ผมร่วง นอนไม่หลับ เพลียเรื้อรัง สัญญาณเตือน ‘ไตอ่อนแอ’

ผมร่วง นอนไม่หลับ เพลียเรื้อรัง สัญญาณเตือน ‘ไตอ่อนแอ’
• คุณภาพชีวิต
เร่งบำบัดรักษา ก่อนพัฒนากลายเป็นโรคร้าย

อาการอ่อนเพลียเรื้อรังและมึนศีรษะเป็นประจำมาร่วมปี ปัสสาวะบ่อย ขี้หนาว นอนไม่หลับ สะดุ้งตื่นเป็นประจำ ปวดเมื่อยตามร่างกาย เท้าบวม ผิวหน้าหมองคล้ำ และผมร่วง ทั้งๆ ที่ผลตรวจร่างกายก็เป็นปกติ???

คุณเคยสงสัยบ้างไหมว่า เมื่อผลการตรวจทุกอย่างเป็นปกติ แต่ทำไมตนเองกลับมีอาการผิดปกติ เกิดจากความเครียดหรืออุปทานไปเองจริงหรือไม่!!? จริงๆ แล้วสารพัดอาการกล่าวมาข้างต้นนั้น หากวินิจฉัยตามหลักการแพทย์จีนคือ เกิดจากภาวะไตอ่อนแอ ซึ่งเป็นศัพท์เฉพาะของการแพทย์จีนที่ได้มีการบันทึกในตำราการแพทย์จีนมาแล้วนับพันปี

ภาวะไตอ่อนแอไม่ใช่โรคไตในความหมายของการแพทย์ตะวันตก หากหมายถึงสภาพไตกำลังเสื่อมลง ไม่แข็งแรงเท่าที่ควร ทำให้ไตขับน้ำส่วนเกินและของเสียออกจากร่างกายลดลง เกิดผลกระทบต่อดุลยภาพ ของอิเล็กโทรไลต์และความเป็นกรดด่างในร่างกาย

รวมทั้งเกิดภาวะพร่องฮอร์โมนสำคัญหลายชนิดที่สร้างขึ้นจากไตและต่อมหมวกไตด้วย การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้จะนำไปสู่อาการผิดปกติของอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย หากไม่มีการบำบัดรักษาอย่างทันท่วงที ก็จะแก่ก่อนวัยและพัฒนากลายเป็นโรคร้ายต่างๆ เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง อัมพฤกษ์ อัมพาต โรคเกาต์ โรคภูมิแพ้ โรคซึมเศร้า เป็นต้น หรืออาจพัฒนากลายเป็นโรคไตและไตวายได้ในที่สุด

ไตมีบทบาทอย่างไรกับชีวิต…

ไตมีบทบาทสำคัญยิ่งในการควบคุมการเจริญเติบโตของร่างกาย การพัฒนาสมอง การสร้างกระดูก การสร้างเม็ดเลือด สมรรถภาพทางเพศ การสืบพันธุ์และความชรา ทั้งยังมีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับระบบการทำงานของหัวใจ ปอด ตับ ม้าม ระบบฮอร์โมน ระบบประสาทและระบบภูมิคุ้มกันด้วย

ดังนั้น การแพทย์จีนจึงเปรียบไตเป็นรากฐานของชีวิตและให้ความสำคัญในการบำรุงรักษาไตอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างเสริมสุขภาพหรือบำบัดหลายๆ อาการให้หายพร้อมๆ กัน

ซึ่งเป็นวิทยาการอันล้ำค่าของการแพทย์แผนจีนและมีบทบาทสำคัญในการดูแลรักษาสุขภาพชาวจีนในทุกๆ สมัย จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมจีนไปแล้ว

สาเหตุใดที่ทำให้ไตเสื่อมเร็วกว่าปกติ…

ไตจะเสื่อมลงตั้งแต่อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นความเสื่อมของร่างกายที่เป็นไปตามวัฏจักรของเกิดแก่เจ็บตาย จึงไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ส่วนจะเสื่อมเร็วช้ามากหรือน้อยจะไม่เท่ากันในแต่ละคน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง อาทิ

1.กรรมพันธุ์ พ่อแม่ไม่แข็งแรงหรือมีลูกตอนอายุน้อยหรือหรืออายุมากเกินไป หรือมีลูกหลายคน หรือตอนตั้งครรภ์คุณแม่ไม่มีการพักผ่อนและบำรุงอย่างเพียงพอ หรือคลอดก่อนกำหนด ไตของลูกก็จะอ่อนแอตั้งแต่กำเนิด

2.การมีเพศสัมพันธ์มากเกินควร ทำให้ไตสูญเสียพลัง

3.ประสบอุบัติเหตุ ไตถูกกระทบกระเทือน

4.ทำงานหนัก ทำงานเกินกำลังหรือหามรุ่งหามค่ำ ดูทีวี เล่นเกมคอมพิวเตอร์จนอดหลับอดนอน

5.ผลกระทบจากโรคเรื้อรังต่างๆ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน มะเร็ง SLE อัมพฤกษ์ อัมพาต วัณโรค โรคเกาต์ ฯลฯ

6.ปัจจัยเสี่ยงในชีวิตประจำวัน ผลข้างเคียงจากการใช้น้ำยาเคมีมากเกินไป เช่น ยาคุมกำเนิด ยาลดความอ้วน ฮอร์โมนทดแทน เป็นต้น ความเครียด มลภาวะเป็นพิษ ยาฆ่าแมลงที่ตกค้างในผักและผลไม้ สารฮอร์โมนที่สะสมในเนื้อสัตว์ อาหารทะเลที่แช่ฟอร์มาลีนหรือได้รับสารปนเปื้อนจากสิ่งแวดล้อม

สารโซเดียมที่อยู่ตามอาหาร ขนมขบเคี้ยว และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เช่น ผงชูรส ผงฟู เป็นต้น อาหารรสจัด รสเค็ม อาหารและเครื่องดื่มที่ผสมสี ฯลฯ

ปัจจัยดังกล่าวล้วนแต่ทำให้ไตเสื่อมลงอย่างรวดเร็วและก่อนวัยอันควร เราจึงพบบ่อยๆ ว่า หลายๆ คนแม้ว่ายังอยู่ในวัยหนุ่มสาว แต่ก็มีอาการของภาวะไตอ่อนแออย่างครบครัน

ภาวะไตอ่อนแอจะแสดงอาการอื่นๆ อย่างไรบ้าง??

ภาวะไตอ่อนแอจะแสดงอาการหลากหลายตามระบบต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งอาจแสดงอาการใดอาการใดอาการหนึ่ง หรือหลายๆ อาการพร้อมกันก็ได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสภาพความเสื่อมโทรมของไต อายุ และระยะเวลาที่เรื้อรัง

1.ระบบทางเดินปัสสาวะ ปัสสาวะบ่อยโดยเฉพาะตอนกลางคืนต้องลุกขึ้นมาปัสสาวะ ปัสสาวะกะปริดกะปรอย กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ บวมน้ำตามร่างกาย ฯลฯ

2.ระบบกล้ามเนื้อและกระดูก ปวดหลัง ปวดเอว ขาแขนอ่อนแรง เป็นตะคริวบ่อย หนาวหรือชาตามมือตามเท้า ปวดตามข้อ กระดูกพรุน โรคเกาต์ ฯลฯ

3.ระบบประสาท นอนไม่หลับ ฝันบ่อย เวลานอนแขนขากระตุกหรือสะดุ้งตื่นเป็นประจำ หรือฝันว่าตกจากที่สูงจนตกใจตื่นเป็นประจำ ขี้หลงขี้ลืม ขาดสมาธิ วิงเวียน ปวดศีรษะ ซึมเศร้า วิตกกังวล อ่อนเพลียเรื้อรัง ขี้หนาว ฯลฯ

4.ระบบทางเดินอาหาร เบื่ออาหาร ลำไส้แปรปรวน อุจจาระร่วงเป็นประจำ ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องผูก ฯลฯ

5.ระบบภูมิต้านทาน เป็นหวัดบ่อยหรือเป็นหวัดง่าย ลมพิษ สะเก็ดเงิน เริม SLE ฯลฯ

6.ระบบทางเดินหายใจ ระคายคอบ่อย ไอเรื้อรัง หอบหืด ฯลฯ

7.ระบบสืบพันธ์ หย่อนสมรรถภาพทางเพศ หลั่งเร็ว ประจำเดือนมาผิดปกติ ช่องคลอดไม่กระชับ มีบุตรยากหรือแท้งบุตร เข้าสู่วัยทองก่อนวัยอันควร ฯลฯ

8.สภาพร่างกายภายนอก ผิวหน้าหมองคล้ำ หยาบกร้าน มีฝ้าบนใบหน้า ใต้ตาหมองคล้ำ หน้าอกหย่อนยาน ผมร่วง ผมหงอกก่อนวัย น้ำหนักขึ้นหรือลงอย่างฮวบฮาบ ฯลฯ

9.หู-ตา หูอื้อ ตาพร่า น้ำในหูไม่เท่ากัน ฯลฯ

วิธีการบำบัดแบบองค์รวมของการแพทย์จีนคือ

สำหรับอาการต่างๆ ที่เกิดจากภาวะไตอ่อนแอ ไตเสื่อม แพทย์แผนจีนจะมีวิธีการรักษาแล้วได้ผลดี คือ การฝังเข็มเพื่อช่วยปรับสมดุลในร่างกาย โดยต้องใช้ระยะเวลาในการฝังและทำอย่างต่อเนื่องจึงจะได้ผลดี

และอีกวิธีหนึ่งคือ ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันให้ถูกสุขลักษณะ ทานอาหารเสริมประเภทสมุนไพร ยาหม้อ และรักษาแต่เนิ่นๆ ด้วยวิธีต่างๆ อาทิ การฝังเข็ม การนวดทุยนา การนั่งสมาธิ เรียนจี้กง รวมถึงการรำไทเก๊กอีกด้วย

เนื่องจากอาการของภาวะไตอ่อนแอมักจะเรื้อรังอย่างช้าๆ จนเราคุ้นเคยกับความผิดปกติของร่างกายถึงขนาดลืมไปแล้วว่า ตอนปกติจริงๆ นั้นเป็นอย่างไร

นอกจากนี้ ผลการตรวจการทำงานของไต ตามหลักการแพทย์ตะวันตกที่ต้องรอให้ไตเสียไปมากกว่า 70% ถึงจะแสดงค่า BUN และ Creatinine ที่สูงขึ้นนั้นก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนจำนวนมากเข้าใจผิดและชะล่าใจว่า ถ้าผลตรวจยังปกติอยู่ก็แสดงว่า ไตยังแข็งแรง ทั้งๆ ที่ไตอาจเสื่อมไปมากแล้วก็ตาม

วิธีการรักษาของการแพทย์จีนจะเน้นการบำรุงรักษาไตเป็นหลัก เพื่อบำบัดหลายๆ อาการของภาวะไตอ่อนแอไปพร้อมๆ กัน ทั้งๆ ที่แต่ละอาการดูเหมือนจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันในมุมมองของการแพทย์ตะวันตกก็ตาม เมื่อไตแข็งแรงขึ้น อาการของภาวะไตอ่อนแอทั้งหลายก็จะค่อยๆ ทุเลาลง หรืออาจหายไปในที่สุด

ที่มา: หนังสือพิมพ์บางกอกทูเดย์

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *