รสนา' ผวาเยาวชนเสพติดโทรศัพท์มือถือ

‘รสนา’ ผวาเยาวชนเสพติดโทรศัพท์มือถือ
• คุณภาพชีวิต
หวั่นเด็กไทยแชตทั้งวัน ฝากรมว.ไอซีทีคนใหม่หาทางแก้ไข

“รสนา” เผยกลางเวทีผู้บริโภคกิจการโทรคมนาคม เทคโนโลยีล้ำสมัย แต่กฎหมายตามไม่ทันส่งผลให้เกิดช่องว่าง เอกชนสบช่องอัดแคมเปญการตลาดเจาะลูกค้าเยาวชน หวั่นมือถือกลายเป็นสิ่งเสพติดใหม่ เด็กไทยคุยโทรศัพท์ แชต ทั้งวันทั้งคืน ฝากรมว.ไอซีทีคนใหม่หาทางแก้ไข

น.ส.รสนา โตสิตระกูล ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา ตรวจสอบเรื่องการทุจริตเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา เปิดเผยภายหลังแสดงปาฐกถาเรื่อง มิติใหม่ของผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม ในงานเวทีผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม 2551 ว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีในประเทศไทยล้ำหน้าเป็นอย่างมาก กลับไม่มีกฎหมายรองรับ

จนก่อให้เกิดช่องว่างละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เช่น ผู้ประกอบการในกิจการโทรคมนาคมอัดแคมเปญการตลาดเพื่อเพิ่มฐานลูกค้าขยายฐานลูกค้าลงไปในกลุ่มเยาวชนลึกถึงชั้นประถม ส่งผลให้เยาวชนบริโภคบริการโทรคมนาคม โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือ ราวกับเป็นสิ่งเสพติดชนิดหนึ่ง

“วัฒนธรรมไทยคุ้นเคยกับการบริโภค เมื่อเทคโนโลยีล้ำหน้าไปไกลโดยไม่มีกฎหมายมาดึงให้สมดุลส่งผลให้ เกิดการบริโภคบริการโทรคมนาคมกลุ่มเยาวชนมากขึ้นจนการเป็นสิ่งเสพติดชนิดหนึ่ง จะเห็นได้จากการทำโปรโมชันราคาถูก โปรโมชันแชทบนมือถือทำให้เยาวชนเสพติดใช้เวลาเปล่าประโยชน์ ผู้บริโภคกลายเป็นกระเป๋าเงินให้แก่บริษัทเหล่านั้น โดยที่ไม่มีหลักเกณฑ์ กฎหมายเข้ามาควบคุม” นางสาวรสนากล่าว

อย่างไรก็ดี ควรจะมีการกำหนดกฎหมายหรือหลักเกณฑ์เพื่อควบคุมการใช้บริการโทรคมนาคมเพื่อป้องกันไม่ให้กลายเป็นสิ่งเสพติด ด้วยการควบคุมการใช้บริการในกลุ่มเยาวชน เหมือนการควบคุมการจำหน่ายเหล้าหรือบุหรี่ เป็นต้น

นอกจากนี้ ที่ผ่านมายังพบว่าผู้บริโภคบริการโทรคมนาคม ยังถูกผู้ประกอบการเอาเปรียบด้านสัญญาใช้บริการที่ไม่เป็นธรรมมาโดยตลอด และไม่สามารถดำเนินการแก้ไขได้ ซึ่งวิธีการดำเนินการดังกล่าวสร้างความร่ำรวยให้ผู้ประกอบการอย่างมหาศาล ตัวอย่างเช่น อดีตนักการเมืองรายหนึ่ง สามารถกลายเป็นมหาเศรษฐีจากธุรกิจนี้ในชั่วระยะ 10 ปี

นางสาวรสนากล่าวว่า สิ่งที่ต้องการให้ ร.ต.หญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี ในฐานะที่เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) คนใหม่ผลักดัน การออกหลักเกณฑ์ กฎหมาย ที่จะเข้ามากำกับดูแลการทำตลาดของผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ

โดยเฉพาะการออกโปรโมชันโทร.ราคาถูก หรือเหมาจ่ายเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่มากเกินไป จนอาจทำให้เกินสมดุล

นอกจากนี้ การใช้มือถือเป็นเวลานานอาจก่อให้เกิดปัญหาอันตรายต่อสุขภาพ เมื่อมีการใช้งานมากเกินไป ภาครัฐควรสนับสนุนให้มีงานค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับอันตรายด้านสุขภาพเพิ่มมากขึ้น เพื่อหาทางควบคุมดูแลการใช้งานในกลุ่มเยาวชนปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมจากขยะเครื่องเก่า เพราะมีการออกเครื่องรุ่นใหม่เข้ามาจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น

น.ส.รสนากล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่น่าเป็นห่วง คือ การพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย สู่เทคโนโลยีใหม่ เช่น 3 จี และอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง (ไวแมกซ์) ซึ่งจะต้องพิจารณาดูว่าเทคโนโลยีใหม่ที่เกิดขึ้นเป็นการสร้างการผลิต (Productivity) ให้เกิดขึ้นภายในประเทศหรือไม่

เนื่องจากอุปกรณ์ส่วนใหญ่จะเป็นการนำเข้าจากต่างประเทศ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศมีเฉพาะการบริโภคเท่านั้น ส่งผลให้ไทยต้องสูญเสียดุลการค้ามากขึ้น

ที่มา: หนังสือพิมพ์ ASTVผู้จัดการ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *