ระบบโซ่อุปทานรูปแบบใหม่

ระบบโซ่อุปทานรูปแบบใหม่
Source: ผศ. ดร สถาพร อมรสวัสดิ์วัฒนา

ระบบโซ่อุปทานรูปแบบใหม่ กรณีศึกษาอุตสาหกรรมรถยนต์ในบราซิล
อุตสาหกรรมรถยนต์ ได้มีการขยายตัวและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ในศตวรรษที่ 20 จนกลายเป็นอุตสาหกรรมหลักของโลก และเป็นตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจที่สำคัญและเป็นแหล่งความรู้ทางด้านเทคโนโลยี และการบริหารจัดการที่ใช้อ้างอิงในโลกอุตสาหกรรมอื่นๆ อีกด้วย

อย่างไรก็ตามอุตสาหกรรมรถยนต์ ได้มีการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดโลก ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการได้มีความท้าทายใหม่ๆ ได้แก่
1. แรงกดดันในการลดต้นทุนการผลิตและระยะเวลาในการส่งมอบสินค้า
2. การผลิตสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
3. วงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์มีอายุสั้นลง และมีการพัฒนาสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาดได้เร็วขึ้น
4. การหาตลาดใหม่ทั้งในแง่ของภูมิภาคและผู้บริโภคกลุ่มใหม่
5. การติดต่อประสานงานและร่วมมือในโซ่อุปทานให้มีความเหนียวแน่นมากขึ้น

สำหรับประเทศบราซิล ได้มีเม็ดเงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 30,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในการลงทุนของอุตสาหกรรมรถยนต์ ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาซึ่งเม็ดเงินจำนวนหนึ่งจะเป็นการลงทุนในการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตของโรงงานที่มีอยู่เดิม แต่เม็ดเงินจำนวนมากถูกนำไปใช้ในการก่อสร้างโรงงานใหม่ที่ล้ำสมัย ส่งผลให้ประเทศบราซิลกลายเป็นประเทศที่มีระบบการผลิตรถยนต์ที่ดีและทันสมัยแห่งหนึ่งของโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านโลจิสติกส์และโซ่อุปทานและมีผู้ผลิตจากบริษัทชั้นนำทั่วโลก
การลงทุนสร้างนวัตกรรมใหม่ในการบริหารโซ่อุปทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรูปแบบของคอนโดมิเนียมอุตสาหกรรม (Industrial condominium) ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศบราซิล
คอนโดมิเนียมอุตสาหกรรม (Industrial condominium)
โรงงานผลิตรถยนต์ขนาดใหญ่ 7 แห่ง (Ford, GM, VW, Renault ,PSA ,Daimler Chrysler และ Toyota) ที่ทำการผลิตรถยนต์ได้เกิดขึ้นในประเทศบราซิลในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งโรงงานเหล่านี้ได้ใช้ระบบ Supply parks ที่เรียกว่า คอนโดมิเนียมอุตสาหกรรม ซึ่งหมายถึง กลุ่มของซัพพลายเออร์ทางตรง (Direct suppliers) ที่ตั้งโรงงานภายในรั้วของผู้ผลิตรถยนต์และมีส่วนร่วมในค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคกับผู้ผลิตรถยนต์รายนั้นอีกด้วย ซัพพลายเออร์เหล่านี้จะรองรับระบบการผลิตที่ซับซ้อน อาทิ แบบ Just-in-time ที่สามารถลดปริมาณสินค้าคงคลังและสนับสนุนการผลิตที่สร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายได้ (Postponing diversification) ในบางครั้งจะเรียกซัพพลายเออร์กลุ่มนี้ว่า systemists โดยที่การประกอบรถยนต์ขั้นสุดท้ายจะดำเนินการโดยผู้ผลิตรถยนต์เท่านั้น

รูปที่ 1 กรณีศึกษาของโรงงานผลิตรถยนต์ในประเทศบราซิล

ที่มา: งานวิจัยเรื่อง “New configurations in supply chains: the case of a condominium in Brazil’s automotive industry” โดย Silvio R.I. Pires และ Mario Sacomano Neto ในวารสาร Supply Chain Management: An International Journal ฉบับที่ 13 เล่มที่ 4 ปี 2008 หน้า 328-334.

กรณีศึกษาของประเทศบราซิล
กรณีศึกษานี้กำหนดให้มีผู้ผลิตรถยนต์รายหนึ่งที่เป็น Original equipment manufacturer หรือ OEM มีซัพพลายเออร์ขั้นต้น (First-tier suppliers) 2 รายคือ A และ B และมีซัพพลายเออร์ขั้นที่ 2 (Second-tier suppliers) 2 รายคือ C และ D
โดยที่ซัพพลายเออร์ A หรือ systemist นี้จะตั้งอยู่ในคอนโดมิเนียมอุตสาหกรรมร่วมกับผู้ผลิตรถยนต์ ในขณะที่ซัพพลายเออร์ B, C และ D ตั้งอยู่ภายนอกบริเวณของรั้วโรงงานรถยนต์ดังแสดงในรูปที่ 1

จากรูปที่ 1 ผู้ผลิตรถยนต์รายนี้ เป็นเจ้าแรกที่ทำการผลิตในประเทศบราซิล ตั้งแต่ปี 1957 ในเมืองเซาเปาโล มีคนงานประมาณ 20,500 คน โดยที่คนงานของบริษัทมี 15,000 คน ส่วนอีก 5,500 คน ถูกจ้างโดยซัพพลายเออร์ โดยที่โรงงานี้มีกำลังการผลิต 1,600 คันต่อวัน

ด้านการจัดการการผลิต
ผู้ผลิตรถยนต์และซัพพลายเออร์ มีการวางแผนการผลิตร่วมกัน ในการวางแผนการผลิตรวม (Master production schedule MPS) โดยที่ข้อมูลการวางแผนการผลิตในรอบ 6 เดือน จะถูกส่งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (EDI) ไปยังซัพพลายเออร์ทุกเจ้า โดยที่การผลิตในระยะเวลา 2 สัปดาห์ถัดไปจะถูกกำหนดเป็นที่แน่นอนเสมอ

ในการผลิตจะใช้ระบบ Factory Information System หรือ FIS ซึ่งนำยอดจองรถจากดีลเลอร์มาคำนวณรุ่นของรถและรูปแบบที่ต้องทำการผลิตๆ พร้อมทั้งคำนวณจำนวนวัตถุดิบและชิ้นส่วนที่จำเป็นพร้อมทั้งปริมาณที่ต้องการและระยะเวลาที่ใช้และส่งต่อไปยังซัพพลายเออร์ทุกรายเพื่อส่งมอบชิ้นส่วนที่จำเป็นต่อการผลิต นอกจากนั้นการทำงานในส่วนนี้ยังครอบคลุมไปถึงประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับบรรจุภัณฑ์ การศึกษาการทำงาน วิธีการในการขนส่งชิ้นส่วน และการควบคุมการไหลของวัสดุ
ผลจากการใช้คอนโดมิเนียมอุตสาหกรรมพบว่า
6. สามารถลดต้นทุนการดำเนินกิจกรรมกับซัพพลายเออร์ได้
7. สามารถลดต้นทุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ่านการติดต่อประสานงานภายในคอนโดมิเนียม
8. สามารถลดต้นทุนการผลิตและสินค้าคงคลังจากการวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกัน
9. สามารถใช้ประโยชน์จากระบบสาธารณูปโภคร่วมกันได้
กระบวนการโลจิสติกส์
โรงงานผลิตรถยนต์มีซัพพลายเออร์ ภายนอกทั้งหมด 400 ราย โดยใช้ระบบ milk run และ kanban ในการดำเนินการโดยมีผู้ให้บริการโลจิสติกส์จากภายนอกเป็นผู้ดำเนินการ
ระบบโลจิสติกส์ในคอนโดมิเนียมจะประยุกต์ใช้การผลิตแบบโมดูล (Modularization) ระบบ kanban ระบบ just – in – time โดยมีการทำการรวบรวมและกระจายชิ้นส่วน (Cross-docking) เป็นส่วนสำคัญในการผลิต
จากการศึกษาพบว่า ถ้ามีซัพพลายเออร์ในบริเวณของโรงงานนั้นจะสามารถลดต้นทุนการผลิตได้ถึง 15 % นอกจากนี้ยังสามารถสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกันระหว่างผู้ผลิตและซัพพลายเออร์ได้อีกด้วย

ดังนั้น จะเห็นได้ว่า การใช้คอนโดมิเนียมอุตสาหกรรมจะสามารถลดต้นทุนของการผลิตผ่านทางความร่วมมืออย่างใกล้ชิด ระหว่างผู้ผลิตและซัพพลายเออร์ และมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกันเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าปลายทางได้

ที่มา:
1. งานวิจัยเรื่อง “New configurations in supply chains: the case of a condominium in Brazil’s automotive industry” โดย Silvio R.I. Pires และ Mario Sacomano Neto ในวารสาร Supply Chain Management: An International Journal ฉบับที่ 13 เล่มที่ 4 ปี 2008 หน้า 328-334

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *