ผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงกีฬา 9

ผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงกีฬา 9
เสือคำรามในดีทรอยต์
ไมค์ อิลิช เจ้าของทีมไทเกอร์สยอมเสี่ยงทุ่มเงินเพิ่มหลังจากขาดทุนมานาน เพื่อพลิกฟื้นสถานการณ์ของทีมใหญ่แห่งเมือง
โดย เดวิด เวลช์
เย็นอันอบอุ่นวันหนึ่งช่วงปลายเดือนสิงหาคม ณ สนามเบสบอลโคเมริกา ปาร์ค ใจกลางเมืองดีทรอยต์ ทีมไทเกอร์สเจ้าบ้านกำลังไล่ล่าทีมเยือนอย่างนิวยอร์ก แยงกี้ส์เพื่อแย่งชิงอันดับที่ 4 ของเกมเพลย์ออฟรอบสุดท้าย บรรยากาศในสนามเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ผู้ชมที่แห่กันมาอย่างแน่นขนัดจากตั๋วที่ขายหมดเกลี้ยงลุกขึ้นยืนเบียดเสียดกัน เมื่อทีมไทเกอร์สตีลูกแล้วลูกเล่าจนนำสู่ชัยชนะ 16-0 เจ้าบ้านจบเกมที่ 4 ด้วยชัยชนะเหนือทีมแยงกี้ส์เจ้าของฉายาบรองซ์ บอมเบอร์ส ในเกมนี้มีแฟนๆ เข้าชมเต็มสนามทั้ง 170,000 ที่นั่ง บางคนยอมจ่าย 15 เหรียญเพื่อยืนบนระเบียงทางกำแพงด้านขวาของสนาม กลางเดือนกันยายนที่ผ่านมาไทเกอร์สทำสถิติเรียกคนดูเข้าชมการแข่งขันได้มากถึง 3 ล้านคนเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าจากจำนวนผู้ชมในปี 2003
วันนี้ตั๋วการแข่งขันของทีมไทเกอร์สกลายเป็นตั๋วที่ใครๆ ต่างก็ต้องการ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องความกระหายที่จะหวนคืนสู่ความสำเร็จ ความสำเร็จไม่ได้เกิดเฉพาะในสนามแข่งเท่านั้น ไม่เฉพาะแค่จำนวนผู้ชมที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่แผ่นป้ายโฆษณาทุกๆ แห่งของสนามยังถูกขายจนหมดเกลี้ยงเช่นกัน ไมเคิล อิลิช เจ้าของทีมกล่าวว่า ตั้งแต่ซื้อทีมมาในปี 1992 เขาเพิ่งทำเงินได้เป็นครั้งแรกเมื่อปีที่ผ่านมา เหตุผลหนึ่งคงเป็นเพราะการที่ทีมสามารถเข้าไปเล่นในการแข่งขันเวิลด์ ซีรี่ยส์ได้ในปีที่แล้ว ซึ่งช่วยเพิ่มยอดขายตั๋วฤดูกาลได้มากขึ้นถึง 2 เท่าตัวเป็นจำนวนกว่า 19,000 ที่นั่ง กระนั้นก็ตามในบทสัมภาษณ์เพียงไม่กี่ครั้ง อิลิชกล่าวว่า “การสร้างทีมเบสบอลเป็นเรื่องยากสำหรับผม เพราะมันเป็นกีฬาที่มีราคาแพงและคุณต้องเสียเงินเป็นจำนวนมาก”
แล้วอิลิชใช้วิธีใดถึงเปลี่ยนทีมที่ขาดทุนให้กลายเป็นทีมที่กำชัยชนะได้ คำตอบก็คือเขาทุ่มเงินเพิ่มอีกหลังจากที่สูญเสียเงินจำนวนมาก เรื่องเริ่มขึ้นในปี 2001 หลังจากช่วงระยะ 10 ปีที่ฤดูกาลประสบกับความพ่ายแพ้เสียเป็นส่วนใหญ่และขาดทุนอย่างมหาศาล อิลิชจึงตัดสินใจทุ่มหมดตัว ดังนั้น เขาจึงเริ่มปรับทีมงานที่สร้างแต่ความล้มเหลวให้กับทีม และตามจีบเดฟ ดอมบราวสกี้ให้มาร่วมงาน อิลิชจับตามองดอมบราวสกี้ตั้งแต่ตอนที่เขาสร้างทีมมอนทรีอัล เอ็กซ์โปส์ ด้วยเงินลงทุนไม่มากในช่วงต้นทศวรรษ 1990 จากนั้นเขานำทีมฟลอริด้า มาลินส์ ชนะการแข่งขันเวิลด์ซีรี่ยส์ในปี 1997 อิลิชให้สัญญากับดอมบราวสกี้ว่าจะทุ่มเงินซื้อตัวผู้เล่นฝีมือดีมาร่วมทีม และได้จ้างดอมบราวสกี้ให้เป็นผู้จัดการทั่วไปและประธานของไทเกอร์สในคราวเดียวกัน จากนั้นอิลิชจึงปัดฝุ่นสมุดเช็คของเขา “มีคนกล่าวว่า คุณต้องจ่ายเงินเพื่อสร้างเงิน” ดอมบราวสกี้กล่าว “และมิสเตอร์ไอก็เป็นคนแบบนั้น”
คำถามมีอยู่ว่า ทำไมเขาไม่ทำ “อย่างนี้” ตั้งแต่ 10 ปีแรกที่เข้ามาเป็นเจ้าของทีมไทเกอร์สล่ะ เขาเป็นคนเดียวกับผู้ก่อตั้งร้านพิซซ่า ลิตเติ้ล ซีซาร์สจากศูนย์ และยังเป็นคนเดียวกับคนที่พลิกฟื้นดีทรอยต์ เรด วิงส์ สโมสรฮอกกี้อาภัพที่มีคนท้องถิ่นตั้งฉายาว่า เดด วิงส์ ไปสู่การเป็นแชมป์สแตนลีย์ คัพถึง 3 ครั้งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และยังเป็นชายคนเดียวกับที่เคยเล่นตำแหน่งชอร์ตสต็อปในทีมเด็กสร้างของไทเกอร์สในยุคทศวรรษ 1950 อีกด้วย แต่อิลิชกลับทนอยู่กับผู้จัดการทั่วไปของไทเกอร์สหลายต่อหลายคนที่ไร้ฝีมือในการซื้อตัวผู้เล่น ปราศจากความสามารถพิเศษในการหาคนเก่งๆ เข้าร่วมทีม และยังสร้างสถิติพ่ายแพ้ที่ทำให้แฟนๆ ต้องเมินหน้าหนีเป็นสิบปี “ผมไม่ได้เลือกบุคลากรที่เหมาะสม” อิลิชกล่าว “ผมไม่ทุ่มจ่ายเงินในเวลานั้น เพราะทุกอย่างอยู่ในช่วงของความสับสน”
เมื่ออิลิชปัจจุบันในวัย 78 ได้พบกับฤดูกาลอันน่าสลดจนเพียงพอ เขาถังแตกแต่ทำในสิ่งที่เจ้าของทีมหลายๆ คนกลัว ทั้งเขาและดอมบราวสกี้ต้องการดาวเด่นของวงการเพื่อแสดงให้ผู้เล่นรายอื่นๆ เห็นว่า พวกเขาจริงจังกับการปรับปรุงทีมครั้งนี้ พวกเขาจึงเริ่มต้นจีบ อีแวน “พัดจ์” รอดริเกซ แคชเชอร์ตัวเก่งซึ่งเป็นผู้เล่นทีมออลสตาร์ตลอดกาล และเป็นว่าที่ผู้เล่นระดับหอเกียรติยศ ดอมบราวสกี้กล่าวถึงความคาดหวังของพวกเขาว่า “ผู้คนคงจะคิดกันว่า หากพัดจ์มาร่วมทีม (ดีทรอยต์) พวกเขาคงมีความแน่วแน่ที่จะเปลี่ยนแปลงทีมจริงๆ” อย่างไรก็ดี การได้พัดจ์เข้ามาร่วมทีมมีสัญญาณอันตราย 2 อย่าง เพราะรอดริเกซไม่ได้เป็นเพียงแค่ดาราเบสบอลที่มีอายุเท่านั้น แต่ยังมีปัญหาเกี่ยวกับหลังอีกด้วย ดังนั้นก่อนเซ็นสัญญากับแคชเชอร์ผู้นี้ในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2003 อิลิชได้พบกับรอดริเกซที่โรงพยาบาลนอกเมืองดีทรอยต์ เพื่อให้แพทย์ตรวจร่างกาย อิลิชได้ทำให้รอดริเกซเชื่อมั่นว่า เขาจะทำให้ทีมกลายเป็นผู้ชนะให้ได้ แม้ในความจริงแล้วไทเกอร์สจะพ่ายแพ้มาแล้วเกือบ 118 เกมก็ตาม รอดริเกซดูเหมือนจะเข้าใจดี แต่การตรวจของแพทย์กลับ “ไม่ใช่ผลการรายงานที่ดีนัก” อิลิชกล่าว “คนทั่วไปมักจะไม่มีความเห็นขัดแย้งต่อการตรวจร่างกายของแพทย์” แต่อิลิชก็ทำ และจัดการเซ็นสัญญากับแคชเชอร์ผู้นี้ด้วยค่าตัว 10 ล้านเหรียญต่อปี
หลังจากที่ได้พัดจ์เข้ามาร่วมทีม ดอมบราวสกี้กล่าวว่า ไทเกอร์สได้ตัวนักกีฬาชื่อดังมาแต่ก็มีปัญหาด้านร่างกาย แมกกลิโอ ออร์โดเนซ มือหวดจากทีมไวท์ซอกซ์ย้ายทีมมาด้วยสนนราคา 15 ล้านเหรียญต่อปี หลังเข้ารับการผ่าตัดใหญ่ที่หัวเข่า ขณะที่ทีมส่วนใหญ่อาจหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่เกิดจากการเดิมพันเช่นนี้ แต่ข้อตกลงทั้งสองก็ได้ผลตอบแทนสูงสุด ด้วยการกรุยทางสู่การแข่งขันเวิลด์ ซีรี่ยส์ ผลงานครั้งนี้ทำให้ดอมบราวสกี้สามารถดึงดูดนักหวดแกรี่ เชฟฟิลด์ จากทีมแยงกี้ส์ให้มาร่วมทีมด้วยค่าตัว 14 ล้านเหรียญต่อปี
บทเรียนเรื่องนี้สอนให้ทีมอื่นๆ รู้ว่า ถึงแม้ทีมไทเกอร์สต้องแบกภาระเงินเดือนพนักงานถึง 101 ล้านเหรียญต่อปีมากกว่าปี 2003 ถึง 2 เท่าตัว แต่ทีมสามารถทำเงินได้หรือหากทีมกำลังประสบปัญหาสภาพคล่องอย่างหนักธุรกิจอื่นๆ ที่มีสายสัมพันธ์กับทีมไทเกอร์สก็จะถูกถ่ายเทมาให้ความช่วยเหลือ ธุรกิจลิตเติ้ล ซีซาร์ส พิซซ่าของอิลิชทำเงินได้มหาศาลจากการขายพิซซ่าที่สนามโคเมริกา นอกจากนี้อิลิชยังทำกำไรได้เป็นกอบเป็นกำจากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์บริเวณรอบสนามเบสบอล ที่เขาสร้างขึ้นด้วยเงินสนับสนุนของรัฐในปี 2000 แต่อิลิชยังคงกล่าวว่า ทั้งร้านพิซซ่าและธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ของเขาไม่สามารถชดเชยการขาดทุนของทีมได้
อย่างไรก็ตามเหตุการณ์เหล่านั้นได้กลายเป็นอดีตไปแล้ว ปัจจุบันอิลิชกล่าวว่า ไทเกอร์สคือทีมที่สามารถสร้างรายได้และพึ่งตัวเองได้ หนึ่งในสัญญาณที่บ่งบอกถึงสุขภาพทางการเงินที่ดีขึ้น คือ รายรับของทีมที่เพิ่มขึ้น 11% ในปีนี้หรือคิดเป็นประมาณ 180 ล้านเหรียญ และแน่นอนที่สุดด้วยรายรับของทีมเพิ่มขึ้น ไทเกอร์สย่อมได้รับเงินสนับสนุนจากโครงการแบ่งรายได้ของเอ็มแอลบีน้อยลง ซึ่งโครงการดังกล่าวมีไว้เพื่อช่วยเหลือทีมที่มีรายได้ต่ำเพื่อช่วยยกระดับสนามกีฬาของทีม แต่ความช่วยเหลือนี้จะลดลงไปเรื่อยๆ เมื่อรายรับของทีมเพิ่มมากขึ้นและไทเกอร์สเริ่มจ่ายคืนหนี้ได้
แต่ทีมก็ควรจะอยู่รอดได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องพึ่งพาเงินช่วยเหลือจากทางเอ็มแอลบี เพราะดีทรอยต์ไม่ได้เป็นเพียงตลาดเล็กๆ เหมือนพิตต์สเบิร์กส์หรือแคนซัสซิตี้ แต่เมืองนี้เป็นเมืองที่มีผู้คลั่งไคล้กีฬาถึง 5.5 ล้านคน “อิลิชรู้ดีว่า เขามีตลาดที่ใหญ่และสนามใหม่เอี่ยมอยู่ในมือ” แอนดรู ซิมบอลลิสต์ ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์การกีฬาแห่งวิทยาลัยสมิธกล่าว “หากเขาเล่นได้ถูกวิธี เขาจะประสบความสำเร็จจากการลงทุน ตอนนี้อิลิชกำลังศึกษารูปแบบการทำธุรกิจของทีมบอสตัน เรดซอกซ์อยู่”
การที่จะทำให้ทีมได้รับการกล่าวขวัญถึงเหมือนทีมเรดซอกซ์นั้น ดอมบราวสกี้จะต้องสร้างองค์กรใหม่ให้มีอิทธิพลต่อทีมอื่นๆ แต่ในปี 2003 หรือหนึ่งปีหลังจากที่ดอมบราวสกี้เข้าร่วมทีม เบสบอลอเมริกา ได้จัดอันดับให้ทีมไทเกอร์สอยู่ในลำดับที่ 29 จากทั้งหมด 30 ทีมของการแข่งขันไมเนอร์ ลีก ดังนั้นดอมบราวสกี้จึงเริ่มหาผู้เล่นเก่งๆ เข้าร่วมทีม จนในปัจจุบัน เบสบอลอเมริกา จัดอันดับให้ทีมอยู่ในลำดับที่ 14 ของลีกแล้ว
อิลิชกล่าวว่า เขาประสบความสำเร็จกับเป้าหมายแรกที่ตั้งไว้สำหรับทีมไทเกอร์สแล้วที่สามารถเรียกแฟนๆ เข้าสนามได้มากกว่าทีมเรดซอกซ์ และนั่นคือผลของการทำการตลาดที่หลักแหลม เนื่องจากความฝืดเคืองทางด้านเศรษฐกิจของดีทรอยต์ทำให้ทีมต้องยื่นข้อเสนอทางธุรกิจที่คุ้มค่า บ็อบ เรย์มอนด์ รองประธานทีมไทเกอร์สที่ทำหน้าที่ดูแลยอดขายตั๋วกล่าว ปัจจุบัน ในคืนวันธรรมดาแต่ละครอบครัวสามารถซื้อตั๋ว 4 ใบพร้อมฮ็อตดอกและเครื่องดื่มได้ในราคา 63 เหรียญ และในฤดูกาลที่แล้ว อิลิชยังแจกรถของเจเนอรัล มอเตอร์สในการแข่งขันทุกสุดสัปดาห์อีกด้วย
การทำให้ผู้ชมเต็มอัฒจันทร์เป็นแค่ภาคแรกของยุทธศาสตร์ของอิลิชเท่านั้น ลำดับต่อไปเขาต้องการทำให้ไทเกอร์สเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของทั้งทีมแยงกี้ส์ และเรดซอกซ์ในการแข่งขันเบสบอลทุกปี แผนการของเขาคือ สร้างระบบการฝึกชั้นเยี่ยม (เขาเพิ่งเซ็นสัญญากับริค พอร์เชลโล พิตเชอร์จากโรงเรียนมัธยมปลายด้วยค่าตัว 7.3 ล้านเหรียญ) และเติมเต็มช่องว่างด้วยนักเบสบอลระดับมืออาชีพที่ช่ำชอง แม้อิลิชจะต้องจ่ายเงินเดือนพนักงานสูงขึ้น แต่เขายังคงจ่ายเงินแค่เพียงครึ่งเดียวของที่จอร์จ สไตน์เบรนเนอร์จ่าย และเพียง 2 ใน 3 ของที่เรดซอกซ์จ่ายเท่านั้น อย่างไรก็ดี อิลิชก็มีขอบเขตของตัวเอง เขาไม่มีทางที่จะตามซื้อตัวอเล็กซ์ รอดริเกซ ดาราของทีมแยงกี้ส์แน่นอนถ้าเขาว่างหลังจากฤดูกาลนี้ “นั่นต้องใช้เงินถึง 30 ล้านเหรียญ” อิลิชกล่าว “เรายังไม่พร้อมที่จะก้าวกระโดดขนาดนั้น”
แม้การบาดเจ็บอย่างต่อเนื่องของผู้เล่นจะดับฝันการชนะในการแข่งขันรอบเพลย์ออฟของฤดูกาลนี้ แต่อิลิชคิดว่า ไทเกอร์สจะเข้ารอบได้อีกแน่นอน เพราะอิลิชทุ่มเงินมหาศาลเพื่อฟื้นฟูทีม เขาจึงต้องเชื่อว่าทีมจะต้องทำได้ ถ้าหากแฟนๆ ทอดทิ้งทีมไปอีก อิลิชก็คงถูกทิ้งให้อยู่กับสัญญาราคาแพง และรายรับที่ทิ้งตัวลงเรื่อยๆ “หากเราตกอันดับและจำนวนผู้ชมลดลง มันจะกลายเป็นความเสี่ยงและเป็นเรื่องอันตราย” อิลิชกล่าว ด้วยเหตุนี้ มิสเตอร์ไอจึงรู้ดีเป็นอย่างยิ่งว่า “คุณจะไม่สามารถฉกชิงเบส 2 ได้เลย ถ้าเท้ายังแตะเบส 1 อยู่”

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *