ผลวิจัยชี้’เงินเดือนน้อย ไม่ก้าวหน้า’ต้นเหตุเปลี่ยนงานบ่อย

ผศ.ดร.นำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)ธัญบุรี ทำงานวิจัย เรื่อง การเปลี่ยนงานของผู้อยู่ในระยะเริ่มต้นของวัยทำงาน (Young Switching Jobs) เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนงานของบัณฑิตที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาและอยู่ในระยะเริ่มต้นของวัยทำงาน เพื่อให้สถาบันการศึกษาสามารถตอบสนองกับความต้องการของตลาดแรงงานและพัฒนาคุณภาพของบัณฑิตให้พร้อมที่จะก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงาน

“การทำงานวิจัยเรื่องนี้เนื่องมาจากผมมีความรู้สึกเป็นห่วงบุคลากรของประเทศที่ขยันเปลี่ยนงานบ่อย บางคนอาจเปลี่ยนงานเพราะต้องการเงินเดือนที่สูงกว่า เปลี่ยนเพราะทนต่อระบบงานไม่ได้ เข้ากับคนในที่ทำงานไม่ได้ หรือเปลี่ยนเพราะอยากทดลองงานใหม่ ๆ อยู่เสมอ เหล่านี้เป็นต้น ซึ่งผลกระทบที่ตามมาแน่นอนคือ การหยุดชะงักของระบบงานในหน่วยงานนั้น ๆ ความเชี่ยวชาญชำนาญของผู้ที่เปลี่ยนงานเอง ก็เปรียบเหมือนต้นไม้ถ้าย้ายกระถางปลูกบ่อย ๆ มันก็จะยังไม่มีรากที่แข็งแรงเติบโตสักที” ผศ.ดร.นำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์ อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าว

นอกจากนี้อธ.มทร.ธัญบุรียังกล่าวอีกด้วยว่าข้อมูลที่ใช้ในการศึกษาได้จากแบบสอบถามทางอินเทอร์เน็ตจำนวน 382 คน และการสอบถามโดยผ่านแบบสอบถามฉบับสมบูรณ์ จำนวน 1,407 คน การวิเคราะห์ข้อมูลจะใช้วิธีทางสถิติในเชิงพรรณรา (Descriptive Analysis) และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (Content Analysis) เพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับผู้อยู่ในระยะเริ่มต้นของวัยทำงานใน 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ สถานการณ์เกี่ยวกับงานที่ทำ ระดับความพึงพอใจที่มีต่อสภาพการทำงานปัจจุบัน การพัฒนาศักยภาพในการทำงาน และปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนงาน

โดยผลการศึกษาพบว่าร้อยละ 61.62 ของกลุ่มตัวอย่างเคยเปลี่ยนงานทั้งงานประจำและงานชั่วคราว สาเหตุหลักเกิดจาก
ผลตอบแทนที่เป็นตัวเงินไม่คุ้มค่า ขาดความก้าวหน้า โอกาส สวัสดิการน้อย ต้องการประสบการณ์จากหน่วยงานอื่น เวลาทำงานไม่เหมาะสม และต้องการศึกษาต่อ ร้อยละ 39.59 มีแนวโน้มจะย้ายงานถ้ามีโอกาส อุปสรรคในการหางานที่สำคัญที่สุด คือ

การขาดประสบการณ์ วุฒิการศึกษาไม่ตรงตามความต้องการ และขาดข้อมูลแหล่งงาน ในด้านความพึงพอใจต่อสภาพการทำงานปัจจุบันอยู่ที่ระดับมาก – มากที่สุด (ร้อยละ 47.05) ส่วนที่เหลือมีความพึงพอใจในระดับที่น้อยลง ปัจจัยที่ทำให้ความพึงพอใจในการทำงานอยู่ในระดับต่ำ ได้แก่ การขาดความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน รายรับไม่เหมาะสมและขาดความมั่นคงในการทำงาน

งานวิจัยได้หาทางออกสำหรับแนวทางแก้ไขผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนงานของผู้อยู่ในระยะเริ่มต้นของวัยทำงานในระดับตัวบุคคล ได้แก่ การเลือกศึกษาในสาขาที่ตลาดต้องการ การเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน การวางแผนเพื่อการพัฒนาตนเอง การแก้ไขผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนงานในระดับสถานประกอบการ ได้แก่

การสร้างทุนโครงสร้าง (Structure Capital) และทุนความสัมพันธ์ (Relational Capital) ทดแทนทุนบุคลากร (Human Capital) การปรับปรุงสภาพแวดล้อมขององค์กร การกำหนดเส้นทางความก้าวหน้าทางอาชีพ การปรับสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานของผู้อยู่ในระยะเริ่มต้นวัยทำงาน

การกำหนดมาตรฐานของบุคลากร การจ้างงานนักศึกษา การรับนักศึกษาฝึกงาน การแก้ไขผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนงานในระดับสถาบันการศึกษา ได้แก่ การปรับปรุงมาตรฐานการศึกษา การปรับปรุงหลักสูตรให้ทันสมัยสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน

ส่วนแนวทางแก้ไขปัญหาอธิการบดีกล่าวว่าเนื่องจากพฤติกรรมของคนในสังคมเปลี่ยนไป ดังนั้นผู้เกี่ยวข้องกับการจ้างงานจะต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป เพื่อลดผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนงาน ทั้งนี้สถาบันการศึกษาจะต้องเป็นหลักในการแก้ไขผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนงาน

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *