มาตรวัดส่วนผสมกลยุทธ์ (STRATEGY MIX) : ข้อคิดจากการทำธุรกิจแบบฝรั่งเศส

มาตรวัดส่วนผสมกลยุทธ์ (STRATEGY MIX) : ข้อคิดจากการทำธุรกิจแบบฝรั่งเศส

บทความ  โดย ผศ.ดร.ชวนะ ภวกานันท์  ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 29 ฉบับที่ 3731 (2931)

ในการวิเคราะห์กลยุทธ์ของการทำธุรกิจปัจจุบันนั้นก็มักเวียนว่ายตายเกิด อยู่กับขอบข่ายของการพยายามหาคำตอบ จากเรื่องสำคัญต่อไปนี้

1.ผลกระทบของความกดดันจากสิ่งแวดล้อมภายนอกธุรกิจมักจะได้แก่ กฎเกณฑ์ที่กระทบการทำธุรกิจจากการเมือง จากเศรษฐกิจ จากสังคมและวัฒนธรรม ตลอดจนทางเทคโนโลยี

2.การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของพลวัตภายในธุรกิจที่นำไปสู่ปฏิบัติการทางธุรกิจและการสร้างผลกำไรต่อไป

3.การมุ่งมั่นที่จะสร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขัน

4.การต้องการ “ปักธงชัย” ส่วนแบ่งการตลาดให้ได้มากที่สุด

5.การลดต้นทุนให้ต่ำที่สุด

6.การสร้างความแตกต่าง

7.การพยายามสร้างความพอใจแก่ลูกค้า ฯลฯ

ทั้งหมดที่กล่าวข้างต้นถือได้ว่าเป็นแนวคิดการทำธุรกิจที่ได้รับจากทางนักวิชาการอเมริกันเป็นส่วนใหญ่

เพื่อความ “หลุดพ้น” และ “ไม่ยึดติด” กับความคิดทำธุรกิจเชิง “อาณานิคมอย่างเดียว” ทางนักวิชาการฝรั่งเศส ก็เลยลองหาแนวคิดใหม่ให้ลองพิจารณาความแตกต่างในการทำธุรกิจออกไปอีกแนวคิดหนึ่ง

ดังที่จะขอนำแนวคิดจากการวิจัยของ Jean-Paul Lemaire จากปารีส ซึ่งมีที่น่าสนใจคือ มาตรวัดส่วนผสมกลยุทธ์ หรือ “STRATEGY MIX” ที่เสนอให้ลองมาพิจารณาในเรื่องที่ต่างกันดู

1.มาหาเหตุผล ความจำเป็น และการเตรียมตัวกับสิ่งแวดล้อมภายนอกธุรกิจที่จะเข้ามาท้าทาย และจะต้องทำให้ธุรกิจพบกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคตทั้งระยะสั้น คือ ภายใน 1-2 ปี, และระยะยาว 3-5 ปี อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

2.หาภัยคุกคาม (threats) ที่จะเข้ามาเปลี่ยนโฉมของการแข่งขันเพื่อหามาตรวัดของโอกาส/จุดอ่อน ในการทำธุรกิจทั้งในระยะสั้น และระยะยาว และจะได้ทราบแนวทางเกมของการตลาดไว้ก่อนคู่แข่งขัน และเพื่อพัฒนาตลอดจนปรับปรุงกลยุทธ์ทั้งระยะสั้น และระยะยาวต่อไปอย่างมีทิศทาง

3.เพื่อเตรียมการพัฒนาการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อผลิตภัณฑ์/สินค้าใหม่/บริการใหม่ พร้อมกลยุทธ์การรักษา และขยายลูกค้า เพื่อให้เกิดความแตกต่างในสายตาของลูกค้าที่มีต่อผลิตภัณฑ์ /สินค้า และบริการ อย่างแท้จริง มากกว่าจะให้แตกต่างแค่การแข่งขันกับคู่แข่ง จะได้เป็นการ จองพื้นที่ ของความแตกต่างอย่างแท้จริง ที่จะมีผลต่อการสร้างความสำเร็จในการเรียกทุนคืนทางนวัตกรรม ตลอดจนผลกำไรก่อนคู่แข่งขันจะทันตั้งตัว (recoups)

4.ต้องเตรียมกลยุทธ์เพื่อสนองตอบต่อการเข้าสู่ตลาดโลกาภิวัตน์ด้วยการวางกลยุทธ์ด้านวิเคราะห์ ชั่งน้ำหนักของการลงทุนในการเข้าสู่ประเทศเป้าหมายที่จะทำการค้า จะนำด้วยกลยุทธ์อย่างไรบ้าง เช่น หาพันธมิตรทางธุรกิจ การย้ายฐานการผลิตเพื่อสร้างความได้เปรียบทางต้นทุนต่ำและแรงงานต่ำ การซื้อควบหรือรวมกิจการ การเจาะตลาดด้วย SMEs การทำให้อยู่ในความสนใจของนักลงทุนต่างชาติด้วยนวัตกรรมการวิจัยและพัฒนา ตลอดจนสร้างกระแสชื่อเสียง ฯลฯ

นอกเหนือจากกลยุทธ์การขยายตลาดระดับภูมิภาค และท้องถิ่นภายในประเทศด้วยการซอยตลาดให้แยกย่อยลงไปอีก จากส่วนแบ่งการตลาด หรือ “fragmentation” ตลอดจนสำรวจ “บริบททางวัฒนธรรมของลูกค้า” (customer cultural context) การค้นหาอรรถประโยชน์ทางการตลาด หรือ utilities marketing เพื่อสำรวจตรวจค้นหาผลิตภัณฑ์ /สินค้า/บริการที่กำลังลดน้อยถอยลงทางประโยชน์ด้านการใช้/ด้านประสบการณ์/ด้านความรู้สึกของลูกค้า เป็นต้น

ทั้งหมดที่กล่าวนี้คือมาตรวัดส่วนผสมทางกลยุทธ์ที่การทำธุรกิจปัจจุบัน ต้องให้ความสนใจอย่างมากดังแสดงเป็นแผนภาพแนวคิดป้ายข้อเขียนได้ดังนี้

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *