พัฒนาทัศนคติคิดบวก

พัฒนาทัศนคติคิดบวก

ทัศนคติคิดลบ จะบอกว่า “เราไม่สามารถประสบความสำเร็จได้หรอก” แต่ ทัศนคติคิดบวก จะบอกว่า “เราสามารถประสบความสำเร็จได้”

การคิดแง่บวก หรือที่เราเรียกสั้น ๆ ว่า คิดบวกนั้น แท้จริงแล้วเป็นเรื่องของทัศนคติ (attitude) หรือมุมมองที่เรามีต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นสภาวะของความคิด (state of mind) ที่มีต่อเรื่องต่าง ๆ มากกว่าเป็นเรื่องของการคิดหรือวิธีคิดเพียงลำพัง ทัศนคติคิดบวก (Positive attitude) ตรงข้ามกับ ทัศนคติคิดลบ (Negative attitude)

คนที่มีทัศนคติคิดบวกจะแสดงออกภายนอกในมุมบวก อาทิ การมองโลกในแง่ดี การคิดแง่บวก การคิดสร้างสรรค์ การเลือกที่จะมีความสุขการคาดหวังความสำเร็จ มีแรงจูงใจและแรงบันดาลใจที่จะพิชิตเป้าหมาย การไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ การแสวงหาโอกาส การมองความล้มเหลวและปัญหาเป็นความท้าทาย การเชื่อมั่นในความสามารถที่มีอยู่ในตัว และแสดงออกซึ่งความภาคภูมิใจในตนเองเสมอ

ทัศนคติคิดบวกเป็นเสมือนถนนที่มีป้ายบอกทางที่เราจะเดินไปสู่ความสุขและความสำเร็จในชีวิต

ทัศนคติคิดบวกจึงมีค่าควรแก่การพัฒนาและทำให้มันแข็งแกร่งขึ้น หากต้องการให้มันนำเราไปสู่ความสุขและความสำเร็จ เริ่มต้นด้วยการฝึกปรับมุมมอง ปรับทัศนคติ และกล้าเลือกทำสิ่งที่ช่วยส่งเสริมความสุขและเอื้อต่อความสำเร็จในชีวิต อันได้แก่

เลือกที่จะมีความสุข แม้อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่น่าพึงพอใจ อยู่กับคนที่เราไม่ค่อยจะชอบหน้า หรือไม่ได้รับในสิ่งที่ต้องการ แต่ถ้าหากเป็นสิ่งที่เราเลือกไม่ได้ เราก็ควรตัดสินใจเลือกที่จะมีความสุขที่เกิดขึ้นภายในใจของตน โดยค้นหาสิ่งดีหรือความสว่างท่ามกลางสิ่งที่เรามองว่ามันมืดนั้น มองหาประโยชน์ของการคิดแง่ลบและความวิตกกังวลที่เกิดขึ้น หรือพยายามหาเหตุผลที่จะทำให้เรายิ้มออกมาได้บ่อย ๆ

ต่อสู้การคิดลบ เมื่อเราเกิดความรู้สึกกลัววิตกกังวลต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ด้วยเกรงว่าจะได้รับอันตรายหรือไม่สามารถจัดการปัญหาได้ จนทำให้เราคิดถึงอนาคตแต่ในมุมเลวร้าย วิธีหนึ่งที่ช่วยได้คือ ให้ต่อสู้กับความคิดลบนั้น อย่าคิดถึงผลที่จะเกิดจนทำให้กลัว แต่คิดในมุมกลับมองว่ามันจะให้ประโยชน์อะไรแก่เราบ้าง เช่น เมื่อเราได้รับมอบหมายให้ทำงานยาก งานที่ทุกคนทำแล้วล้มเหลว ให้เรามองในมุมเป็นโอกาสและความท้าทาย หากเราทำสำเร็จ เราจะกลายเป็นเหมือนวีรบุรุษที่มาช่วยองค์กรเลยทีเดียว เป็นต้น ความคิดเช่นนี้เป็นกำลังให้เราคิดหาทางแก้ปัญหาและแสวงหาหนทางจนเอาชนะได้

ฝึกเป็นเจ้านายของความคิด อย่าให้ความคิด อารมณ์ ความรู้สึกที่มีต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จูงใจให้เราคิดแง่ลบแง่ร้าย แต่ให้ความคิดของเราทำตัวเป็น “เจ้านาย” ด้วยการระงับยับยั้ง ไม่ปล่อยให้ความคิดลบลุกลาม แต่ต้องวิพากษ์ท้าทายด้วยความคิดและเหตุผลเชิงบวก การเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์จากลบเป็นบวก และท้าทายนำทิศทางให้เห็นความเป็นไปได้ต่ออนาคตที่จะเกิดขึ้น

การฝึกพัฒนาทัศนคติคิดบวกจะเริ่มต้นได้ ต้องอาศัยความร่วมมือกับตัวเอง ให้ไม่หวั่นไหวต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แม้จะดูเลวร้ายหรือไม่สามารถควบคุมได้ โดยไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นให้ยิ้มกับตัวเอง มองปัญหาและคิดเสมอว่า ไม่มีทางตันสำหรับผู้ที่ต้องการเป็นผู้มีชัยชนะ

ที่มา: http://www.ejobeasy.com

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *