มะเร็งลำไส้ใหญ่ภัยร้าย “ป้องกันได้” จริงหรือ???

มะเร็งลำไส้ใหญ่ภัยร้าย “ป้องกันได้” จริงหรือ???
คุณภาพชีวิต
แพทย์เผยภัยเงียบพบผู้ป่วยหน้าใหม่ปีละ 5,000 คน

ปัจจุบันมะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นมะเร็งที่พบบ่อยมากขึ้น และพบเป็นอันดับ 3 ของมะเร็งในคนไทย โดยมีผู้ป่วยใหม่ประมาณ 5,000 คนต่อปี ซึ่งมะเร็งชนิดนี้มีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง เช่น การมีญาติเป็นมะเร็ง ลำไส้ใหญ่ อายุที่สูงขึ้น การป่วยเป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง และความอ้วน เป็นต้น อาการแสดงที่พบ ได้แก่ อาการท้องผูกสลับท้องเสีย ถ่ายอุจจาระปนมูกเลือด ซีสต์ คลำก้อนได้จากบริเวณหน้าท้อง ซึ่งบุคคลที่มีอาการดังกล่าวนี้ควรพบแพทย์เฉพาะทางเดินอาหาร เพื่อตรวจวินิจฉัยโรคต่อไป

จากการศึกษาพบว่า การดำเนินโรคของมะเร็งชนิดนี้จะเริ่มจากติ่งเนื้อที่ไม่ใช่มะเร็ง (Adenoma) มาก่อน 5 – 10 ปี แล้วจึงกลายเป็นมะเร็งในที่สุด ซึ่งถ้าบุคคลที่มีติ่งเนื้อไม่ใช่มะเร็งนั้น ได้รับการตรวจคัดกรอง และรับการส่องกล้อง ตัดติ่งเนื้อนั้นก่อนที่จะกลายเป็นมะเร็งก็จะสามารถป้องกันไม่ให้คนเหล่านั้นเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ ดังนั้นการพบแพทย์เพื่อตรวจคัดกรองและรักษาป้องกันก่อนที่จะกลายเป็นมะเร็งจึงน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการลดอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็ง ลำไส้ใหญ่ ซึ่งได้มีการศึกษาพบว่า การตรวจคัดกรองด้วยวิธีการตรวจหาเลือดในอุจจาระและการส่องกล้องลำไส้ใหญ่สามารถลดอัตราการเสียชีวิตได้ถึง 33 – 79% นอกจากนี้การสร้างสุขลักษณะที่ดี เช่น การรับประทานอาหาร ผัก ผลไม้ให้มากขึ้น ลดปริมาณเนื้อแดงที่รับประทาน คุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ก็อาจช่วยลดอัตราการป่วยเป็นมะเร็งชนิดนี้

ในการตรวจวินิจฉัยคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ ได้มีการแบ่งปัจจัยในการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่มที่ 1 คนที่มีความเสี่ยงเท่ากับประชากรทั่วไป (Average risk) คือ กลุ่มคนที่อายุมากกว่า 50 ปี โดยไม่มีประวัติมะเร็งลำไส้ใหญ่ในครอบครัว กลุ่มนี้ควรตรวจคัดกรองด้วยการตรวจหาเลือดในอุจจาระหรือได้รับการส่องกล้องลำไส้ใหญ่หลังอายุ 50 ปี

กลุ่มที่ 2 กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงกว่าประชากรทั่วไป กลุ่มคนที่ เคยวินิจฉัยว่าเป็นติ่งเนื้อลำไส้ใหญ่ ควรได้รับการตรวจด้วยการส่องกล้องทุก 3 – 5 ปี กลุ่มคนที่เคยได้รับการตรวจรักษาด้วยการผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่ ควรได้รับการตรวจด้วยการส่องกล้องทุก 2 – 3 ปี

สำหรับผู้ป่วยโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (Ulchative colitis, Crohn’s disease) จะมีความเสี่ยงต่อมะเร็งลำไส้ใหญ่เพิ่มมากขึ้น หลังจากป่วยเป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรังประมาณ 8 – 10 ปี จึงควรได้รับการส่องกล้องทุก 1 – 2 ปี ส่วนคนที่มีญาติเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ควรได้รับการตรวจคัดกรองด้วยการส่องกล้องเริ่มที่อายุ 40 ปี หรือ 10 ปี ก่อนอายุของญาติที่ป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่

กลุ่มที่ 3 กลุ่มที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรมที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ คือ คนที่มีญาติหลายคนเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งรังไข่ มะเร็งมดลูก หรือมีญาติเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ เมื่ออายุน้อยกว่า 50 ปี หรือมีติ่งเนื้อที่ไม่ใช่มะเร็งมากกว่า 10 ปีในลำไส้ใหญ่ กลุ่มนี้ควรได้รับการตรวจอย่างละเอียด เพื่อหาความผิดปกติทางพันธุกรรมจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งวิทยา

ปัจจุบัน โรงพยาบาลศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ได้มีการจัดตั้งคลินิกประเมินความเสี่ยงโรคมะเร็ง เพื่อทำการตรวจหาปัจจัยเสี่ยงทั้งหลายที่อาจทำให้เป็นสาเหตุให้เกิดโรคมะเร็งได้ รวมถึงการให้คำแนะนำและความรู้ต่อผู้ที่สนใจ เพื่อให้สามารถห่างไกลจากโรคมะเร็งได้มากที่สุด โดยการประเมินความเสี่ยงนั้น ผู้สนใจสามารถทำได้ด้วยตนเองด้วยการตอบแบบประเมินที่คลินิกฯ ได้พัฒนา มาจากแบบประเมินจากต่างประเทศ และมีการพัฒนาต่อเนื่องให้เหมาะสมกับคนไทย ซึ่งได้เปิดให้บริการสำหรับประชาชนทั่วไป โดยไม่เสียค่าใช้ จ่ายใด ๆ

การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งตั้งแต่ระยะต้นๆ จะสามารถรักษาให้หายขาดได้ เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพที่ดี และลดอัตราการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในอนาคต และยังสามารถลดงบประมาณที่ต้องเสียไปในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งในระยะลุกลามอีกทางหนึ่งด้วย

ผู้สนใจสามารถติดต่อขอรับบริการได้ที่ คลินิกประเมินความเสี่ยงโรคมะเร็ง โรงพยาบาลศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ โทรศัพท์ 0-2191-5600 ต่อ 80203. นายแพทย์วรวิทย์ ชัยวิริยะวงศ์

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *