปนั้นๆ จะต้องบริหาร “ช่องว่าง” ระหว่างความสัมพันธ์ให้เหมาะสมก็ใช้ได้แล้ว
พระพุทธองค์ทรงเข้าใจประเด็นละเอียดอ่อนเหล่านี้เป็นอย่างดี พระองค์จึงทรงอนุญาตให้ผู้หญิงได้บวช แต่วิธีรักษาความปลอดภัยในชีวิตพระสงฆ์เมื่อผู้หญิงเข้ามาบวชแล้วก็คือ ทรงให้แยกอาวาสของภิกษุ และภิกษุณีออกจากกันอย่างชัดเจน ภิกษุและภิกษุณีจะต้องพบปะกันในกิจที่เกี่ยวกับธรรมะเท่านั้น และต้องพบปะกันในที่แจ้งด้วย
คำถามต่อมาที่ว่า เมื่อมีผู้หญิงเข้าไปอุปัฏฐากพระแล้วแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของท่านนั้น จะได้บุญหรือบาป ก็ตอบง่ายๆ ว่าบาปมากกว่าบุญแน่นอน คุณเห็นใครทำเช่นนั้นก็ควรเตือนเขาด้วยเมตตาว่า เรามุ่งมาแสวงหาธรรม ไม่ได้มาแสวงหาคน หากเตือนแล้วเขาฟังก็เป็นบุญของคุณและของเขา แต่หากเตือนแล้วไม่ฟัง ก็ทางใครทางมัน
โดยส่วนตัวในแต่ละวัน ผู้เขียนต้องพบปะผู้คนมากมาย ทุกวันนี้ ก็ได้ใช้วิธีที่กล่าวมานี้ทั้งหมดเป็นหลักปฏิบัติในการปฏิสัมพันธ์และการทำงานเสมอ เช่น ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน หรือไปกิจนิมนต์ที่ใด ก็ตาม จะต้องมีลูกศิษย์ (อุปัฏฐาก/เลขานุการ) ผู้ชายคอยติดตามตลอด ใครนิมนต์ไปงานทั้งกรุงเทพต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ หากนิมนต์ผู้เขียนคนเดียว ก็ควรรู้เป็นหลักปฏิบัติไว้เลยว่า ต้องหมายรวมถึงผู้ติดตามผู้ชายด้วยอีกหนึ่งคน
ส่วนลูกศิษย์ที่เป็นผู้หญิง หากมีหน้าที่ต้องช่วยงาน ผู้เขียนก็ไม่เคยปฏิเสธหรือตอบรับไปเสียทั้งหมด เพราะต้องยอมรับความจริงว่า ผู้ชายไม่ได้เก่งทุกเรื่อง ผู้หญิงไม่เลิศทุกด้าน เรื่องบางเรื่องผู้หญิงทำได้ดีกว่าผู้ชาย ก็ใช้ผู้หญิง บางเรื่องผู้ชายทำได้ดีกว่าผู้หญิงก็ต้องใช้ผู้ชาย จะใช้ผู้ชายหรือผู้หญิงให้ดูความเหมาะสม อย่าสุดโต่ง จนความปรารถนาดีกลายเป็นการกีดกัน แต่เมื่อให้ผู้หญิงมาช่วยงานนั้น ผู้เขียนก็จะแยกให้ชัดเจนไปเลยว่า ต้องอยู่ในพื้นที่ที่จัดไว้เท่านั้น ซึ่งทุกวันนี้ เจ้าหน้าที่ของสถาบันวิมุตตยาลัยที่ผู้เขียนตั้งขึ้นมานั้น ก็ทำงานอยู่เฉพาะที่สถาบันเท่านั้น ไม่มีโอกาสไปพบผู้เขียนถึงกุฏิที่วัดแต่อย่างใด ดังนั้น ในกรณีของผู้เขียนเอง ถ้าวันหนึ่งมีใครมาอ้างว่าเป็นโยมอุปัฏฐากระดับวงใน หรือมาทำท่าเป็นเจ้าเข้าเจ้าของก็โปรดรู้ไว้เลยว่า เป็นสิบแปดมงกุฏทั้งนั้น ซึ่งเท่าที่ผ่านมาก็ยังไม่เคยมี และในอนาคตก็จะไม่มีด้วยเช่นกัน

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *