‘ปรับ 4 เติม 3’ สูตรรับมือวิกฤติ! สร้างสุขให้ชีวิต

“ปรับ 4 เติม 3” สูตรรับมือวิกฤติ! สร้างสุขให้ชีวิต

ถ้าถามคุณผู้อ่านว่ารู้จัก IQ EQ และ MQ กันหรือไม่? คงตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า รู้จัก
แต่ถ้าถามว่ารู้จัก RQ กันหรือเปล่า? คงจะดูไม่คุ้นกันเลยใช่ไหมครับ เพราะไม่ค่อยมีใครพูดถึงกันมากนัก
แต่รู้ไหมครับว่า คำๆ นี้มีความสำคัญมาก ต่อการเอาชนะปัญหา และอุปสรรคที่เกิดขึ้นกับตัวเอง
เพื่อให้รอดพ้นผ่านไปได้อย่างราบรื่น

ซึ่งแน่นอนว่า ปัญหาบางเรื่องเป็นเรื่องใหญ่ หนักหนา สาหัส และไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดกับตัวเราเอง
หรือญาติพี่น้องของเรา เช่น ตกงาน เป็นคดีความ หรือความขัดแข้งในครอบครัวรุนแรง เป็นต้น

วันนี้ทีมงานจึงขอนำเรื่อง RQ หรือ Resilience Quotient ที่หมายถึง “พลังสุขภาพจิต” มาพูดให้ติดหู
และติดปากกันสักหน่อย เพราะเป็นความสามารถทางอารมณ์ และจิตใจในการปรับตัว และฟิ้นตัวกลับสู่ภาวะปกติ
ภายหลังจากที่พบกับเหตุการณ์วิกฤติ หรือสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดความยากลำบากในชีวิต

RQ หรือ พลังสุขภาพจิต เป็นความสามารถของคนที่มีอยู่แล้วในตัวเอง
และนำมาใช้ เมื่อต้องเอาชนะปัญหา อุปสรรค หรือความยากลำบากที่เกิดขึ้น
ผู้ที่มีพลังสุขภาพจิตจำนวนมาก สามารถใช้วิกฤติเป็นโอกาส สามารถยกระดับความคิด จิตใจ
และการดำเนินชีวิตไปในทางที่ดีขึ้นได้ หลังจากเหตุการณ์ที่ไม่ดีผ่านพ้นไป

คำว่า RQ นั้น สร้างไม่ยากครับ ทางกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จึงแนะแนวทางด้วยวิธี
ปรับ 4 เติม 3 สูตรสร้างพลังสุขภาพจิต รับมือวิกฤติ ไว้สำหรับทุกคน และทุกครอบครัว โดยมีหลักง่ายๆ ดังนี้ครับ

“ปรับ 4” เริ่มจาก “ปรับอารมณ์”
เมื่อเกิดปัญหา หรืออุปสรรคที่เป็นเรื่องใหญ่ในชีวิต คนเรามักจะตกใจ และมีความรู้สึกต่างๆ ที่รุนแรง
จนควบคุมตัวเองไม่ได้ สิ่งแรกจึงต้องพยายามตั้งสติ อยู่ในที่เงียบๆ หรือหาคนปลอบใจ
หลังจากนั้น หาทางออกในการระบายความกดดัน อย่างเหมาะสม เช่น การออกกำลังกายเพื่อระบายความโกรธ
หันเหความสนใจไปเรื่องอื่น เพื่อปรับอารมณ์ เมื่อใดที่รู้สึกท้อ ขอให้บอกกับตัวเองว่า เราต้องสู้
ยังมีคนที่ทุกข์กว่าเราตั้งเยอะ คิดถึงความสำเร็จของเรา และของครอบครัว หากอดทนต่อสู้กับปัญหา

“ปรับความคิด”
การที่จิตใจสงบลง ทำให้คนเราคิดเรื่อง ที่เป็นเหตุเป็นผลได้มากขึ้น การปรับความคิดทำได้หลายวิธี
เช่น เปรียบกับคนที่แย่กว่าเรา ลองมองส่วนดีที่เหลืออยู่ หรือมองว่าเป็นธรรมดา
หรือมันก็สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกครอบครัว การปรับความคิดจะทำให้เรายอมรับ ว่ามีปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้น
และมีกำลังใจที่จะต่อสู้ต่อไป เพราะการที่เรายอมรับความจริง ปัญหาทุกอย่างจะถูกแก้ไข อย่างตรงจุด

“ปรับการกระทำ”
เมื่ออารมณ์ ความคิดกลับมาเป็นปกติ และมีกำลังใจที่จะต่อสู้แล้ว ก็ต้องลงมือทำในสิ่งที่คิดไว้
เพื่อแก้ปัญหา หรืออุปสรรค เช่น เปลี่ยนจากคนที่นอนกินเล่นอยู่กับบ้าน มามุ่งมั่นหางาน
สร้างรายได้ให้กับครอบครัว หรือ เปลี่ยนจากคนที่เก็บปัญหา เป็นคนเปลี่ยนปัญหาให้เป็นโอกาส
ด้วยการเจริญสติ และวางแผนชีวิตให้มีเส้นที่ชัดเจน ว่าวันนี้จะทำอะไร ได้อะไร
และตอบกับตัวเองให้ได้ว่า แล้วทำไปทำไม เพื่อให้ชีวิตมีธง และดำเนินต่อไปข้างหน้าต่อไปได้

“ปรับเป้าหมาย”
ปัญหาที่หนักหนา อาจจะทำให้เราทำตามความต้องการไม่ได้ จำเป็นต้องยืดหยุ่น
ปรับเป้าหมายให้เหมาะสม กับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ เช่น อยากซื้อรถสัก 1 คัน แต่ตัวเองยังตกงาน
หรือครอบครัวยังเป็นหนี้อยู่ จึงต้องออกหางานเพื่อทำงาน และหาเงินมาใช้หนี้ และจุนเจือครอบครัว
ส่วนเป้าหมายเรื่องรถ คงต้องเลื่อนออกไปก่อน เป็นต้น

ดังนั้นการจะตัดสินใจทำอะไรก็ควรไตร่ตรอง และถามตัวเองด้วยว่า
การตัดสินใจนี้จะเกิดผลดี หรือผลเสียต่อตัวเอง และคนที่อยู่รอบข้างหรือไม่ อย่างไร?

“เติม 3” เริ่มจาก “เติมศรัทธา”
ความเชื่อ ความศรัทธา ทำให้คนเรามีจิตใจที่เข้มแข็ง และมีความหวัง เช่น เชื่อว่าชีวิตมีช่วงขึ้น และลง
วันนี้มีปัญหามากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการเงินในครอบครัว หรืออื่นๆ หากอดทน และพยายามแก้ไข
วันข้างหน้าก็ต้องดีขึ้น เพราะเชื่อซะอย่าง ว่าเราต้องผ่านมันไปให้ได้

บางศาสนาเขาบอกให้มนุษย์คิดอยู่เสมอว่า “ความลำบาก” เป็นเครื่องทดสอบความเข้มแข็ง
ฉะนั้น เราต้องยอมรับ และอยู่ต่อไปให้ได้
นอกจากนี้ อาจใช้ความศรัทธาทางศาสนามาใช้ก็ได้ผลดี จะทำให้เราใจเย็น และมีสติขึ้น

“เติมมิตร”
การผูกมิตร หรือให้ความช่วยเหลือคนอื่นเท่าที่ทำได้ เป็นสิ่งสำคัญ
เพราะเมื่อเราเผชิญกับปัญหาบางอย่างที่เกินจะรับมือได้ มิตรที่ดีจะช่วยให้คำปรึกษา หรือพึ่งพิง
ซึ่งบางคนอาจจะคิดเกรงใจ ไม่อยากรบกวน และแก้ปัญหาอยู่คนเดียว
แต่ถ้าเป็นเรื่องของความอยู่รอด ก็จำเป็นที่จะต้องเอ่ยปากขอความช่วยเหลือ
ที่สำคัญ คนในครอบครัวถือเป็นมิตรที่ดี และเข้าใจเรามากที่สุด มีอะไรก็ขอให้คุยกันในครอบครัว

“เติมใจกว้าง”
เมื่อมีปัญหา คนเรามักใช้วิธีการแก้ไขปัญหาแบบเดิมๆ ซึ่งอาจจะไม่ใช่ทางออกที่เหมาะสม
ลองศึกษาวิธีที่แตกต่างออกไป หรือเข้าใจความรู้สึก ความคิดของคนอื่นที่แตกต่างจากเรา
อาจทำให้มองปัญหาได้รอบด้านขึ้น ได้ข้อมูลมากขึ้น มีจิตใจกว้างขึ้น
และเห็นทางออกของปัญหาได้มากขึ้นตามไปด้วย

เอาเป็นว่า ลองนำไปปรับใช้กันดูนะครับ
ถ้าใครในครอบครัว อยากเช็คพลังสุขภาพจิตของตัวเอง
สามารถเข้าไปทำ แบบประเมินออนไลน์ของกรมสุขภาพจิตได้ที่ แบบทดสอบ คลิก ที่นี่
เพื่อใช้วัดความสามารถทางอารมณ์ และจิตใจในการเผชิญปัญหาวิกฤติ เรียกว่า การประเมินอาร์คิว
(RQ : Resilience Quotient)
ซึ่งหากประเมินแล้วพบว่า มีองค์ประกอบในด้านใดต่ำกว่าเกณฑ์ สามารถพัฒนาตนในด้านนั้นๆ ให้มากขึ้นได้

ที่มา ผู้จัดการ

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *