ผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงกีฬา 3

ผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงกีฬา 3

สก็อตต์ โบราส
โดย แม็ทธิว โคล
“สุดยอดตัวแทน” ใช้แหล่งข้อมูลดึงดูดนักกีฬาเบสบอลผู้มีพรสวรรค์
มีสำนวนโบราณกล่าวไว้ว่ายิ่งสูงยิ่งหนาว หากเป็นเช่นนั้นจริง สก็อตต์ ดี โบราสก็ดูจะไม่ยี่หระ โบราสในวัย 54 ปีถือเป็นตัวแทนนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในวงการเบสบอล และอาจจะเป็นผู้ทรงอิทธิพลที่ทำเงินมากที่สุดในกีฬาประเภทนี้ ตัวแทนนักกีฬามักจะถูกมองว่า เป็นพวกขี้โกงเห็นแก่เงินและทำทุกอย่าง เพื่อให้ค่าตัวของนักกีฬาซึ่งเป็นลูกค้าของตัวเองสูงขึ้นโบราสก็เช่นกัน เขามักจะถูกเรียกว่า “ผู้ที่มีคนเกลียดมากที่สุด” และ “ผู้ทำลายวงการกีฬาของอเมริกา” “เมื่อคุณต้องเจรจาระหว่างเศรษฐีร้อยล้านกับเศรษฐีพันล้าน” โบราสเคยกล่าวไว้ “มันยากที่จะทำตัวอ่อนแอน่าสงสารอยู่ได้”
อย่างไรก็ตาม ความคิดริเริ่มของโบราสในการใช้สถิติการแข่งขันมาช่วยให้นักกีฬาลูกค้าของเขาฝึกซ้อมเพื่อยกระดับการเล่นให้ดีขึ้น ทำให้เขาสามารถเจรจาต่อรองค่าตัวของนักกีฬามูลค่ารวม 3 พันล้านเหรียญตลอด 30 ปีที่ผ่านมา รวมทั้งสัญญา 10 ปีมูลค่า 252 ล้านเหรียญของอเล็กซ์ โรดิเกซ ซึ่งถือเป็นสัญญามูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ ด้วยเหตุนี้เขาจึงถือเป็นผู้นำเทรนด์ เจฟฟ์ มูราด อดีตตัวแทนซึ่งปัจจุบันเป็นรองประธานบริหารทีมแอริโซนา ไดมอนด์แบ็คส์กล่าวว่าโบราสถือเป็นแนวหน้าในอุตสาหกรรมนี้เมื่อพูดถึงการฝึกซ้อม มูราดกล่าวต่อ “สก็อตต์อยู่ในฐานะผู้นำกระแสแนวคิด”
โบราสเติบโตขึ้นมาในฐานะลูกชายคนเดียวของชาวนา ผู้อาศัยอยู่ทางตอนใต้ของเมืองซาคราเมนโต รัฐแคลิฟอร์เนีย และอุทิศตนให้กับกีฬาเบสบอลอย่างมาก ในช่วง 5 ปีที่เขาทำงานในไมเนอร์ ลีก เขาได้ศึกษาธุรกิจเวชภัณฑ์ในมหาวิทยาลัยแปซิฟิก ที่ซึ่งเขาเรียนรู้วิธีการทำตลาดยาและเวชภัณฑ์ใหม่ๆ โดยการตั้งมูลค่าเพื่อเก็งกำไร ทักษะดังกล่าวเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะใช้ในการขายนักกีฬาเบสบอลหนุ่มๆ ที่ยังไม่เคยเล่นในลีกใหญ่ๆ ได้อย่างดี เขาเพิ่มพูนความรู้ด้วยการเรียนต่อด้านกฎหมาย แต่ก็ออกมาอย่างรวดเร็วเพื่อทำธุรกิจในวงการเบสบอลในการเป็นผู้เจรจาเซ็นสัญญาในไมเนอร์ ลีกให้อดีตเพื่อนร่วมทีมของตน จนปี 1980 เขาตัดสินใจว่าจะประกอบอาชีพเป็นตัวแทนนักกีฬาเบสบอล
สิ่งที่ทำให้โบราสแตกต่างจากเพื่อนร่วมอาชีพคนอื่นๆ และทำให้เขาทรงอิทธิพล คือ การที่เขาใช้สถิติในการทำงาน เบสบอลเป็นกีฬาแห่งประวัติศาสตร์และตัวเลข วิธีการของโบราสคือจำแนกและจัดระเบียบข้อมูล โดยการใช้สถิติในการอธิบายความสามารถในการเล่นของนักกีฬาที่เขาเป็นตัวแทนและช่วยศึกษาความสำเร็จและความล้มเหลวในสนามแข่ง
ช่วงต้นทศวรรษที่ 90 โบราสให้นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ของนาซ่าและนักศึกษาเอกเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดสร้างฐานข้อมูลจากสถิติการแข่งขันตั้งแต่ปี 1871 จนถึงปัจจุบัน ระบบดังกล่าว ซึ่งใช้เงินในการสร้างหลายล้านเหรียญสามารถเก็บคะแนนการขว้างลูกทุกลูก และการขึ้นตีทุกครั้งในเมเจอร์ ลีกแบบเรียลไทม์ สำนักงานใหญ่ของบริษัท โบราส คอร์ปในเมืองนิวพอร์ตบีช รัฐแคลิฟอร์เนีย นั้นมีหน้าตาคล้ายบริษัทซื้อขายหลักทรัพย์ในวอลล์สตรีทมาก โดยมีโต๊ะทำงานที่มีแผงหน้าจอแบนเรียงเป็นแถวซึ่งแสดงการรับข้อมูลการเล่นของนักกีฬาที่เป็นลูกค้าแบบนาทีต่อนาที
เนื่องจากโบราสไม่สามารถการันตีได้ว่า ลูกค้าของเขาจะเล่นได้ดี เขาจึงนำส่วนอื่นๆ มาเสริมเพื่อให้มั่นใจว่านักกีฬาที่เป็นลูกค้าเล่นให้ได้ดี ในปี 2003 เขาเปิดสถาบันฝึกสอนกีฬาใกล้ๆ เมืองอะลิโซเวโจ โดยมีอดีตผู้ฝึกสอนจากเมเจอร์ ลีกมาอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าหนุ่มๆ พร้อมมีโปรแกรมการฝึกที่จัดให้เข้ากับความสามารถอันโดดเด่นและตำแหน่งการเล่นของลูกค้า โบราสเป็นคนแรกที่นำการฝึกซ้อมของนักกีฬาออกจากทีมเบสบอล ในช่วงแรกมีเสียงบ่นโวยของโค้ชอยู่เหมือนกัน โดยอ้างว่าเป็นหน้าที่ของเขาที่จะกำหนดเงื่อนไขและดูแลนักกีฬาอย่างไร โบราสกล่าวว่าแนวคิดนี้เกิดขึ้นเพื่อให้แน่ใจว่านักกีฬาลูกค้าของเขาจะมีอุปกรณ์พร้อมเพื่อให้มีความสามารถอย่างที่ต้องการในสัญญา “ยิ่งคุณให้นักกีฬาดีๆ อยู่ในเกมนานขึ้นเท่าไหร่ มันจะยกระดับของเกมและเพิ่มรายได้อีกด้วย เนื่องจากแฟนๆ สนใจมากที่จะดูนักกีฬาเก่งๆ เล่น”
เดือนพฤศจิกายนนี้ โบราสจะทำลายสถิติของตัวเอง ด้วยสัญญาใหม่ของโรดิเกซมูลค่า 300 ล้านเหรียญ ซึ่งเขาจะได้ส่วนแบ่ง 5% อนาคตของเขาจึงดูสดใสมาก เมื่อเบสบอลเป็นกีฬาอาชีพชนิดเดียวที่ไม่มีการจำกัดเพดานเงินเดือนของนักกีฬา ขณะที่จำนวนผู้ชมก็ทำท่าว่าจะมากขึ้นจนทำลายสถิติ รายได้ต่อปีของเมเจอร์ ลีก เบสบอลโดยประมาณอยู่ที่ 6 พันล้านเหรียญในปีนี้ และต่อไปจะเติบโตอย่างต่อเนื่องเป็นเลขสองหลัง แล้วสุดท้ายโบราสก็จะสามารถเรียกเงินเดือนให้ลูกค้าของเขาได้สูงขึ้นอีก นั่นแหละความมีอิทธิพล

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *