พูดจากใจ มิใช่กระดาษ

พูดจากใจ มิใช่กระดาษ

วันที่ : 30 ตุลาคม 2550 นิตยสาร/หนังสือพิมพ์ : งานวันนี้

คำพูดจะมีพลังจูงใจผู้ฟัง หากเราพูดออกมาจากใจ

คำกล่าวนี้เป็น บทสรุปที่ได้จากการพูดของผมมานานกว่า 30 ปี ผมพบความแตกต่างที่สำคัญ ระหว่าง การพูดจากบทพูดที่เตรียมไว้ กับ การพูดโดยไม่มีบทพูด นั่นคือ พลังในการจูงใจผู้ฟัง

หากเราต้องการทำงานเกี่ยวข้องกับการพูด ต้องจูงใจผู้ฟังให้เชื่อมั่นและคล้อยตามในสิ่งที่เราพูด เราจำเป็นต้องมีความสามารถในการทำให้ผู้ฟังเกิด “ความเชื่อ” ว่าสิ่งที่กล่าวนั้นเป็นจริง ความเชื่อจะเกิดขึ้นเมื่อผู้ฟังสัมผัสได้ว่า สิ่งที่เราพูดนั้น กลั่นออกมาจากใจ จากความคิดของเรา

เราจำเป็นต้องสร้างความรู้สึกไว้เนื้อเชื่อใจ ความรู้สึกใกล้ชิด เป็นกันเอง ระหว่างผู้พูดกับผู้ฟัง หากเราทำสำเร็จ ความรู้สึกเชื่อถือและไว้วางใจจะตามมา ซึ่งองค์ประกอบสำคัญที่สุดในการสร้างความรู้สึกดังกล่าว นั่นคือ การสบสายตาผู้ฟัง พร้อม ๆ กับ คำพูดที่กลั่นออกมาจากใจ

นี่คือเหตุผลสำคัญที่ว่า การพูดโดยปราศจากบทพูด ย่อมดีกว่าการอ่านจากบทพูดที่เตรียมไว้ เป็นการสื่อสารที่มีพลังในการดึงดูดใจผู้ฟังมากที่สุด ทั้งนี้เพราะ…

ใช้เวลาทั้งหมดเพื่อดึงดูดผู้ฟัง เราสามารถใช้เวลาทั้งหมดขณะที่พูดเพื่อดึงดูดผู้ฟังให้คล้อยตามได้ ทั้งด้วยน้ำเสียง การประสานสายตา สบตาผู้ฟัง การแสดงสีหน้าและท่าทางเพื่อเป็นส่วนประกอบในการจูงใจผู้ฟังได้ ไม่ต้องก้ม ๆ เงย ๆ เพื่ออ่านจากบทพูดของเรา อันเป็นเหมือนการขัดจังหวะระหว่างผู้พูดกับผู้ฟัง

จำไว้ว่า…ยิ่งเราก้มลงอ่านจากโน้ตที่เตรียมไว้น้อยเท่าใด โอกาสที่เราจะสบตากับผู้ฟังยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น และนี่เท่ากับเป็น “สื่อ” สำคัญในการเชื่อมโยงระหว่างเรากับผู้ฟัง

ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือในตัวผู้พูด ควรจำไว้ว่า คนฟังมีแนวโน้มยอมรับความคิดใหม่ ๆ ถ้าเขาสัมผัสว่า คำพูดนั้นออกมาจากความคิดของผู้พูด พูดออกมาด้วยความจริงใจ ตั้งใจ ด้วยความเชื่อว่าเป็นเช่นนั้นจริง ๆ การก้มหน้าอ่านตามบทพูดที่ได้เตรียมมา นอกจากไม่สามารถกระตุ้นและสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้ฟังได้มากเท่าที่ควรแล้ว ยังอาจทำให้ผู้ฟังเกิดคำถามว่า ข้อความที่เราอ่านนั้นไม่ใช่สิ่งที่เราเขียนขึ้นเอง มีคนอื่นทำมาให้ ยิ่งทำให้ลดความน่าเชื่อถือในตัวเรามากยิ่งขึ้นไปอีก

หากสิ่งที่เราพูด ท่าทางที่เราพูดนั้น ไม่น่าเชื่อถือตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว ในครั้งต่อ ๆ ไป ผู้ฟังย่อมยากที่จะเชื่อถือในสิ่งที่เราพูด ในทางกลับกัน หากผู้ฟังสัมผัสว่า สิ่งที่เราพูดนั้นออกมาจากความเป็นตัวตนที่จริงใจ ผู้ฟังย่อมเกิดความรู้สึกเชื่อมั่นในตัวเรา และแม้บางครั้งเราจะพูดสะดุด หรือตะกุกตะกักไปบ้าง เขายังคงเชื่อมั่นในตัวเรา

ดังนั้น ถ้าเราต้องการพูดเพื่อจูงใจผู้ฟังให้เกิดการคล้อยตาม วิธีสื่อสารที่มีพลังมากที่สุด คือ การสื่อสารโดยไม่ต้องมีบทพูด แต่ในความเป็นจริง เป็นวิธีการพูดที่ยากสำหรับผู้ที่มิใช่นักพูดอาชีพ ถึงกระนั้น ย่อมไม่ใช่เรื่องยากเกินการเรียนรู้และฝึกฝน อันเป็นเรื่องที่จะกล่าวถึงต่อไป

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *