ปวดประจำเดือนรุนแรง สัญญาณเตือนภัยโรคมะเร็ง

ปวดประจำเดือนรุนแรง สัญญาณเตือนภัยโรคมะเร็ง
• คุณภาพชีวิต
‘ภัยใกล้ตัว’ ที่ผู้หญิงไม่ควรมองข้าม

ปัจจุบันมีผู้หญิงเป็นจำนวนมากที่ต้องทนทุกข์ทรมานจากการปวดประจำเดือน ทำให้สูญเสียโอกาสและรายได้จากความเจ็บปวดที่รบกวนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และยังคอยบั่นทอนสภาพอารมณ์และจิตใจของผู้หญิง กลายเป็นอุปสรรคสำคัญในการดำเนินชีวิต ส่งผลให้ผู้หญิงมีคุณภาพชีวิตลดลง ดังนั้นปัญหาการปวดประจำเดือนจึงไม่ใช่เรื่องเล็กที่ผู้หญิงจะมองข้ามอีกต่อไป

มูลนิธิเพื่อนหญิงได้เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าวของผู้หญิง จึงได้จัดโครงการ “แหวนห่วงใย เตือนภัยสุขภาพเพื่อนหญิง” เพื่อให้ผู้หญิงได้ตระหนักถึงอาการปวดประจำเดือนอย่างรุนแรง ซึ่งมีความเสี่ยงในการเกิดโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) และเป็นสัญญาณเตือนของการพัฒนาไปสู่โรคช็อกโกแลตซีสต์ ซึ่งอาจทวีความรุนแรงจนสามารถเกิดโรคมะเร็งได้ในอนาคต

โครงการนี้มีที่ปรึกษาเป็นคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านสูตินรีเวช “สุวิทย์ บุณยะเวชชีวิน” แพทย์ประจำคณะสูตินรีเวชวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งคุณหมอเปิดเผยว่า “…ปัจจุบันมีผู้หญิงส่วนใหญ่มักเกิดอาการปวดประจำเดือน ตรงบริเวณท้องน้อยอาจปวดเป็นพักๆ หรือปวดต่อเนื่อง ถือเป็นอาการปวดแบบปฐมภูมิซึ่งไม่เป็นอันตราย แต่จากการวิจัยพบว่าผู้หญิงไทยที่มีอาการปวดประจำเดือนรุนแรง มีมากถึง 59% ซึ่งมีโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ถึง 10% โดยจะมีอาการปวดบริเวณท้องน้อยอย่างรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และมีอาการเป็นประจำเรื้อรังทุกๆ เดือน อาจถึงขนาดหน้ามืดเป็นลม หรืออาการปวดท้องน้อยเวลามีเพศสัมพันธ์ หรือเวลาถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระ

แต่เป็นที่น่าตกใจว่ามีผู้หญิงมากถึง 90% ที่ปวดประจำเดือนแต่ไม่เคยไปพบแพทย์ เพราะคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย และเป็นเรื่องธรรมดา หรือไม่ก็เกิดอาการกลัวหรืออาย จึงใช้วิธีการรักษาด้วยตนเอง ดังนั้นผู้หญิงจึงไม่ควรละเลยต่อการปวดประจำเดือนของตนเองและคนรอบข้าง ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างถูกวิธี และปฏิบัติตามคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อลดความรุนแรงของโรค”

พร้อมกันนี้ได้มีการเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ของโครงการ “เจน-เจนสุดา ปานโต” ซึ่งเธอได้พูดถึงโครงการนี้ว่า “…สำหรับโครงการนี้ถือเป็นการฝากความห่วงใยไปถึงผู้หญิงด้วยกัน ให้ตระหนักถึงอันตรายจากการปวดประจำเดือนอย่างรุนแรง เพราะตนเคยมีประสบการณ์ในการปวดประจำเดือนอยู่แล้ว จึงรับรู้ความเจ็บปวดนั้นเป็นอย่างดี ซึ่งบางเดือนเวลาที่มีอาการปวดมาก จะรู้สึกทรมานไปทั้งตัวจนไม่สามารถทำอะไรได้ ทำให้มีผลกระทบต่อการทำงาน ยิ่งช่วงที่รับงานที่ต่างประเทศ จะต้องพกยาติดตัวไว้ตลอด เพราะถ้ามีอาการปวดเกิดขึ้น จะต้องจ่ายค่ารักษาที่ต่างประเทศซึ่งแพงมาก ทำให้เราเสียเงิน เสียเวลา และเสียงาน จึงอยากเชิญชวนให้ผู้หญิงหันมาใส่ใจเรื่องการปวดประจำเดือนว่าไม่ใช่เรื่องธรรมดาอีกต่อไป”

ด้าน “เจนนิส สินธวาชีวะ” ซึ่งมีประสบการณ์ในการเป็นโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ กล่าวว่า “ตนนั้นถือเป็นคนหนึ่งที่เป็นโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่แต่ไม่เคยรู้มาก่อน เพราะตอนแรกที่ปวดประจำเดือนนั้นคิดว่าเป็นการปวดประจำเดือนแบบธรรมดาทั่วไป จึงไม่ได้ไปพบแพทย์เพราะกลัวการตรวจภายใน ทำให้ไม่ได้รับการรักษาตั้งแต่แรก มารู้ตัวอีกทีก็รุนแรงจนถึงขั้นเป็นช็อกโกแลตซีสต์แล้ว จึงต้องผ่าตัดปีกมดลูกด้านหนึ่งออกไป ทุกวันนี้หลังจากผ่าตัดตนก็ยังมีอาการปวดประจำเดือนอยู่ และต้องกินยาอยู่เป็นประจำ โครงการนี้จึงถือเป็นโครงการที่ดีมากๆ ที่จัดขึ้นเพื่อเตือนภัยผู้หญิงสมัยนี้ เพราะตนเองมีประสบการณ์จากการละเลยเรื่องของการปวดประจำเดือนมาแล้ว จึงอยากฝากเตือนถึงผู้หญิงทุกคนที่ปวดประจำเดือนอย่างเรื้อรังว่าไม่ควรนิ่งนอนใจ เพื่อไม่ให้ปัญหาเล็กน้อยเหล่านี้กลายเป็นปัญหาที่รุนแรงในอนาคต”

ส่วนสาว “พอลลีน เต็ง” ได้ฝากบอกมาว่า “ในฐานะที่ตนเป็นพิธีกรรายการด้านสุขภาพ จึงเข้าใจผู้หญิงสมัยนี้เป็นอย่างดี ที่ไหนจะต้องทำงานทั้งในบ้านนอกบ้าน อีกทั้งต้องคอยดูแลคนรอบข้าง ทำให้ไม่มีเวลา จนบางครั้งอาจละเลยปัญหาเล็กๆ ของตนเองไป เพราะความชะล่าใจ จึงอยากให้หาเวลามาดูแลสุขภาพของตนเองกันมากขึ้นอย่างเช่น การออกกำลังกาย หรือหากมีอาการที่ผิดปกติก็ควรหาเวลาไปพบแพทย์ เพราะสุขภาพถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเราทุกคนมาก ซึ่งถ้าต้องมารักษากันในภายหลังอาจไม่คุ้มกัน”

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “แหวนห่วงใย เตือนภัยสุขภาพเพื่อนหญิง” ได้ที่เว็บไซต์ www.endometriosis-womenfriend.com หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ มูลนิธิเพื่อนหญิง โทรศัพท์ 0-2513-1001 และ 0-2513-2276

ที่มา: หนังสือพิมพ์บ้านเมือง

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *