ปลูกกระท้อน

ปลูกกระท้อน
เงินลงทุน
ประมาณ 15,000 – 20,000 บาท/3ไร่ (ไม่รวมค่าที่ดิน)
รายได้
27,000 บาท/ปี
วัสดุอุปกรณ์
กิ่งพันธุ์ ปุ๋ย ยากำจัดแมลง กระดาษสีน้ำตาลสำหรับห่อ จอบ บันได อะลูมิเนียม ตอกไม้ไผ่ เครื่องฉีดพ่นสารเคมี กรรไกร
แหล่งจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์
• ร้านค้าขายเกี่ยวกับอุปกรณ์การเกษตรทั่วไป
• กิ่งพันธุ์ หาซื้อได้ตามร้านเพาะชำกล้าไม้
วิธีดำเนินการ
1. การปลูกกระท้อน ถ้าพื้นที่เป็นที่ลุ่ม ให้ยกร่องสวนขนาดสัน ร่องกว้าง 6 เมตร ร่องน้ำกว้าง 1.5 เมตร ลึก 1 เมตร แต่ถ้าเป็นพื้นที่ดอนให้ไถปรับพื้นที่ได้เลย โดยไม่ต้องยกร่อง
2. การเตรียมหลุมปลูก ขุดหลุมให้มีขนาดไม่ต่ำกว่า 50x50x50 เซนติเมตร แต่ละหลุมห่าง 4 – 6 เมตร แล้วนำดินที่ขุดขึ้นมาผสมกับ ปุ๋ยคอก 10 กิโลกรัม ปุ๋ย ฟอตเฟส 1 กิโลกรัมต่อหลุม คลุกเคล้ากัน ใส่หลุม แล้ววางต้นกระท้อนลงไป นำดินใส่ลงไปให้เต็ม กดให้แน่นจนนูนเป็นหลังเต่ารดน้ำให้ชุ่ม
3. การให้น้ำ ในช่วงปลูกแรกๆ ควรให้น้ำวันเว้นวัน จนรากติดดินดีแล้วก็เปลี่ยนมาให้น้ำอาทิตย์ละ 1 ครั้ง
4. การใส่ปุ๋ย ในช่วงที่กระท้อนยังไม่ให้ผล ให้ใส่ปุ๋ยคอกและปุ๋ยเคมีสูตร 16-16-16 ในอัตราที่ไม่มากนัก แต่ควรใส่บ่อยครั้งจะดีกว่า เช่น 3 เดือน/ครั้ง เมื่อต้นกระท้อนให้ผลผลิตแล้ว การใส่ปุ๋ยจะเปลี่ยนไปตามความต้องการของระยะเวลา
• ระยะติดผลแล้ว 1 เดือน ควรใส่ปุ๋ยสูตร 15 – 15 – 15 เพื่อบำรุงผล
• ระยะก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิตอย่างน้อย 20 วัน ควรใส่ปุ๋ยสูตร 13 – 13 – 21 เพื่อช่วยปรับปรุงคุณภาพของผลให้ดีขึ้น
• หลังเก็บเกี่ยวแล้ว ให้ใส่ปุ๋ยคอกและปุ๋ยเคมีสูตร 15 – 15 – 15
• ระยะกระท้อนจะพักตัวให้ใส่ปุ๋ยสูตร 9 – 24 – 24 หรือ 12 – 24 – 12 ในเดือนตุลาคมอัตราการใส่ปุ๋ย ให้พิจารณาจากขนาดทรงพุ่ม สภาพ
ความสมบูรณ์ของต้นและปริมาณผลผลิตในแต่ละปี เช่น ถ้าขนาดพุ่มกว้างประมาณ 8 เมตรให้ใส่ปุ๋ยไม่ต่ำกว่า 8 กิโลกรัม/ปี/ต้น แบ่งใส่เป็น 4 ครั้ง (ครั้งละ 2 กิโลกรัม) แต่ถ้าขนาดทรงพุ่มขนาดเล็กกว่าก็ให้แบ่ง ใส่ตามสัดส่วนสำหรับปุ๋ยคอกให้ใส่ปีละครั้ง ๆ ละ 25 – 50 กิโลกรัม/ต้น
5. การกำจัดวัชพืช ถ้าเป็นสวนขนาดเล็กให้ใช้จอบดายหญ้า แต่ถ้าเป็นสวนขนาดใหญ่ให้ใช้เครื่องตัดหญ้าแบบสะพายไหล่ หรือใช้รถเข็นตัดหญ้าก็ได้ใน 1 ปี ควรกำจัดวัชพืชประมาณ 3-5 ครั้ง ควรทำในช่วงฤดูฝน
6. การห่อผล หลังจากดอกบานแล้วประมาณ 80 – 100 วัน ผลจะมีขนาดโตประมาณ 5 – 6 เซนติเมตร ผิวจะเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีเขียวขี้ม้า และหลังจากนี้อีก 10 วัน จะเปลี่ยนเป็นสีกระดังงา ช่วงนี้แมลงจะเริ่มรบกวน จำต้องทำการห่อผลก่อนห่อ 2-3 วัน ควรทำการพ่นสารเคมีป้องกันกำจัดแมลง เช่น ดาร์บาริล โมโนโครโตฟอส วิธีการห่อให้ใช้บันไดอะลูมิเนียมปีนขึ้นไปห่อ แล้วนำถุงกระดาษสีน้ำตาลห่อที่ผล แล้วใช้ไม้ตอกมัดปากถุง ขณะห่อต้องคัดกระท้อนไปด้วย หากลูกไม่สวย ลูกแคระแกร็น ให้เด็ดทิ้งไป
7. การเก็บเกี่ยว หลังจากห่อกระท้อนมาแล้ว 45 – 50 วัน ก็สามารถเก็บกระท้อนได้โดยแกะถุงดูว่าเปลือกเปลี่ยนจากเกลี้ยงมาเป็นผิวกำมะหยี่ วิธีการเก็บใช้บันไดปีนขึ้นไปเก็บผลแล้วใช้กรรไกรตัดที่ขั้วผล นำมาคัดขนาดและทำความสะอาดผล เพื่อรอการจำหน่ายต่อไป
ตลาด/แหล่งจำหน่าย
ตลาดทั่วไป ตลาดผลไม้
สถานที่ให้คำปรึกษา
1. กองส่งเสริมพืชสวน กรมส่งเสริมการเกษตร โทร. 0-2940-6059
2. สำนักงานเกษตรจังหวัดและอำเภอ
ข้อแนะนำ
1. หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว ควรตัดแต่งกิ่งต้นกระท้อนที่มีโรคแมลงเข้ามาทำลาย กิ่งแห้งตาย กิ่งแน่นทึบอยู่ในทรงพุ่ม ให้ตัดกิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทิ้งเสีย
2. ถุงสีน้ำตาล อาจใช้ถุงปูนซีเมนต์ ถุงบรรจุอาหารสัตว์ที่มีสีน้ำตาล มาตัดให้ได้ขนาด 12 x 18 นิ้ว หรือจะใช้ใบตองแห้งก็ได้
3. หลังจากการใส่ปุ๋ยเสร็จ ให้รดน้ำตามด้วยทุกครั้ง
4. หากกระท้อนเป็นโรคใบจุด ให้ใช้สารเคมีป้องกันกำจัดเชื้อรา เช่น บีโนมีลคาร์เบนดาซิม ทุก 10 -15 วัน
5. พันธุ์ที่นิยมปลูก คือ พันธุ์ปุยฝ้าย พันธุ์นิ่มนวล

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *