พฤติกรรมส่งผลต่ออนาคต

พฤติกรรมส่งผลต่ออนาคต

เมษายน ถ้าเอ่ยถึงเดือนนี้คงเป็นเดือนที่ทุกคนอยากให้มาถึงเร็ว ๆ และจากไปอย่างช้า ๆ เพราะเป็นเดือนที่เราคนไทยจะได้หยุดพักผ่อนยาว ๆ กันอีกครั้ง ทั้งยังเป็นเดือนที่มีวันสำคัญหลายวัน เช่น วันจักรี วันสงกรานต์ วันครอบครัว โดยเฉพาะวันสงกรานต์ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นวันปีใหม่ของไทยนั่นเอง
“เป็นเด็กจิตใจดี โอบอ้อมอารีย์ มีน้ำใจช่วยเหลือเพื่อน มีความซื่อสัตย์” นี่มักเป็นคำพูดหรือข้อความที่ได้ยินได้เห็นอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะกับเด็กนักเรียนที่คุณครูมักรายงานพฤติกรรมให้กับผู้ปกครองทราบ แต่มาวันนี้เราคงได้ข่าวเกี่ยวกับการทุจริตของเด็กนักเรียนอยู่บ่อยครั้ง ไหนจะเรื่อง ขโมยของ ขโมยเงิน โกงข้อสอบในชั้นเรียน หรือการโกงข้อสอบเอ็นทรานซ์ โดยกลยุทธ์ต่าง ๆ นานาที่เด็กขวนขวายหามาโกงซึ่งมีพัฒนาการเปลี่ยนรูปแบบไปเรื่อย ๆ

อย่างเมื่อเดือนที่แล้วที่เป็นข่าวใหญ่ในวงการการศึกษาก็เรื่องการโกงสอบเอ็นทรานซ์โดยใช้นาฬิกาข้อมือเป็นอุปกรณ์ ซึ่งการกระทำเช่นนี้จัดว่าเป็นความผิดร้ายแรงมากสำหรับเด็กนักเรียน เหตุผลที่เด็กทำเช่นนั้นก็เพื่อหวังให้สอบติดได้เข้าไปเรียนในสถานศึกษาและคณะที่ตนเองคาดหวังนั่นเอง เราเองในฐานะผู้ใหญ่ก็ควรจะกลับมาช่วยกันวิเคราะห์หาสาเหตุต้นตอของการกระทำเช่นนี้กันดูบ้างนะคะ

ปัจจัยที่ส่งผลให้เด็กพยายามโกงการสอบ ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ด้านดังนี้
1. จากตนเอง: สาเหตุเนื่องจาก
ไม่ได้อ่านหนังสือ ไม่ตั้งใจเรียน ไม่มั่นใจในความรู้ของตนเอง กลัวสอบไม่ได้/สอบตก กลัวสู้เพื่อนไม่ได้ อ่านหนังสือไม่พอ รักสบายอาศัยเพื่อน อยากให้พ่อแม่ภาคภูมิใจเมื่อตนเองสอบได้ดี สุขภาพเอื้ออำนวย/ไม่สบาย
2. จากเพื่อน: สาเหตุเนื่องจาก
ได้รับอิทธิพลทำตามเพื่อน เห็นเป็นค่านิยม ต้องการได้รับการยอมรับจากเพื่อน ต้องทำเพราะโดนเพื่อนบังคับ (ไม่ว่ากรณีให้เพื่อนลอกหรือลอกเพื่อน)
3. จากพ่อแม่: สาเหตุเนื่องจาก
สภาวะความกดดันจากการคาดหวังของพ่อแม่ พ่อแม่ไม่มีเวลาให้จึงไม่ใส่ใจพฤติกรรมอันส่งผลระยะยาวของลูก พ่อแม่เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีโดยอาจแสดงพฤติกรรมการโกงเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ลูกเห็นอย่างไม่รู้ตัว
4. จากคุณครูและโรงเรียน: สาเหตุเนื่องจาก
คุณครูสอนไม่รู้เรื่องนักเรียนไม่เข้าใจบทเรียน โรงเรียนไม่เคร่งคัดกับกฏระเบียบทำให้เด็กทำพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องจนเป็นนิสัย ความกดดันจากการอยู่ในโรงเรียนที่มีชื่อเสียงดีต้องประสบความสำเร็จ

ไม่ว่าการโกงข้อสอบจะเกิดจากปัจจัยใดสาเหตุไหนก็ตาม สิ่งที่สะท้อนให้เห็นได้ชัดเจนคือ ความซื่อสัตย์และจรรยาบรรณ (Ethics) ในตัวเด็กนักเรียนกำลังลดน้อยลง ซึ่งเป็นสัญญาณบอกถึงทิศทางอนาคตของชาติได้ทันที แต่ทุกอย่างย่อมไม่สายเกินกว่าจะแก้หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน เริ่มจากครอบครัวต้องดูแลให้ความใส่ใจกับลูกหลาน ให้เด็กได้เลือกในสิ่งที่ตนอยากเรียนมากกว่าเรียนตามที่พ่อแม่อยากให้เป็น โรงเรียนต้องเอาจริงเอาจังกับนักเรียนที่ทำผิดกฏ พร้อมทั้งต้องปลูกจิตสำนึกให้เด็กมีจรรยาบรรณ มีความซื่อสัตย์ต่อตนเอง หากปัญหาอยู่ที่การสอนต้องปรับปรุงการสอนให้ดีขึ้น ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ดูแลประคับประคองให้เขามีจิตใจที่แข็งแรง จนโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีต่อไป

จรรยาบรรณคือสิ่งที่พูดง่ายแต่ทำได้ยากที่สุด เนื่องจากคนที่มีจรรยาบรรณต้องเริ่มต้นจากการซื่อสัตย์ต่อตนเอง มีศีลธรรม ซึ่งตามแนวคิดด้านการเพิ่มผลผลิตจรรยาบรรณ (Ethics) หมายถึง การไม่เบียดเบียนเอาเปรียบผู้อื่น ไม่เอาประโยชน์ของตนเองเป็นที่ตั้งจนต้องทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน เช่น แพทย์ต้องมีจรรยาบรรณไม่นำความลับของคนไข้ไปบอกต่อหรือพูดให้เสียหาย แม่ค้าต้องขายของที่มีคุณภาพสมราคาไม่โกงตราชั่ง นักกฎหมายต้องว่าความตามหลักกฎหมายและความถูกต้อง คุณครูต้องสอนหนังสือและให้ความใส่ใจกับนักเรียนทุกคนอย่างเสมอภาคไม่นำข้อสอบมาบอกนักเรียนก่อนสอบ ให้คะแนนตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้
ผ้าขาวในวันนี้หากเปื้อนสีแล้วไม่รีบซักล้างออกไป ไม่นานคราบนั้นจะทำให้ผ้าเปลี่ยนสีมีรอยด่างไปอย่างถาวร

ที่มา : http://www2.ftpi.or.th

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *