“ภัยเงียบ” ทางอากาศ ต้นเหตุเป็นหมัน-มะเร็ง-ทารกพิการ

“ภัยเงียบ” ทางอากาศ ต้นเหตุเป็นหมัน-มะเร็ง-ทารกพิการ
• คุณภาพชีวิต
ชี้ไดออกซิน-ฟิวแรน เป็นสารอันตรายร้ายแรง กำจัดยาก

“มลพิษทางอากาศ” ปัญหาสำคัญปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นในเขตเมือง และเมืองอุตสาหกรรมโดยเฉพาะกรุงเทพฯ เนื่องจากมลพิษทางอากาศก่อให้เกิดผลกระทบด้านสุขภาพอนามัย ไม่ว่าจะเป็นด้านกลิ่น ความรำคาญ ตลอดจนผลกระทบต่อสุขภาพที่เกี่ยวกับระบบหายใจ ระบบหัวใจ และปอด

ประเทศไทยมีการเข้าร่วมภาคีสมาชิกของอนุสัญญาสตอกโฮล์มว่าด้วยสารมลพิษที่ตกค้างยาวนาน เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2548 มีจุดมุ่งหมายเพื่อคุ้มครองสุขภาพอนามัยของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมจากมลพิษที่ตกค้างยาวนาน 12 ชนิด คือ อัลดริน(aldrin) คลอเดน(chlordane) ดีดีที(DDT) ดิลดริน (dieldrin) เอนดริน(endrin) เฮปตะคลอร์(heptachlor) เอชซีบี(hexachlorobenzene) ไมแร็กซ์(mirex) ท็อกซาฟีน(toxaphene) พีซีบี(polychlorinated biphenyls PCBs)ไดออกซิน(Polychlorinated dibenzo-p-dioxins PCDDs) และฟิวแรน(Polychlorinated dibenzofuransPCDFs )แต่ในบรรดาสารพิษตกค้างต้องห้าม ทั้ง 12 ชนิด หลายคนคาดการณ์ไม่ถึง โดยเป็นภัยตัวใหม่ที่นักวิชาการวิตกกังวลเป็นอย่างมาก เป็นสารที่มีอันตรายร้ายแรง และกำจัดยากที่สุด…สารพิษไดออกซิน-ฟิวแรน”…!!!

สารมลพิษที่มีความเป็น”พิษสูง”ละลายได้ดีในไขมันของมนุษย์ และสัตว์ แต่จะสลายตัวได้ยากสะสมอยู่ได้ทั้งในน้ำ ดิน อากาศ และสามารถปนเปื้อนได้ในอาหาร โดยมีต้นเหตุเกิดจาก”การเผา” โดยที่ไม่จงใจจากภัยธรรมชาติ คือ ไฟป่า และกระบวนการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์จากฝีมือมนุษย์ เช่น โรงงานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับการกลั่นน้ำมัน การผลิตสารเคมี สารกำจัดแมลง การหลอมเหล็ก การถลุงแร่ การฟอกสีกระดาษ การเผาศพ การเผาขยะทุกชนิด ทั้งในเตาเผา และการเผากลางแจ้ง การเผาไหม้เชื้อเพลิงทั้งที่เป็นของแข็งและของเหลว การหลอมโลหะ และการสูบบุหรี่กรมควบคุมมลพิษ เป็นหน่วยงานที่ทำการตรวจวัดคุณภาพอากาศมาอย่างต่อเนื่อง จากการติดตามเฝ้าระวังปริมาณมลพิษในบรรยากาศพบว่าสารพิษไดออกซิน-ฟิวแรน มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกวัน จนจะเข้า”สู่วิกฤติมลพิษทางอากาศ”

โดยที่ประชาชนชนไม่เคยทราบกันมาก่อน เนื่องจากสารพิษไดออกซิน-ฟิวแรน ไม่สามารถที่จะมอง หรือสังเกตได้ด้วยตาเปล่า ทั้งในอาหารที่เรารับประทานทุกวัน และสิ่งแวดล้อมที่เราอาศัยอยู่ มีสารไดออกซิน-ฟิวแรน ปนเปื้อนหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด แต่สิ่งเหล่านี้มีผลกระทบต่อร่างกายของมนุษย์ในระยะยาวอย่างน่าตกใจที่สุดนางสุณี ปิยะพันธุ์พงศ์ ผอ.สำนักจัดการกากของเสียและสารอันตราย กรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า สารไดออกซินและฟิวแรน เป็นสารอันตรายร้ายแรงตามอนุสัญญาสตอกโฮล์มว่าด้วยสารมลพิษที่ตกค้างยาวนาน (Stockholm Convention on Persistent Organic Pollution : POPs) ซึ่งประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นภาคีสมาชิก และลงนามสัตยาบันในการควบคุมและกำจัด ตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม 2548 เป็นต้นมา

โดยสารทั้ง 2 ชนิดนี้เป็นสารมลพิษที่มีความเป็นพิษสูง หากร่างกายได้รับอย่างต่อเนื่อง ระยะแรกจะเกิดพิษเฉียบพลัน มีอาการผิวหนังไหม้ดำ เป็นผื่น เยื่อบุตาอักเสบ ปวดศีรษะ และอ่อนเพลีย แต่หากได้รับเป็นระยะเวลานานๆ จะกระทบต่อระบบประสาท และระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ส่งผลให้ระบบสืบพันธุ์ชาย อัณฑะมีรูปร่างผิดปกติ การสร้างเชื้ออสุจิลดลง ส่วนหญิง ทำให้ทารกในครรภ์ผิดปกติรังไข่ผิดปกติ แท้งลูกได้ง่าย

รวมถึงทำให้ทารกที่เกิดมามีรูปร่างผิดปกติ และพัฒนาการทางสติปัญญาช้า และก่อให้เกิดโรคมะเร็งปอด มะเร็งต่อมหมวกไต และมะเร็งตับได้ทั้งนี้ประชาชนมีโอกาสได้รับสารดังกล่าวจากการปนเปื้อนในอาหาร การหายใจ และการสัมผัสทางผิวหนังในชีวิตประจำวันโดยไม่รู้ตัว เช่น อาหารทอด ปิ้ง ไขมันสัตว์ เขม่า และควันไฟ ควันบุหรี่ และกระบวนการผลิตสารเคมีต่างๆ ที่ถูกใช้เป็นส่วนผสมในสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป

ที่น่าเป็นห่วงคือสารทั้งสองชนิดนี้ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ ทำให้มีโอกาสที่ร่างกายจะได้รับสารทั้งสองชนิดนี้เพิ่มมากขึ้นจากรายงานของอนุสัญญาสตอกโฮล์มว่าด้วยสารมลพิษที่ตกค้างยาวนานในปัจจุบันพบว่าในต่างประเทศพบผู้ป่วยที่เกิดจากสารพิษไดออกซิน-ฟิวแรน เป็นจำนวนมากแล้ว ส่วนประเทศไทยยังไม่พบว่ามีผู้ป่วยอย่างไร แต่เป็นประเทศที่มีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากสารพิษไดออกซิน-ฟิวแรน ในอนาคตประเทศไทย มีแผนสร้างห้องปฏิบัติการตรวจสอบสารพิษไดออกซิน-ฟิวแรน เพื่อตรวจค้นหาสารพิษปนเปื้อน

เนื่องจากที่ผ่านมาเราต้องนำตัวอย่าง และสิ่งต้องสงสัยว่ามีสารพิษไดออกซิน-ฟิวแรน ส่งตรวจที่ต่างประเทศ การตรวจแต่ละครั้งจะต้องมีค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก เพื่อหาสาเหตุการเกิดสารพิษไดออกซิน-ฟิวแรน และจะนำไปศึกษาหาวิธีป้องกันต่อไป”แต่สิ่งที่ทางกรมมลพิษ และนักวิชาการหลายคนวิตกมาก คือ เกรงว่าประชาชนเกิดความไม่เข้าใจ และทำให้เกิดสารพิษไดออกซิน-ฟิวแรน หากทุกคนทุกบ้านกระทำโดยที่ไม่ตั้งใจ ผลกระทบที่ตามมา คือ เกิดสารพิษไดออกซิน-ฟิวแรน มากขึ้นเกินกว่าจะสามารถควบคุมได้ สุดท้ายจะพบและเพิ่มปริมาณผู้ป่วยเป็นจำนวนมากขึ้น แต่ในขณะนี้เราสามารถที่จะป้องกันได้ จึงต้องรีบให้ความรู้กับประชาชน และรีบหาวิธีการป้องกัน”นางสุณีกล่าวและบอกอีกว่ากรมควบคุมมลพิษจึงต้องเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ประชาชนทั่วไปได้ทราบถึงแหล่งกำเนิด พิษภัย ตลอดจนวิธีหลีกเลี่ยง และป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจากอันตรายของสารดังกล่าว จึงได้จัดโครงการเสริมสร้างความตระหนักถึงพิษภัยของสารไดออกซิน และฟิวแรนต่อสาธารณชนขึ้น โดยเลือกห้างสรรพสินค้าของแต่ละภูมิภาค เป็นศูนย์กลางในการจัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจ ซึ่งที่ผ่านมากรมควบคุมมลพิษได้จัดกิจกรรม และทำสื่อประชาสัมพันธ์โครงการฯ ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมาแล้ว 6 ครั้ง ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี และจะขยายต่อไปยังประชาชนในภาคอื่นๆ ทั่วประเทศ อาทิ พิษณุโลก เชียงใหม่ เชียงราย ขอนแก่น นครราชสีมา อุบลราชธานี

ในหลายประเทศได้รับผลกระทบพิษภัยของสารไดออกซิน และฟิวแรนแล้ว ซึ่งประเทศไทยกำลังจะเป็นรายต่อไป หากทุกคนไม่ทราบถึงแหล่งกำเนิด พิษภัย ตลอดจนวิธีหลีกเลี่ยง และป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจากอันตราย ถึงเวลาแล้วที่เราทุกคนต้องช่วยกันรณรงค์หยุดสร้างแหล่งกำเนิดสารพิษเหล่านี้ …!!!

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *