พูดให้ดี แม้ไม่มีคนนั่งฟัง

พูดให้ดี แม้ไม่มีคนนั่งฟัง

วันที่ : 4 ธันวาคม 2550 นิตยสาร/หนังสือพิมพ์ : งานวันนี้

หากลองสังเกตเวลาเราดูโทรทัศน์ ในรายการที่พิธีกรมีความสามารถในการสื่อสาร เราจะรู้สึกว่าเขาคุยกับเรา จากสีหน้าสายตาท่าทางที่เป็นธรรมชาติ ตรงกันข้ามเราคงเคยเห็นพิธีกรหรือผู้ประกาศข่าวบางคนพูดเหมือนกับท่องบท แม้จะมองมาที่ผู้ฟังแต่สายตาดูไร้ชีวิตชีวา สีหน้า น้ำเสียง ท่าทางดูไม่เป็นธรรมชาติ เราย่อมรู้สึกเบื่อที่ฟัง

ดังนั้น ลองคิดดูว่า หากเราต้องพูดในลักษณะเช่นนั้นบ้าง เราควรเตรียมพร้อมอย่างไร

ในบางครั้ง เมื่อเราต้องพูดโดยไม่มีคนนั่งฟัง เช่น พูดบรรยายเรื่องต่าง ๆ พูดแนะนำสินค้า พูดจูงใจให้ความรู้ หรือให้สัมภาษณ์ออกรายการโทรทัศน์ เป็นต้น ซึ่งเป็นการพูดต่อหน้ากล้องเพื่อบันทึกเทป หลังจากนั้น คนดูจะเห็นและฟังเราผ่านทางจอโทรทัศน์ ข้อควรจำสำคัญมีดังนี้…

การพูดต่อหน้ากล้องสร้างความอึดอัด ถ้าไม่เคยชินอาจเกิดความเครียด เพราะทำให้เรารู้สึกว่าไม่ได้พูดกับใคร เวลาพูดจึงมักพูดออกมาอย่างไม่เป็นธรรมชาติ บางคนพูดตามโน้ตที่เตรียมมาอย่างไร้อารมณ์ หรือจดจ่อในการอ่านตามสคริปต์ที่อยู่ใต้กล้อง จนผู้ฟังสังเกตได้อย่างชัดเจนว่า ไม่ได้มองที่ผู้ฟังแต่กวาดสายตาไปที่ตัวหนังสือ ทำให้รู้สึกว่าผู้พูดไม่ได้พูดกับตน

ทางออกคือ จินตนาการว่ามีคนกำลังนั่งฟังเราอยู่ ผมเป็นคนหนึ่งที่ชอบให้มีผู้นั่งฟังขณะพูดมากกว่าการพูดกับกล้อง แต่เมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้ในบางครั้งที่ต้องพูดอัดไว้เพื่อให้ทีมงานไปเปิดให้ผู้เข้าอบรมฟัง หรือต้องพูดเพื่อออกรายการ ผมมักจะต้องจินตนาการว่า มีผู้ฟังจำนวนมากกำลังนั่งฟังเราอยู่ เรากำลังสนทนากับเขา เขาเหล่านั้นตั้งใจฟังสิ่งที่พูดอยู่ด้วย มิใช่มีเพียงกล้องที่ไม่มีชีวิตจับตามองเราอยู่

ผู้ชมจะเห็นเราอย่างละเอียด อย่าลืมว่ากล้องที่จับภาพเราอยู่นั้นสามารถถ่ายภาพเราในระยะใกล้ได้ ซึ่งผู้ฟังนอกจากจะได้ยินเสียงของเรา เขาย่อมเห็นการแสดงออกทางสีหน้า ท่าทาง เห็นแม้กระทั่งสีสันต่าง ๆ ที่ปรากฏ เช่น เราแต่งหน้าอย่างไร ผมเรียบร้อยหรือไม่ หรือแม้กระทั่งเห็นริ้วรอยบนใบหน้า เราทำหน้าเครียดอยู่หรือไม่ สีของฟันของเราขณะพูดหรือยิ้มเป็นอย่างไร เป็นต้น

ทางออกคือ เราจำเป็นต้องมั่นใจว่าดูดี ทั้งในเรื่องของการแต่งกาย ทรงผม เสื้อผ้า การแต่งหน้า และอากัปกริยาต่าง ๆ ที่มั่นใจว่าจะช่วยส่งเสริมให้ผู้ฟังรู้สึกประทับใจในตัวเรา

นอกจากนี้เรื่องอื่น ๆ ที่ควรคำนึงถึง อาทิ เวลามีจำกัดและอาจไม่สามารถยืดหยุ่นได้ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องเตรียมเนื้อหา และพูดให้พอดีกับเวลาที่มีอยู่ โดยจัดสรรเวลาให้เหมาะสมไม่ใช่พูดตอนแรกช้า แต่พอใกล้หมดเวลากลับต้องตัดบทหรือสรุปจบแบบห้วน ๆ เราควรรู้จังหวะเวลาที่เหมาะสม และไม่ควรพูดเยิ่นเย้อนอกประเด็น และควรจำไว้ว่า หากเราพูดใส่ไมค์ที่ติดตัวอยู่ ให้เราพูดด้วยน้ำเสียงปกติ ไม่ต้องพูดเสียงดัง เพราะแม้พูดเพียงเบาๆ ก็สามารถได้ยินอย่างชัดเจนแล้ว

การพูดในเรื่องใดก็ตามที่จำเป็นต้องจูงใจผู้ฟังให้ฟังและคล้อยตามในสิ่งที่เราพูด เราจำเป็นต้องพูดให้น่าสนใจ ดึงดูด ให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกประทับใจ ดังนั้น แม้เราต้องพูดโดยที่ไม่มีใคร “นั่งฟัง” อยู่ เราจำเป็นต้องพูดให้เป็นธรรมชาติ ราวกับว่ามีคนจำนวนมากให้ความสนใจฟังเราพูดอย่างตั้งใจ

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *