ผู้นำต้องคิดให้แตกต่าง

ผู้นำต้องคิดให้แตกต่าง
มองมุมใหม่ : รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์ pasu@acc.chula.ac.th กรุงเทพธุรกิจ วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2550
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้นำเสนอความแตกต่างระหว่าง Leader กับ Manager แล้วมีโอกาสพบเจอท่านผู้อ่านหลายท่าน โดยส่วนใหญ่ก็มักจะมาสารภาพนะครับว่า สงสัยตัวเองจะมีความเป็น Manager มากกว่า Leader ซึ่งจริงๆ แล้ว ผมว่าท่านผู้อ่านจะเป็น Leader หรือ Manager นั้น อยู่ที่ตัวท่านผู้อ่านเป็นหลักนะครับ คงไม่ได้ขึ้นอยู่กับพันธุกรรมหรอกครับ ดังนั้น เราต้องเริ่มตั้งมั่นครับว่าจะพัฒนาตนเองเป็น Leader ให้ได้ และการจะเป็น Leader ให้ได้นั้น ปัจจัยที่สำคัญคือ การคิดให้แตกต่างครับ โดยเป็นการคิดในเชิงพัฒนาและสร้างสรรค์ด้วยนะครับ เพื่อที่จะได้นำพาองค์กร และหน่วยงานของท่านสู่ความก้าวหน้า
ถ้าเราสามารถคิดให้สร้างสรรค์และแตกต่างจากผู้อื่นได้นั้น ย่อมจะทำให้องค์กรและหน่วยงานของเรามีความแตกต่าง และพัฒนาที่แตกต่างจากผู้อื่น มิฉะนั้น ถ้าทุกคนคิดเหมือนกันหมด ในเชิงธุรกิจแล้วสินค้าและบริการ ก็จะออกมาในลักษณะเดียวกัน เพื่อตอบสนองต่อลูกค้ากลุ่มเดียวกัน ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นเมื่อใด ลูกค้าเองเมื่อทางเลือกต่างๆ เหมือนกันหมด ก็จะเลือกซื้อสินค้าหรือบริการ โดยพิจารณาที่ตัวราคาเป็นหลักครับ
ถ้าเรามองในภาพขององค์กรหรือหน่วยงานเป็นหลักแล้ว การที่องค์กรหรือหน่วยงานจะมีความแตกต่างทั้งในด้านของสินค้า บริการ หรือการดำเนินงานจากหน่วยงานได้นั้น ก็ต้องเริ่มจากบุคลากรในองค์กรที่สามารถคิดให้แตกต่างจากผู้อื่นก่อนครับ แต่ความยากในการคิดให้แตกต่าง อยู่ที่จุดเริ่มต้นครับ ทำอย่างไรถึงจะไม่ยึดติด ยึดมั่น ถือมั่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับวิธีการแบบเดิมๆ ที่เคยประสบความสำเร็จ หรือคิดว่าประสบความสำเร็จมาในอดีต เพราะถ้าขืนวิธีคิดของเรายังคงยึดมั่นกับสิ่งเดิมๆ ในอดีต
ท่านผู้อ่านที่อยากจะพัฒนาตัวเองเป็นผู้นำ อยากจะทำให้องค์กรและหน่วยงานของตนเองแตกต่างอาจจะไม่รู้ว่า จะเริ่มต้นกระบวนการในการคิดอย่างไร ก็ต้องเรียนว่าการคิดให้แตกต่างนั้น เริ่มจากพื้นฐานที่สำคัญสองประการครับ ประการแรก คืออย่ายึดติด ในสิ่งต่างๆ ดังที่ได้นำเสนอมาแล้ว ประการที่สอง คือ ต้องคอยเปิดตาให้กว้างไว้ครับ เพื่อมองหาจินตนาการ แรงบันดาลใจ ความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ และในการมองหาความคิดและโอกาสใหม่ๆ นั้น หลักสำคัญคือเราต้องอย่าไปยึดติดกับการมองเฉพาะในสิ่งที่เราคุ้นเคยนะครับ
การแสวงหาความคิดที่แตกต่าง หรือโอกาสใหม่ๆ นั้น เราไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากศูนย์ แต่อาจจะเป็นการยืมความคิด หรือนำความคิดใหม่ๆ นั้น มาจากธุรกิจหรืออุตสาหกรรมประเภทอื่น แล้วมาปรับใช้ในธุรกิจของเรา อย่างไรก็ดี การมองหาความคิดใหม่ๆ จากต่างอุตสาหกรรมนั้น ก็ต้องเริ่มต้นจากการปรับความคิดของเราก่อนนะครับ โดยเฉพาะความคิดที่ว่าธุรกิจของท่านแตกต่างจากผู้อื่น มีความเฉพาะตัว แล้วไม่สามารถเรียนรู้จากธุรกิจอื่นได้ ซึ่งต้องเรียนว่าไม่จริงครับ ถ้าท่านยังคิดแบบนั้นอยู่ แสดงว่าท่านยังวนเวียนกับอุปสรรคประการแรกในการคิดให้แตกต่างนะครับ นั้นคือความยึดติด
เรื่องที่แต่ละคนชอบคิดว่า องค์กรของตนแตกต่างและพิเศษนั้น ผมก็เจอมาเยอะครับ จากประสบการณ์ที่มีโอกาสเข้าไปสัมผัสองค์กรต่างๆ ทั้งภาคราชการและเอกชน จะพบอยู่เสมอครับว่าท่านผู้บริหารจากองค์กรจำนวนมากมักจะมีแนวคิดนี้อยู่ โดยเฉพาะที่จะชอบมองว่า องค์กรของตนเองนั้นมีลักษณะที่แตกต่างหรือแปลกกว่าที่อื่น ทำให้สิ่งต่างๆ ที่เคยใช้แล้วประสบความสำเร็จที่อื่นนั้น อาจจะใช้ไม่ได้ก็เป็นไปได้ ซึ่งสุดท้ายแล้ว สิ่งที่ผมพบก็คือถึงแม้องค์กรต่างๆ จะมีความแตกต่างกันไป แต่แนวทางต่างๆ นั้น สามารถปรับใช้ได้กับองค์กรทุกลักษณะครับไม่ว่าราชการหรือเอกชน
ถ้าเรามัวแต่คิดว่า องค์กรของเรามีความแตกต่างแล้ว ไม่สามารถเรียนรู้จากอุตสาหกรรมหรือธุรกิจชนิดอื่นได้นั้น ก็จะเป็นการปิดกั้นโอกาสในการแสวงหาสิ่งใหม่ๆ และโอกาสในการคิดให้แตกต่างนะครับ การมองสิ่งต่างๆ ก็จะเป็นการมองภายใต้กรอบหรือข้อจำกัดเดิมๆ
ถ้าท่านอยากจะพัฒนาตัวเองให้เป็นผู้นำ ก็ต้องเริ่มจากการพยายามคิด หรือมองสิ่งต่างๆ ให้แตกต่างจากที่เคย โดยต้องเริ่มต้นจากการลด ละ เลิก ยึดติดกับความเชื่อ หรือสิ่งเดิมๆ และแนวทางที่จะช่วยให้เราเริ่มคิดให้แตกต่างได้ ก็คือการลองเรียนรู้จากอุตสาหกรรมหรือธุรกิจอื่นๆ โดยอุตสาหกรรมหรือธุรกิจอื่นในที่นี้คือ ต้องเป็นคนละอุตสาหกรรมกันเลยนะครับ ไม่ได้หมายความถึงบริษัทอื่นที่เป็นคู่แข่งของท่านในธุรกิจเดียวกับท่าน เช่น
ถ้าท่านเปิดร้านกาแฟ แล้วท่านอยากจะสร้างความแตกต่างให้กับร้านกาแฟของท่าน ถ้าท่านมัวแต่ศึกษา และเรียนรู้จากร้านกาแฟอื่นๆ ท่านก็เพียงแต่ทำในสิ่งที่คนอื่นเขาทำกันมาแล้ว แต่ท่านลองเรียนรู้จากธุรกิจประเภทอื่นได้ไหม แล้วนำสิ่งที่เรียนรู้นั้นมาปรับใช้ เพื่อให้ท่านได้เกิดความแตกต่างจากผู้อื่น
หรือในการบริหารหน่วยงานก็เช่นเดียวกันครับ ถ้าท่านอยากจะให้หน่วยงานท่านเก๋ไก๋ เท่กว่าหน่วยงานอื่นในองค์กรท่าน ท่านก็ต้องหันไปเรียนรู้จากอุตสาหกรรมอื่นครับ เพื่อให้เกิดความแตกต่างจากหน่วยงานอื่นๆ ในองค์กรเดียวกับท่าน ในสัปดาห์หน้า ผมจะขอมาลงรายละเอียดเพิ่มเติมนะครับว่า ถ้าอยากจะคิดให้แตกต่างนั้น การเรียนรู้จากอุตสาหกรรมอื่นจะช่วยได้อย่างไร

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *