พบดาวเคราะห์รุ่นจิ๋วและดาวแคระน้ำตาลเล็ก

พบดาวเคราะห์รุ่นจิ๋วและดาวแคระน้ำตาลเล็ก

20 พฤษภาคม 2552 รายงานโดย: วิมุติ วสะหลาย (wimut@hotmail.com)

เมื่อทศวรรษที่ผ่านมา ได้มีการค้นพบครั้งใหญ่เกิดขึ้นหลายครั้ง หนึ่งในจำนวนนั้นก็คือการค้นพบดาวเคราะห์ที่โคจรรอบดาวฤกษ์ดวงอื่นเป็นครั้งแรก ซึ่งค้นพบโดย ไมเคิล เมเยอร์ จากหอดูดาวเจนีวา และหลังจากนั้นเป็นต้นมา ก็มีการค้นพบแบบเดียวกันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงปัจจุบัน มีดาวเคราะห์ในระบบสุริยะอื่นที่รู้จักแล้วถึง 346 ดวง และข่าวทำนองนี้ก็เริ่มเป็นข่าวธรรมดา ไม่น่าตื่นเต้นอะไรอีกต่อไปแล้ว

แต่การค้นพบดาวเคราะห์ดวงใหม่ที่มีการแถลงข่าวในที่ประชุมวิทยาศาสตร์ยุโรปเมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมาเป็นข่าวไม่ธรรมดา เพราะดาวเคราะห์ดวงใหม่นี้จัดว่าเป็นดาวเคราะห์ในระบบสุริยะอื่นที่เบาที่สุดที่สุดเท่าที่รู้จัก

ดาวเคราะห์ดวงนี้มีชื่อว่า กลีส 581 อี (Gliese 581e) ค้นพบโดย ไมเคิล เมเยอร์ เจ้าเก่า ดาวเคราะห์ดวงนี้มีมวลเพียง 1.9-3 เท่าของโลกเท่านั้น ความไม่แน่นนอนของมวลเกิดจากการที่ไม่ทราบมุมระหว่างระนาบวงโคจรกับแนวเล็งจากโลก

แม้นักดาราศาสตร์เชื่อว่าดาวเคราะห์ดวงนี้น่าจะเป็นดาวเคราะห์หินแบบโลก แต่ก็ไม่ได้มองไปถึงว่าจะพบสิ่งมีชีวิตที่นี่ เพราะ กลีส 581 อี โคจรอยู่ใกล้ดาวฤกษ์มาก มีรัศมีวงโคจรเพียง 4.8 ล้านกิโลเมตรเท่านั้น หรือเพียง 3 เปอร์เซ็นต์ของระยะห่างระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ ใช้เวลาเพียง 3.15 วันของโลกก็โคจรครบปีแล้ว แม้ดาวกลีส 581 จะเป็นดาวแคระอุณหภูมิต่ำ แต่ระยะห่างที่น้อยมากนั้นก็ทำให้ดาวเคราะห์ดวงนี้ร้อนเกินไปที่จะมีสิ่งมีชีวิต

อย่างไรก็ตาม ระบบสุริยะของกลีส 581 ก็ยังน่าสนใจอยู่ดี ดาวดวงนี้อยู่ห่างจากโลก 20.5 ปีแสงในกลุ่มดาวคันชั่ง ปัจจุบันมีดาวเคราะห์ที่พบแล้วถึง 4 ดวง หนึ่งในจำนวนนี้ คือดาว กลีส 581 ดี เป็นดาวเคราะห์ขนาดเนปจูนที่อยู่ห่างจากดาวแม่ 0.22 หน่วยดาราศาสตร์ ซึ่งเป็นระยะที่ทำให้เกิดอุณหภูมิพอเหมาะที่น้ำบนดาวดวงนี้อยู่ในสถานะของเหลวได้

ถัดมาอีกหนึ่งวัน ในที่ประชุมสัปดาห์ดาราศาสตร์และวิทยาศาสตร์อวกาศยุโรปในอังกฤษ ก็มีการแถลงข่าวการค้นพบจากนักดาราศาสตร์สามคนได้แก่ แอนดรู เบอร์เกสส์, เอสเทล มอโร, และเชอโรม บูวีแยร์ ที่ใช้กล้องโทรทรรศน์แคนาดา-ฝรั่งเศส-ฮาวาย คณะนี้ได้พบวัตถุคล้ายดาว 3 ดวงในบริเวณกำเนิดดาว ไอซี 348 (IC 348) ซึ่งอยู่ห่างออกไป 1,000 ปีแสงในกลุ่มดาวเพอร์ซิอัส

วัตถุแต่ละดวงที่พบนี้ มีมวลมากกว่าดาวพฤหัสบดีไม่ถึงสิบเท่า ซึ่งเล็กเกินกว่าจะเป็นดาวแคระน้ำตาล เบอร์เกสส์ประเมินว่ามีอุณหภูมิอยู่ที่ระดับ 900-1,000 องศาเซลเซียส แต่เนื่องจากวัตถุเหล่านี้ลอยอยู่อย่างอิสระ ไม่ได้โคจรรอบดาวฤกษ์ดวงใด จึงเรียกว่าดาวเคราะห์ไม่ได้ แต่เป็นวัตถุประเภทใหม่ที่เรียกว่า ดาวแคระน้ำตาลเล็ก (sub-brown dwarf)

แต่ไม่ว่าจะเรียกว่าอะไร การค้นพบนี้ได้ช่วยให้นักดาราศาสตร์ได้เข้าใจวัตถุในย่านมวลที่กว้างขึ้น ตั้งแต่วัตถุเล็กจิ๋วจนถึงดาวฤกษ์ยักษ์มวลสูงที่อาศัยอยู่ในบริเวณกำเนิดดาว

ที่มา:

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *