มุมกาแฟเวียดนาม(ปี2549)

มุมกาแฟเวียดนาม(ปี2549)
๐ วัฒนธรรมการดื่มกาแฟของเวียดนาม เมืองกาแฟติดอันดับโลก
๐ กาแฟเช้าก็ใส่น้ำแข็ง กินกับขนมปังฝรั่งเศส ฯลฯ
๐ กาแฟชงเครื่อง Espresso เพิ่งจะเริ่มเปิดตัวโดยบริษัทต่างประเทศ เข้าไปประกอปการ

วัฒนะธรรมการดื่มกาแฟของชาวเวียดนามเสมือนกาแฟโบราณของไทยเรา คือกาแฟคั่วบดนำมาชงด้วยน้ำร้อน
จากถ้วยกรอง กากกาแฟลงสู่ถ้วยกาแฟที่ตักนมข้นไว้ในแก้วก่อนตามความต้องการ แล้วเทน้ำร้อนลงไปในถ้วยบน
 (แทนถุงกาแฟแบบไทย)ให้น้ำกาแฟไหลลงสู่แก้วตามต้องการเข้มมาก-น้อย
    บางท้องที่ก็นำชุดหม้อกรองใส่กาแฟแล้วนำไปตั้งในหม้อนึ่งบนเตาไปให้ร้อนจัดเสียก่อนจะนำมาชง
    ในหน้าร้อนบางเมืองนิยมดื่มกาแฟเย็น (แม้จะเป็นตอนเช้าตรู่)โดยเติมน้ำแข็งทุบเป็นก้อนๆลงไปในแก้วพร้อมด้วยชุดขนม
 ปังก้อนแบบฝรั่งเศส ทาเนยหรือมาการีน ผักและหมูยอยัดไส้ แบบแซนด์วิชบ้านเรา
 ร้านกาแฟชาวบ้านมีทั่วไปริมถนนสายต่างๆ นั่งกินเก้าอี้เตี้ยๆ…..
   
.
 
ร้านกาแฟร้านแรกที่ชิมในฮานอย
เช้าวันแรกที่ตื่นแต่เช้าไปย่ำตลาดสดแล้วก็เดินเตร่หาร้านกาแฟที่ดีกว่าระดับชาวบ้านหน่อยมีขายทั้งชา กาแฟ และ โอวัลตินแต่ชงด้วยถ้วยเช็ค..กระป๋องเช็ค-วิสกี้สตรีมความร้อนลงในถ้วยแล้วซีลฝาด้วยเครื่องซีลความร้อนเสียบช้อนลงไป  ครับก็ต้องปรับอารมณ์ในการกินกาแฟบ้านเค้าหน่อย เพราะคอเรามันต้อง Espresso Arabica อยู่แล้ว เปลี่ยนบรรยากาศเสียหน่อย ก้อ..อร่อยดี
  เดินผ่านข้างถนนเข้าโรงแรมไปก็บรรยากาศแบบภาพล่างนี้เลยครับ วันหน้าค่อยไปชิม  คงได้อรรถรสไปอีกรูปแบบหนึ่งที่หลับตาย้อนยุคไปในบ้านเรา

 


นี่เลยสภากาแฟของชาวเวียดนาม
(กาแฟใส่น้ำแข็งทุกคน แก้วละราว 2 พันดอง)

 ในกรุงฮานอย ผู้ประกอบการหลายบริษัทล้วนทำกาแฟคั่วบดแบบกาแฟของชาวจีนในเมืองไทย และเป็นกาแฟโรบัสต้า
 เป็นส่วนใหญ่ และมีอีกไม่มากซึ่งเป็นชาวต่างประเทศเข้าไปประกอบการยกระดับเป็นกาแฟสากลแบบชงเครื่อง Espresso
 วันนี้ไปเยี่ยมร้านของผู้ประกอบการชาวเวียดนามก่อนครับ ที่เห็นก็จะเป็นกาแฟคั่วใส่ปิ๊ปขนมปังมาเป็นปิ๊ปๆเลย (โรงคั่วไม่ได้ไปดู)
 




นำกาแฟคั่วมาเข้าเครื่องบดขนาดใหญ่
บรรจุถุงขนาด 500 กรัมจำหน่าย
มองๆดูก็คงจะคั่วกันที่รสเข้มขนาด
เดียวกันร้านนี้มีลูกค้ามากพอดู
สำหรับชื่อร้านก็ต้องอ่านเอาเองครับ ?

มองโดยภาพรวมของปริมาณผลผลิตกาแฟทั่วประเทศของเวียดนาม ปีที่ผ่านมาสูงราว 5.5
   หมื่นตัน เป็นโรบัสต้า 70% และ อราบิก้า 30% พื้นที่การเพาะปลูกจัดอยู่ในแนวเส้นศูนย์สูตร
   ดิน-น้ำ-อากาศ ความชื้นสัมพันธุ์อยู่ในเกณฑ์ดี และกาแฟที่ราบสูงซึ่งอยู่ในพื้นที่เมืองดาลัด
   และบางส่วนในดองฮา มีความหนาวเย็นเกือบตลอดปี บางจุดมีความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง
   1,500 เมตร โดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในประเทศกำลังเร่งพัฒนาส่งเสริม และ ทดลอง
   ปรับปรุงทางด้านคุณภาพ การดูและรักษา รวมทั้งการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวให้ดีขึ้น

       ตระเวณไปจนทั่วจากฮานอย-เว้-ฮอยอัน ก็จะพบป้ายโฆษณากาแฟของบริษัท(บนนี้)
    ในหลายมุมเมือง พอๆกับป้ายเครื่องดื่มมีชื่อทั้งหลาย ที่เป็นกิจการของคนต่างประเทศเข้า
    ไปดำเนินการ เน้นการผลิตเพื่อการส่งออกมากกว่า จำหน่ายในประเทศ
    แต่ก็สร้างแบลนด์ในประเทศออกมาเป็นกาแฟแบบคั่วบดบรรจุด้วยเช่นกัน เรียกว่า
    Coffee Made By a Filter เบอร์ต่าง 1-6เบอร์

 อีกบริษัทหนึ่งที่ประกอปการในเวียดนามคือ
HIGHLAND COFFEE
 
 ตัวแทนใหญ่อยู่ในกรุงฮานอย ขยายสาขาหลาย
 แห่งในเมือง จัดเป็นช๊อปย่านศูนย์ย่านการค้า การ
 ท่องเที่ยวโดยผลิตภัณฑ์กาแฟก็มีทั้งชนิดใช้กับ
 เครื่องชงเอสเพราะโซ่ และ ชงตามแบบเวียดนาม
 ก็จะหาได้คือ Ho tay Lake, Ho Guom PlaZa,
 Vincom City Tower,Ha Noi Towers และ

  หน้าพิพิธภัณฑ์สงคราม ซึ่งเราได้มีโอกาสชิมกาแฟของ ไอแลนด์คอฟฟี่ โดยพบ
  คุยกับคุณ Nhu Nai (ชื่อเป็นดอกไม้ชนิดหนึ่ง) ซึ่งเธอเป็นผู้จัดการของร้านแห่งนี้
  บอกว่าเป็นเรื่องของการควบคุม ที่ต้องปกปิดไม่ค่อยเปิดเผยแม้สูตรและวิธีการชง
  กาแฟแบบเอสเพรสโซ่ ก็คงจะเหมือนเมื่อเข้ามาตอนแรกๆในประเทศไทยเรา…

coffee.hue’
กาแฟที่เมืองเก่าเว้
…..


จิบกาแฟเช้าที่เมืองเว้ ณ ร้านกาแฟริมน้ำหอม หรือ แม่น้ำซงเฮือง เชิงสะพานประวัติศาสตร์
บรรยากาศของเมืองโบราณในราชวงศ์เหวียน ที่ได้รับการยกย่องเป็นมรดกโลก

โต้ะกาแฟเช้านี้มีเพื่อนใหม่ สองหนุ่มน้อยชาวเกาหลี ร่วมชิมกาแฟเมืองเว้ ซึ่งก็เป็นกาแฟแบบเวียตนาม
ที่พัฒนาโดยบริษัท Trung Nguyen เป็นกาแฟคั่วบดโรบัสต้า ที่ขึ้นร้านกาแฟมีระดับ รสชาติเข้มขมตามรูปแบบ
ก็ต้องเข้าไปเลือกขนมปังฝรั่งเศส เนย และ แยม มาร่วมเป็นอาหารเช้าเพิ่มรสชาติในการต้อนรับเพื่อนร่วมทางด้วย

ที่มา : http://www.chiangmaicoffee.com/coffeevietnam.1.htm

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *