ยุทธวิธีลงทุนขายซาลาเปา

ยุทธวิธีลงทุนขายซาลาเปา
ด้านการเกษตรและอาชีพ – เดลินิวส์ — SMEs ยุทธวิธีเศรษฐีใหม่
“การขายซาลาเปา” ในปัจจุบันมีการขายกันหลากหลายรูปแบบ อาทิ ขายซาลาเปาเสริมกับการเปิดร้านอย่างอื่น แบบรถเข็น หรือตั้งโต๊ะขายในตลาด หน้า ห้องแถวขนาดเล็ก อาคารขนาดใหญ่ จนถึงห้างสรรพสินค้า ซึ่งในแต่ละแบบก็มีการลงทุน มีข้อดี-ข้อจำกัดแตกต่างกันไป ทั้งนี้ ในหนังสือ “รวยครบสูตรกับธุรกิจซาลาเปา” ของ สำนักพิมพ์พีเพิลมีเดียบุ๊ค มีคำแนะนำในเรื่องนี้น่าสนใจ ซึ่งโดยคร่าว ๆ คือ…

รูปแบบการลงทุนนั้นจะต้องพิจารณาถึงขนาดการลงทุน งบประมาณ และกลุ่มเป้าหมาย การลงทุนจึงแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ ลงทุนโดยการซื้อแฟรนไชส์ และ “ลงทุนด้วยตนเอง”

สำหรับการลงทุนด้วยตนเอง ยังแบ่งย่อยออกได้อีก 4 รูปแบบ คือ 1. การลงทุนแบบขายตามตลาดทั่วไป การลงทุนในลักษณะนี้สามารถพบได้ตามท้องตลาดทั่วไป ผู้ลงทุนมักเริ่มต้นจากอุปกรณ์ที่จำเป็นเท่านั้น ส่วนใหญ่ใช้ทำเลใกล้ที่พักหรือแหล่งชุมชน ข้อดีคือ ต้นทุนน้อย ใช้เฉพาะอุปกรณ์ที่จำเป็นเท่านั้น ค่าเช่าไม่สูงมาก มีลูกค้าแน่นอน แต่ต้องเลือกพื้นที่ขายให้โดดเด่น ส่วนข้อจำกัดคือ ขายได้เฉพาะบางช่วงเวลาเท่านั้น ทำเลตลาดมักมีคู่แข่ง ดังนั้น ควรคำนวณการผลิตแต่ละวันให้พอกับการขาย

2. การลงทุนแบบขายด้วยรถเข็นพ่วงข้างมอเตอร์ไซค์ ข้อดีคือ ความคล่องตัวในการวิ่งไปหาลูกค้าถึงบ้าน ไม่ต้องรอลูกค้าทางเดียว เรียกว่าเป็นการขายแบบ 2 ทางก็ว่าได้ ข้อดีนอกจากนี้คือ สามารถเปลี่ยนสถานที่จำหน่ายได้ตลอดเวลา เพิ่มโอกาสในการได้ลูกค้าประจำจากการขาย ณ จุดของเวลาช่วงนั้น ๆ และไม่มีคู่แข่งประจำ แต่ข้อจำกัดคือ แม้จะขายได้ทุกที่ทุกเวลา แต่การขายแบบนี้ มีต้นทุนที่สูง เพราะต้องมีรถมอเตอร์ไซค์และรถเข็นที่ ทำขึ้นเป็นพิเศษ มีค่าใช้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผกผัน มีค่าซ่อมบำรุงรถ

3. การลงทุนแบบการขายด้วยคีออส คือการขายแบบมีเคาน์เตอร์วางสินค้า อาจเป็นแบบประจำหรือเคลื่อนย้ายได้ ส่วนใหญ่จัดวางในบริเวณที่มีพื้นที่ขายไม่มากนัก เช่น ตั้งหน้าร้าน ข้อดีคือ ช่วยให้การทำตลาดกับลูกค้าทำได้ 2 ทาง วิธีการขายจะกำหนดได้ด้วยตัวเราเอง ข้อจำกัด คือ จำเป็นต้องมีรถขนของเคลื่อนย้ายเคาน์เตอร์ หรือหากไม่มีรถก็ต้องมีต้นทุนการเคลื่อนย้ายสำรองไว้ มีค่าตกแต่งให้สวยงาม หากทำหลายสาขาก็จะมีค่าพนักงานประจำดูแลร้าน

4. การลงทุนแบบการขายด้วยคีออสในห้างร้านและห้างสรรพสินค้า จะคล้ายกับรูปแบบที่ 3 แต่ต่างกันตรงที่ขนาด การออกแบบตกแต่ง และสถานที่จำหน่าย การขายในห้างนั้นคีออสควรดึงดูดความสนใจได้ด้วยตัวของคีออส เอง จึงต้องใส่ใจตั้งแต่การออกแบบ นอกจากนั้นก็ควรโดดเด่น และมองเห็นได้ชัดเจน ข้อดีของการขายรูปแบบนี้ คือ ห้างสรรพสินค้าสามารถคัดสรรลูกค้าในกลุ่มที่เราต้องการได้ทันที มีลูกค้าแน่นอนทุกวัน สามารถเพิ่มราคาขายได้ตามอัตรากำลังคนโดยยึดจากราคากลางของสินค้าที่ใกล้เคียงกัน

แต่ข้อจำกัดในแบบที่ 4 นี้คือ ค่าเช่าสถานที่ค่อนข้างสูง และต้องสำรองค่ามัดจำล่วงหน้าตามอัตราที่ทางห้างกำหนด ดังนั้น ผู้ลงทุนจึงต้องมั่นใจก่อนว่าการขายแบบนี้จะสามารถขายแบบมีกำไรมากพอที่จะรองรับค่าเช่าสถานที่ได้ นอกจากนี้ก็ยังมีค่าตกแต่ง ค่าจัดทำสื่อโฆษณา และการโปรโมชั่น ปัจจัยเหล่านี้ทำให้การ คืนทุนจะใช้ระยะเวลายาวนานกว่า ฉะนั้น ต้องคำนวณซาลาเปาให้คุ้มค่ากับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เพื่อที่จะให้ได้กำไรตามเป้าหมายที่วางไว้

——————————————————————————–
เดลินิวส์ออนไลน์ – SMEs ยุทธวิธีเศรษฐีใหม่
วันเสาร์ ที่ 19 ธันวาคม 2552

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *