ปัญหาเกี่ยวกับตัวแทนบริษัทรับประกันชีวิต (4)

ปัญหาเกี่ยวกับตัวแทนบริษัทรับประกันชีวิต (4)

7. หน้าที่และความรับผิดของผู้รับประกันชีวิต

ผู้รับประกันชีวิตมีหน้าที่และความรับผิดชอบต่อคู่สัญญาต่อไปนี้
1) ต้องส่งมอบกรมธรรม์ประกันชีวิตแก่ผู้เอาประกัน (มาตรา 867 )
2) เมื่อบอกล้างสัญญา ต้องคืนค่าไถ่ถอนกรมธรรม์ตามมาตรา 892 หรือ 895 หรือต้องคืนเบี้ยประกันตามมาตรา 893 หรือต้องใช้เงินค่าเวนคืนกรมธรรม์ประกันภัย หรือส่งมอบกรมธรรม์ใช้เงินสำเร็จตามมาตรา 894
3) ต้องใช้เงินตามสัญญาตามเงื่อนไขแห่งกรมธรรม์ประกันภัย ( มาตรา 889, มาตรา 895 )

ตัวอย่างคำพิพากษาฎีกา
คำพิพากษาฎีกาที่ 764 / 2519 ส. เอาประกันอุบัติเหตุ กรมธรรม์ยกเว้น กรณีฆาตกรรมมีคนร้ายขว้างลูกระเบิดมายังโต๊ะที่ ส. นั่งอยู่กับคนอีก 3 คน ทำให้ ส. กับอีกคนหนึ่งตายโดยตั้งใจฆ่าคนอื่น เป็นอุบัติเหตุซึ่งบริษัทประกันภัยต้องรับผิดไม่ใช่ฆาตกรรม

คำพิพากษาฎีกาที่ 806 / 2518 ผู้เอาประกันชีวิตออกเช็คลงวันที่ล่วงหน้าชำระเบี้ยประกันภัยช้ากว่ากำหนด ซึ่งเงื่อนไขในกรมธรรม์ระบุว่าสัญญาสิ้นอายุ การต่ออายุต้องพิสูจน์สุขภาพและเสียดอกเบี้ยร้อยละ 8 ต่อปี ในจำนวนที่ค้างชำระด้วย แต่ผู้รับประกันภัยได้ยอมรับเช็คนั้นโดยไม่ทักท้วง เห็นได้ว่าผู้รับประกันภัยสละเงื่อนไขแล้ว ผู้เอาประกันชีวิตตายก่อนถึงวันในเช็ค ผู้รับประกันภัยต้องใช้เงินตามกรมธรรม์แก่ผู้รับประโยชน์
คำพิพากษาฎีกาที่ 1806 / 2500 เมื่อผู้เอาประกันชีวิตได้ชำระเบี้ยประกันภัยแก่แก่ผู้แทนของผู้รับประกันชีวิตภายในกำหนดเวลาที่ผู้รับประกันชีวิตผ่อนเวลาให้ตามกรมธรรม์แล้ว แม้ผู้แทนนั้นจะไม่ได้ปฏิบัติตามระเบียบของผู้รับประกันชีวิตอย่างไร ระเบียบนั้น จะนำไปผูกมัดผู้เอาประกันชีวิตเพื่อปฏิเสธการใช้เงินตามสัญญาโดยอ้างว่าสัญญาขาดอายุเพราะผู้เอาประกันชีวิตไม่ส่งเบี้ยประกันภัยตามกำหนดไม่ได้

8. ข้อยกเว้นความรับผิดของผู้รับประกันชีวิต

มาตรา 895 บัญญัติว่า “ เมื่อใดจะต้องใช้เงินในเหตุมรณะของบุคคลหนึ่งคนใด ท่านว่าผู้รับประกันภัยจำต้องใช้เงินนั้นในเมื่อมรณภัยอันนั้นเกิดขึ้น เว้นแต่
(1) บุคคลนั้นได้กระทำอัตวินิบาตด้วยใจสมัครภายในปีหนึ่งนับแต่วันทำสัญญา หรือ
(2) บุคคลผู้นั้นถูกผู้รับประโยชน์ฆ่าตายโดยเจตนา
ในกรณีที่ 2 นี้ ท่านว่าผู้รับประกันภัยจำต้องใช้เงินค่าไถ่ถอนกรมธรรม์ให้แก่ผู้เอาประกันภัยหรือให้แก่ทายาทของผู้นั้น”

เหตุที่กฎหมายบัญญัติยกเว้นความรับผิดของผู้รับประกันภัยไว้ ก็ด้วยวัตถุประสงค์ป้องกันมิให้มีการทำสัญญาประกันชีวิตเพื่อหวังเงินประกัน อาจเป็นได้ที่ผู้เอาประกันชีวิตตั้งใจจะฆ่าตัวตายอยู่แล้วจึงทำสัญญาประกันชีวิตโดยหวังว่าทายาทจะได้รับประโยชน์จากเงินประกัน กฎหมายจึงลงโทษผู้นั้นด้วยการให้หมดสิทธิได้รับชดใช้เงินตามสัญญา แต่อย่างไรก็ตามกฎหมายก็ยังคำนึงด้วยเหมือนกันว่าหากถือหลักนี้โดยไม่จำกัดเวลาไว้บ้างก็เป็นการผูกมัดผู้เอาประกันเกินไป เพราะเมื่อทำสัญญาประกันชีวิตแล้ว นานๆผู้เอาประกันอาจมีเหตุเกี่ยวกับสภาพจิตใจคิดฆ่าตัวตาย และฆ่าตัวตายไปจริงๆ ซึ่งสาเหตุของการฆ่าตัวตายอาจไม่ใช่จากการหวังเงินประกันตามสัญญาก็ได้ ถ้าเช่นนั้นจะปรับให้เป็นผิดแก่ผู้เอาประกันถึงขนาดหมดสิทธิได้รับใช้เงินตามสัญญาทั้งๆที่ผู้เอาประกันก็ได้ส่งเบี้ยประกันมาเป็นเวลานานแล้วเช่นนี้ก็ดูจะไม่เป็นธรรมกับผู้เอาประกัน จากเหตุดังกล่าวกฎหมายจึงได้กำหนดเวลาไว้ 1 ปี โดยเชื่อว่า ถึงแม้จะมีบุคคลต้องการทำสัญญาประกันชีวิตแล้วคิดจะฆ่าตัวตายเพื่อให้ทายาทได้รับเงินนั้น ผู้นั้นก็ต้องรอถึง 1 ปี ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวความนึกคิดความรู้ผิดชอบของผู้นั้นควรจะดีขึ้นประกอบกับโดยทั่วไปบุคคลทุกคนย่อมรักชีวิตของตัวเอง ฉะนั้นการฆ่าตัวตายเพื่อหวังเงินประกันหลังจากทำสัญญาประกันชีวิตแล้วถึง 1 ปี จึงไม่น่าจะมีขึ้น

ส่วนกรณีผู้เอาประกัน หรือถูกเอาประกันชีวิตถูกผู้รับประโยชน์ฆ่าตายโดยเจตนา กฎหมายต้องการลงโทษผู้รับประโยชน์ด้วยจึงบัญญัติไม่ให้ผู้รับประโยชน์ได้รับเงินประกันชีวิตนั้นเลย

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *