ปลดปล่อย “ความเก่ง” ในตัวลูก


ปลดปล่อย “ความเก่ง” ในตัวลูก
 
วันที่ : 16 ตุลาคม 2550 นิตยสาร/หนังสือพิมพ์ : หนังสือพิมพ์สื่อกลาง
 
คาร์ล โรเจอร์ (Carl Rogers) นักจิตวิทยาการเรียนรู้ ได้กล่าวไว้อย่างน่าสนใจในหนังสือ Freedom to Learn ว่า มนุษย์เราถูกสร้างมาเพื่อเรียนรู้ ทุก ๆ คนมีศักยภาพในการเรียนรู้ได้ และสิ่งสำคัญสำหรับการศึกษาคือ การเรียนรู้ เรื่องใดก็ตามที่สามารถสอนได้นั้น ไม่ใช่เรื่องที่สำคัญ การถูกบังคับให้เรียนเท่ากับเป็นการนำความเจ็บปวดมาให้กับผู้เรียนมากกว่าทั้งนี้ วิธีการที่ถูกต้องคือการส่งเสริมให้เขาได้ใช้ความสามารถในการเรียนรู้ที่มีอยู่ในตัวให้มากที่สุด

คนเราทุกคนที่เกิดมาได้รับสิ่งหนึ่งเหมือนกัน นั่นคือ เมล็ดพันธุ์แห่งความสามารถในการเรียนรู้ มนุษย์เราได้รับการออกแบบมาให้เรียนรู้ ลองสังเกตลูก ๆ ของเรา ตั้งแต่ยังเป็นทารก พฤติกรรมต่าง ๆ ของเขาเสมือนหนึ่งว่า เขากำลังปฏิบัติหน้าที่สำคัญ คือ เรียนรู้จักโลกนี้ให้มากที่สุด
 
แต่ความจริงที่น่าเศร้า คนจำนวนมากกลับซ่อนความสามารถในการเรียนรู้ของพวกเขาไว้ ทั้งนี้อาจเกิดจากประสบการณ์เจ็บปวด อันเกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ของพวกเขาในอดีต ทำให้เขายุติความสามารถในการเรียนรู้ไปเสีย

ที่ผ่านมา ผมได้ลองสำรวจดูว่า ลักษณะของคนที่เก่ง ฉลาด ในระดับแนวหน้าของโลกจำนวนหนึ่ง พบความจริงที่น่าสนใจว่า คนเหล่านี้ มักจะมีชุดของลักษณะนิสัยชุดหนึ่งที่เหมือน ๆ กัน ที่ติดตัวพวกเขามาตั้งแต่เด็ก และไม่ได้หายไปตามกาลเวลา พวกเขาสามารถรักษาและพัฒนาลักษณะนิสัย “เรียนรู้” เหมือนเช่นเด็กเล็ก ๆ ไว้ได้ อันได้แก่

อยากรู้อยากเห็น
มนุษย์เราเริ่มต้นชีวิตด้วยแรงปรารถนาจากธรรมชาติให้กระหายใคร่รู้ในสิ่งต่าง ๆ สำหรับบางคนเมื่อเติบโตขึ้นสิ่งเหล่านี้กลับเลือนหายไป เบื่อหน่ายต่อการเรียนรู้ แต่คนเก่งจะมีความกระตือรือร้น ปรารถนาเรียนรู้ทุกสิ่งที่อยู่รอบตัว สังเกตได้จากสีหน้าที่มีความตื่นเต้น มีชีวิตชีวา และมักเป็นคนที่ชอบตั้งคำถาม

สังเกตสิ่งรอบตัว
เด็กเก่งที่แท้จริงจะไม่ใช่เด็กที่เรียนเก่งเท่านั้น แต่จะเป็นคนที่ให้ความสนใจต่อทุกสิ่งที่อยู่รอบตัว เหมือนเด็กเล็ก ๆ ที่มองว่าทุกสิ่งที่เขาพบนั้นเป็นสิ่งใหม่ที่น่าเรียนรู้ไปหมด โลกนี้มีสิ่งใหม่สำหรับพวกเขาเสมอให้เขาได้จดจ่อเรียนรู้ได้ตลอดเวลา

กล้าเผชิญสิ่งที่ท้าทาย
จากความหิวกระหายใคร่รู้ในเรื่องต่าง ๆ รอบตัว ทำให้กลายเป็นคนที่มีนิสัยไม่กลัวความยากลำบากหรือความล้มเหลว จะไม่เลือกความสบายหรือทำสิ่งง่าย ๆ ที่ตนเองสามารถทำได้อยู่แล้วก่อน แต่ยินดีเลือกที่จะยากลำบากถ้าทำให้ไปถึงเป้าหมาย เมื่อได้รับแรงบันดาลใจจะมุ่งมั่นทำให้สำเร็จ แม้เหนื่อยยากเพียงใดก็ตาม

มีแรงจูงใจจากภายใน
แรงจูงใจในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จะเกิดจากความปรารถนาภายใน มากกว่าการถูกดึงดูดด้วยการให้รางวัลหรือการลงโทษ ดังนั้น ในการเลือกเรียน เขาจะเลือกเรียนวิชาที่เขาสนใจจริง ๆ โดยไม่สนใจว่าวิชานั้นจะยากเพียงใด รวมทั้ง การหยิบยื่นเงื่อนไขด้านรางวัลของพ่อแม่ก็จะไม่มีผลในการจูงใจ เท่ากับความกระหายใคร่รู้ที่เกิดขึ้นจากภายในตัวเขาเอง ไม่เพียงเท่านั้น คะแนนสอบหรือเกรดที่ได้รับ แม้เขาจะยอมรับว่ามันสำคัญ แต่จะไม่มีผลกระทบต่อความรู้สึกว่า เสียใจหรือปลาบปลื้มใจ เพราะตระหนักในความจริงว่า คะแนนที่ได้รับนั้นไม่ใช่เหตุผลเดียวในการศึกษาเรียนรู้ของเขา และคุณค่าในตัวเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งเหล่านี้

จดจ่อ ศึกษา ค้นคว้า ฝึกฝน
..จนรู้จริง เมื่อต้องการเรียนรู้เรื่องใด เขาจะมีสมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งที่สนใจได้เป็นเวลานาน ความตั้งใจศึกษา เรียนรู้ และฝึกฝนอย่างเอาจริงเอาจัง ยิ่งในวิชาที่ยาก ต้องทำความเข้าใจ และใช้ทักษะในการฝึกฝน จนกระทั่งรู้เรื่องนั้นอย่างกระจ่างจนกระทั่งมันกลายเป็นธรรมชาติที่สอง (second nature) และสามารถประยุกต์สิ่งที่เรียนให้กับสถานการณ์ใหม่และแตกต่างจากเดิมได้

ยินดีรับการเปลี่ยนแปลง
คนเก่งส่วนใหญ่จะไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง ไม่กลัวสิ่งใหม่ ๆ ที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน ในทางตรงกันข้าม กลับชอบที่จะต้อนรับมัน ชอบวิพากษ์ความคิดของตนเอง ไม่ยึดติดกับกรอบความคิดหรือมุมมองของตนเองที่มีต่อเรื่องต่าง ๆ ไม่จำกัดด้วยกรอบเหตุผลของตนเอง แต่ชอบที่จะรับฟังความคิดเห็นในมุมตรงกันข้าม ชอบที่จะนำความรู้ใหม่ ๆ มาท้าทายตนเอง มิใช่เพื่อหาข้อโต้แย้ง  แต่เพื่อหาคำตอบที่น่าจะเป็นไปได้

มองโลกในแง่บวก และมีความคิดสร้างสรรค์
ในสิ่งที่คนอื่นอาจมองว่าโง่เขลาหรือไร้สาระ คนเหล่านี้จะมองเห็นโอกาสในการสร้างสรรค์ และสามารถที่จะรวบรวมเกร็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ จากขอบเขตความรู้ที่กว้างขวางของวิชาต่าง ๆ และนำมาประกอบเชื่อมโยงกันเข้าในวิธีการใหม่ เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ออกมา ที่สำคัญ มักจะเป็นคนที่ความสุขกับชีวิต ยอมรับตนเอง ยอมรับคนรอบข้าง และสิ่งท้าทายต่าง ๆ ที่เผชิญหน้าเข้ามาในชีวิต

เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ผมตระหนักเสมอว่า ลักษณะนิสัยของนักเรียนรู้จะต้องมีอยู่ในตัวเราทุกคน แม้เวลาจะผ่านไปพ้นวัยเด็กไปแล้วก็ตาม เพราะสิ่งนี้จะเป็นเครื่องยืนยันว่า เมื่อลูก ๆ ของเราเติบโตขึ้น พร้อม ๆ กับนิสัยของนักเรียนรู้ เขาจะสามารถเป็น “เด็กเก่ง” ไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็ตาม
 


You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *