รอบเอวมากเสี่ยงเบาหวาน

รอบเอวมากเสี่ยงเบาหวาน
• คุณภาพชีวิต
• เรื่องเด่น
เผย ปี48 ตายไปแล้วถึง 1.1 ล้านคน

องค์การอนามัยโลกกำหนดให้วันที่ 14 พฤศจิกายนของทุกปี เป็น”วันเบาหวานโลก”เพื่อให้ประเทศสมาชิกทั่วโลกร่วมรณรงค์ให้ความรู้ประชาชนในการป้องกันตัว เพราะโรคนี้ถือเป็นมหันตภัยเงียบ คร่าชีวิตประชากรโลกปีละเป็นล้านคน แค่ปี 2548 ปีเดียวเป็นโรคเบาหวานตายไปแล้วถึง 1.1 ล้านคน เฉลี่ยนาทีละ 2 คน และมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 180 ล้านคน

โรคเบาหวาน คือ การที่ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นสูงกว่าปกติ ในสภาพร่างกายที่สมบูรณ์นั้น ตับอ่อนจะผลิตฮอร์โมนที่เรียกว่าอินซูลิน ซึ่งมีหน้าที่ในการเปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นพลังงาน ในกรณีที่เกิดโรคเบาหวาน ตับอ่อนไม่ผลิตอินซูลิน(เบาหวานประเภท2)ซึ่งจริงๆแล้วโรคเบาหวานประเภท 2 เป็นชนิดที่เป็นกันมากที่สุด ซึ่งคิดเป็นจำนวนถึง 90% ของจำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวานทั้งหมด

โรคเบาหวานยังเป็นสาเหตุของการเพิ่มระดับไขมันในเลือด(คอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์)โรคแทรกซ้อนที่เกิดจากโรคเบาหวานยังรวมถึงการเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด การหมุนเวียนของเลือดที่ไม่เพียงพอและทำให้เสี่ยงต่อการถูกตัดอวัยวะ ลดการมองเห็นและเกิดอาการไตวาย

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน

-คุณมีครอบครัวที่มีประวัติป่วยด้วยโรคเบาหวานประเภท 2

-คุณมีพัฒนาการของโรคเบาหวานระหว่างการตั้งครรภ์(เบาหวานจากการตั้งครรภ์)

-คุณมีภาวะน้ำหนักเกิน

-คุณออกกำลังกายน้อยมากและปกติเป็นคนไมกระฉับกระเฉง

-คุณเป็นผู้สูงวัย(1 ใน 5 ของผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี เป็นเบาหวานประเภท 2)

สัญญาณ

โดยปกติโรคเบาหวานประเภท 2 จะเกิดขึ้นอย่างช้าๆ และคนส่วนมากมักไม่ทราบว่าตนเองเป็นโรคนี้จนกระทั่งเกิดอาการของโรคแทรกซ้อนต่างๆ

อาการของโรคเบาหวานประเภท 2 ส่วนมากที่รู้กัน คือการกระหายน้ำมาก ปัสสาวะบ่อย หิวบ่อย น้ำหนักตัวลดลง ไม่มีเรี่ยวแรง เห็นภาพไม่ชัด บาดแผลหรือรอยถลอกต่างๆหายช้า เกิดอาการชาหรือหมดความรู้สึกตามมือตามเท้า มีการติดเชื้อเรื้อรังตามบริเวณผิวหนัง เหงือก ช่องคลอด หรือ ทางปัสสาวะ

หากพบว่าน้ำตาลในเลือด 112 มก./ดล.ควรดูแลตนเองอย่างไร

หากคุณพบว่า เริ่มมีน้ำตาลสูงเล็กน้อย คือ มากกว่า 100 มก./ดล. ควรเริ่มใส่ใจตัวเอง เปลี่ยนแปลงวงจรชีวิตประจำวันใหม่ ปรับการดูแลตนเองมาเป็นความสำคัญอันดับ 1 ลดการทำงานเป็นอันดับ 2 ใช้เวลาว่างออกกำลังกาย และปรึกษาแพทย์เพื่อรับยาป้องกันโรคเบาหวาน

คู่มือป้องกันโรคเบาหวานของสหพันธ์เบาหวานโลกระบุไว้ว่า การมีไขมันบริเวณเอว(ท้องน้อย)อยู่เป็นจำนวนมากนั้น อาจเพิ่มความเสี่ยงการเกิดโรคเบาหวาน ตรวจสอบความเสี่ยงของคุณโดยการวัดขนาดรอบเอวด้วยการใช้สายวัด วางสายวัดให้อยู่กึ่งกลางระหว่างขอบล่างของกระดูกซี่โครงล่างสุดและกระดูกสะโพกส่วนบน เส้นรอบเอวของผู้ชายควรมีขนาดน้อยกว่า 80 ซม. จึงจะถือว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานต่ำ

ลุกจากที่นอน…เคลื่อนไหวบ้าง

1.การออกกำลังกายแบบแอโรบิก แนะนำให้ทำอย่างน้อย 5 ครั้งต่ออาทิตย์ ประมาณ 30 นาทีต่อวัน

2.ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ-ร่างกายสามารถเผาผลาญแคลอรี่ได้มากกว่าและปรับปรุงความสามารถของร่างกายเองเพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือด เช่น ยกน้ำหนัก

3.การยืดเหยียดช่วยให้ข้อต่อมีความยืดหยุ่นและลดความเสี่ยงจากการได้รับบาดเจ็บระหว่างการออกกำลังกาย

การเพิ่มกิจกรรมทางด้านร่างกายไม่ได้หมายถึงการต้องเข้าสถานที่ออกกำลังกายหรือสโมสรกีฬา การเปลี่ยนแปลงลักษณะการดำเนินชีวิตประจำวันเพียงเล็กน้อยก็เพียงพอที่จะทำให้เกิดความแตกต่างได้ ทำไมไม่เดินไปทำงานหรือร้านค้าล่ะ? หรือไม่ก็ทำสวน? หรือเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมของเด็กๆ หรือลูกหลานของคุณที่ต้องใช้ความคล่องแคล่วว่องไวของร่างกาย หรือใช้บันไดแทนการใช้ลิฟท์หรือบันไดเลื่อน หรือเดินขึ้นลงบันไดเลื่อนบ้างก็ได้

ที่มา: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *